Millennial Burnout เหตุผลที่คนรุ่นใหม่กำลังหมดแรง
วันนี้นั่งคุยกับพี่ที่ทำงานคนหนึ่งที่สนิทกัน เราก็คุยเรื่องมุมคนรุ่นใหม่ที่ต้องต่อสู้กับเป้าหมายและภาวะต่างๆ ที่ต้องเผชิญ ซึ่ง เอาเข้าจริงมีภาวะอยู่สองคำที่ผมได้ยินบ่อยมากในช่วงวัยทำงานกับคนรุ่นใหม่นั่นคือเรื่องของซึมเศร้า กับ Burnout จนคิดขึ้นได้ว่าเคยอ่านเรื่อง How it feels to have ‘millennial burnout’ ของ BBC อยู่ตอนหนึ่งซึ่งเล่าว่าไอ้ Burnout เนี่ยมันเป็น Generation Suffering เลยนะ ซึ่งก่อนที่จะ Burnout เนี่ยมันเกิดจากภาวะความตึงเครียดก่อน

จากข้อมูลที่เก็บได้ในประเทศอังกฤษมีคนเครียดถึง 74% ซึ่งเขาไม่ได้บอกว่ามาจากสาเหตุใด และในข้อมูลเดียวกัน 49% เกิดในกลุ่มอายุระหว่าง 18–24 ปี ซึ่งเกิดจากการเปรียบเทียบความสำเร็จในชีวิตของคนอื่นๆ (ประเด็นนี้เคยเขียนไปแล้วเรื่อง Social Comparison) ซึ่งต้นตอเหล่านี้มันนำมาสู่การ Burnout ทั้งเชิงกายภาพและอารมณ์ได้หมดเลย

ระหว่างอ่านไป ก็เจอคุณพี่ Anne Helen Petersen ซึ่งเป็นนักเขียนของ Buzzfeed และเคยเขียนเรื่อง How Millennials Became The Burnout Generation มาแชร์ข้อคิดให้ได้อ่านกัน โดยคุณพี่ Anne บอกว่าอาการแบบนี้มันคืออาการเบลอๆ ของชีวิตที่เกิดระหว่างการทำงานกับชีวิตมันไม่สมดุลกัน ซึ่งเอาเข้าจริงคนรุ่นใหม่ไม่ใช่ว่าไม่มีแผน Productive ให้ชีวิตนะ เพราะส่วนใหญ่เขาก็รู้ว่าในแต่ละวันต้องจัดการอะไร พวกเขาจึงออกแบบ To Do List มากำกับเสมอ

แน่นอนว่าอะไรที่ไม่เกี่ยวข้องกับ To Do List ชนิดที่แบบไม่ทำก็ไม่เป็นไร (errand paralysis) พวกเขาก็จะไม่ยุ่งเลย แต่ประเด็นสำคัญคือพอเราทำอะไรมากๆ มาก่อนมันก็จะเกิดอาการเสพติดจนไม่รู้จักคำว่าสมดุล พอไม่มีอะไรทำ ก็คิดอยากที่จะทำอีก เกิดอาการคิดเยอะ ว่าทำอย่างไรถึงจะสำเร็จ จนเป็นวงจรแบบนี้ ไปเรื่อยๆ

จนเราอาจเริ่มไม่รู้ตัวว่า เรากำลังสร้างความตึงเครียดให้แก่ร่างกายและอารมณ์โดยไม่รู้ตัว และอาจนำไปสู่ภาวะอารมณ์แปรปรวน เช่น โกรธง่าย ไม่พอใจได้ง่าย หรือแม้การเป็นโรค Fibromyalgia ที่แสดงอาการเจ็บป่วยตามกล้ามเนื้อ และนอนไม่หลับ ถามว่าเมื่ออาการเหล่านี้เริ่มมาการไปพบแพทย์เพื่อปรึกษาก็น่าจะเป็นทางออกฉุกเฉินที่ควรทำเลยทีเดียว

นอกเหนือจากนั้นในบทความนี้ยังมีประเด็นที่น่าสนใจของการ Burnout ที่เกิดจากลักษณะของการ Hyper กับทุกสิ่ง เช่น hyper-healthy, hyper-fashionable เพื่อให้ตนเองรู้สึกว่าเก่งและเจ๋งจากสายตาคนอื่นๆ ด้วย แต่อย่างน้อยอาการ Burnout ของคนรุ่นใหม่ในโลกที่เปลี่ยนไปก็มีข้อดีอย่างหนึ่งที่ผู้ใหญ่ทุกวันนี้ไม่สามารถว่าพวกเขาได้ว่าเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความขี้เกียจได้อีกต่อไป

ก็แหม่….พวกพี่เล่นจนมีอาการแบบนี้ ใครละจะกล้าไปว่าลงจริงไหม มีแต่จะบอกว่าเฮ้ย! พักบ้าง

เดี๋ยวจะบ้าไปเสียก่อนนะครับ
SHARE
Writer
Ohmsiri
Writer
Page CreativeSalary / Books: สิ่งที่เจ้านายไม่เคยบอก / เปิดเทอมใหญ่วัยทำงาน / Podcaster ออฟฟิศ 0.4 / คอลัมนิสต์ aday Bulletin

Comments