ซ้อน
ดวงตาเรียวขยับเปิดเปลือกตาตัวเองมองสิ่งแวดล้อมที่รายรอบตัว มือขาวยกขึ้นมาขยี้ตาเบา ๆ ปรับทัศนียภาพการมองเห็นอีกครั้งว่าตนไม่ได้ตาฝาดไปเอง สิ่งตรงหน้าที่เขามองเห็นเป็นทางเดินที่ลาดยาวเข้าไปสู้เรือนไทยยกสูงหลังใหญ่ บนทางเดินประดับไปด้วยดอกลั่นทมสีขาวที่หลุดร่วงจากต้นด้วยแรงลม

ขายาวเริ่มก้าวไปบนทางเดินนั้น เข้าไปใกล้สิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ หน้าต่างทุกบานปิดสนิท ความเงียบปกคลุมไปทั่ว ได้ยินแค่เพียงเสียงหายใจของเขาเท่านั้น

ต้นไม้ใบเขียวที่รายล้อมเรือนไทยแห่งนี้ก็นิ่งสนิทไม่ขยับเขยื้อน บิ๊กมองบรรยากาศโดยรอบด้วยความกลัว เขารู้สึกขนลุกซู่ ราวกับว่ามีใครมาหายใจรดต้นคอของเขาจากด้านหลัง

บิ๊กหันหลังกลับไปมองก็ไม่พบสิ่งมีชีวิตใดใด นอกเสียจากตุ๊กตาปูนปั้นที่ไม่มีหัว นั่งพับเพียบอุ้มทารก จนทำให้เขารู้สึกขนลุกหนักยิ่งกว่าเก่า เขาตัดสินใจหันหลังให้ตุ๊กตาตัวนั้น และก้าวเดินต่อไปด้วยความเร็วจนไปถึงบริเวณริมน้ำ แต่เมื่อหันกลับไปก็พบกับกองทัพตุ๊กตาปูนปั้นที่วางเรียงรายกันมากกว่าสิบตัว 

บิ๊กมั่นใจได้ว่าตอนที่เขาเดินมาถึงที่นี่ ทางเดินโล่งเสียยิ่งกว่าอะไร ไม่มีแม้แต่ใบไม้สักใบด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้ทางเดินด้านหลังที่เขาก้าวเดินเข้ามากลับเต็มไปด้วยตุ๊กตาปูนปั้นไร้หัวเต็มไปหมด

ชายหนุ่มไม่กล้าหันหลังอีกแล้ว เขาเพ่งมองตุ๊กตาพวกนั้น พร้อมหอบหายใจถี่ด้วยความกลัว ยิ่งจ้องตุ๊กตาก็ยิ่งนิ่ง จนในที่สุดชายหนุ่มก็เลิกมองตุ๊กตาพวกนั้น เขากระพริบตาช้า ๆ เมื่อเปิดเปลือกตาขึ้นมาตุ๊กตาพวกนั้นก็หายไปแล้ว

บิ๊กถอนหายใจก่อนจะเงยหน้ามองด้านบนของเรือนไทย เขาปะทะกับสายตาคู่หนึ่งที่จ้องมองเขาผ่านบานหน้าต่างชั้นบน ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำ มองเขาอย่างเคียดแค้น ราวกับว่าอยากเอาชีวิต

“ใครน่ะ” บิ๊กหันหลังกลับทันทีที่ได้ยินเสียงเด็กหัวเราะคิกคักอย่างสนุกสนาน พร้อมกับเสียงฝีเท้าวิ่งไปมาอยู่ชั้นบนของเรือนไทย

บิ๊กคิดว่าต้องมีใครแกล้งเขาอยู่แน่นอน เขาอาจโดนพามาถ่ายรายการอะไรสักอย่าง แต่บอกได้เลยว่าเขาไม่รู้สึกตลกแล้ว เขาอยากกลับบ้าน อยากกลับไปนอนบนเตียงใหญ่นุ่มสบายของเขา แต่ภายในจิตใจของเขาร่ำร้องอยากขึ้นไปดูด้วยตาของตนเอง ว่าบนเรือนไทยนี้มีอะไรอยู่กันแน่

บิ๊กก้าวฉับ ๆ ไปยังบันไดที่มุ่งขึ้นสู่ชั้นบนของเรือนไทย แสงไฟจากพระจันทร์สาดกระทบพื้นไม้จนเห็นคราบสีแดงเข้ม กลิ่นคาวคละคลุ้งโชยเข้าจมูกของบิ๊ก จนเขาต้องยกมือขึ้นมาพัดโบกไปมาไล่กลิ่นคาวนั้น

สายตาคมมองไล่ตามรอยเลือดบนพื้นไปสุดทางก็พบกับร่างของหญิงสาวนั่งอยู่ในชุดสีฟ้าอ่อน เส้นผมสีดำสนิทปิดบังใบหน้า เธอหัวเราะอยู่ในลำคอ ก่อนจะเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ จนแปรเปลี่ยนเป็นร้องไห้อย่างโหยหวน

ผู้หญิงคนนั้นชันขาขึ้นมาในท่านั่งกอดเข่า ก่อนที่เธอจะแยกเรียวขาออกกว้าง บิ๊กมองภาพตรงหน้าด้วยความตกใจกับสิ่งมีชีวิตบางอย่างที่คลานออกมาจากหว่างขาของผู้หญิงคนนั้น และกำลังคืบคลานมาหาเขาด้วยร่างกายเปื้อนเลือด

“นี่ลูกของเราไงคะ” หญิงสาวคนนั้นพูดด้วยน้ำเสียงกังวาน “ลูกจ๋า.. คลานไปหาพ่อใกล้ ๆ สิจ้ะ” เธอบอกกับสิ่งมีชีวิตเปื้อนเลือดที่กำลังคลานอยู่บนพื้นไม้

“ผกา” เมื่อบิ๊กพูดบางอย่างออกมาจากปาก ส่งผลให้หญิงสาวหยุดนิ่งไม่ขยับตัว “นั่นผกาใช่รึเปล่า ผกาตายไปแล้วไม่ใช่หรอ”

บิ๊กจำได้แม่นว่า ‘ผกา’ แฟนสาวของเขาเสียชีวิตไปนานมากแล้ว บางทีถ้านี่ไม่ใช่ความฝัน เขาอาจจะกำลังโดนใครแกล้งอำอยู่ก็ได้

เด็กทารกตัวเปื้อนเลือดเริ่มคลานมาใกล้บิ๊กเต็มที ชายหนุ่มเตรียมขยับตัวหนี แต่จู่ ๆ เจ้าทารกตรงหน้าก็พุ่งเข้ามาหาเขา จนบิ๊กสะดุ้งตัวโยนหงายหลังลงจากบันได แขนยาวพยายามไขว่คว้าราวบันไดเอาไว้ ท้ายที่สุดร่างของเขากระทบกับพื้นด้านล่าง ไม่มีแรงแม้แต่จะขยับตัวอีกแล้ว บิ๊กหลับตาลงช้า ๆ อย่างไร้เรี่ยวแรง

ปัง ปัง ปัง!!

ชายหนุ่มลืมตาขึ้นอย่างไว เขามองผนังห้องสีขาวที่ติดภาพงานศิลปะที่ชอบ สอดส่ายสายตาโดยรอบก็พบว่ากำลังนอนอยู่ในห้องของตัวเอง ซึ่งแสดงว่าสิ่งที่ผ่านมานั้นเป็นเพียงแค่ฝันร้ายของเขา

บิ๊กรู้สึกได้ว่าความฝันนั้นช่างเหมือนจริงมากเลยทีเดียว เขาลุกขึ้นนั่งบนเตียง บิดขี้เกียจไปมาสองสามที ก้าวขาลงพื้นลุกขึ้นยืนเต็มความสูงของตัวเอง ก่อนจะเดินไปยังบานประตูที่ได้ยินเสียงเคาะดังลั่นปลุกให้เขาตื่นจากความฝัน

บางทีหลังบานประตูอาจจะเป็นแม่ของเขาก็ได้ เขาอาจจะตื่นสายจนแม่เริ่มหงุดหงิด บิ๊กเกาศีรษะเล็กน้อยพร้อมบิดลูกบิดประตูเปิดออก

เขามองเห็นตุ๊กตาปูนปั้นไร้หัวแบบเดิมอยู่หน้าประตู เสียงหัวเราะของหญิงสาวดังขึ้นมาจากด้านหลัง และบรรยากาศโดยรอบที่เปลี่ยนไปเป็นเรือนไม้หลังเดิม ไม่ใช่บรรยากาศภายในห้องของเขาอีกต่อไป
SHARE
Writer
kimmiso_
Writer
รักงานเขียน📚 Joylada : kim.miso_

Comments