MOONLIGHT (Yujin x Sakura) - 2
.
.
.
.
.
.
สองสัปดาห์ต่อมา


“ฮาย ยูกิซัง ตื่นแล้วหรอคะ”

คุณหมอสาวทักทายคนไขัของเธอ วันนี้เธอเข้ามาเช้ากว่าทุกวัน มาก่อนเวลาเข้างานเธอเสียอีก เลยแวะมาดูร่างโปร่งนี่เสียหน่อย

“ตื่นแล้วสิ ไม่งั้นจะลืมตามองคุณได้ยังไงล่ะ??”

ร่างโปร่งตอบกลับแบบกวนๆ หรือเขาจะติดนิสัยคุณหมอเยนามากันนะ หลังๆเห็นสนิทกันจนเยนาทำเรื่องให้ยูกิได้อยู่ห้องพิเศษ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

“เดี๋ยวนี้กวนนะคะ”

ร่างบางยิ้มก่อนจะหยิบเอาส้มที่แวะซื้อมาให้เขา

“ก็เวลาซากุระจังทำหน้าเอาเรื่องดูน่ารักดี”

ร่างโปร่งยิ้มแฉ่งใส่เธอ มันออกจะดูกวนๆ จนเธอหมั่นไส้เลยแยกเขี้ยวใส่

“ฮ่าๆ แบบนี้ น่ารักๆ เหมือนแมวเวลาขู่เลย”
ร่างโปร่งชี้ที่หน้าของเธอแล้วปล่อยเสียงหัวเราะออกมา

“งั้นยูกิซังก็เหมือนหมาชิบะ”

คุณหมอสาวว่าคืน แต่อีกคนไม่ได้ถลึงตาหรือมีทีท่าไม่พอใจเหมือนเธอ กลับอมยิ้มน้อยๆ

“นี่ แล้วยูต้องอยู่ที่นี่อีกนานหรอ”

สรรพนามใหม่ที่เพิ่งได้ยินจากปากคนไข้ของเธอมันทำให้เธอรู้สึกแปลกๆ แบบนี้คงเรียกว่าสนิทกันแล้ว

“ยูกิซังไม่อยากอยู่ที่นี่แล้วหรอคะ แล้วจำบ้านได้ไหม”

หลังจากแกะส้มเสร็จก็ยื่นให้กับร่างโปร่งที่นั่งหน้าบูดอยู่บนเตียง

“จำไม่ได้เลย น่าเบื่อชะมัดเวลาคิดอะไรไม่ออก”

ร่างโปร่งตอบอย่างเซงๆ หลายครั้งที่เขาพยายามนึกเกี่ยวกับตัวเองแต่กลับจำอะไรไม่ได้เลย

“ใจเย็นๆนะคะ มันอาจจะต้องใช้เวลา อ่า..ได้เวลาทำงานของชั้นแล้ว เดี๋ยวชั้นมาหาใหม่นะคะ”

มือถือในกระเป๋าเสื้อกราวน์ของคุณหมอเตือนเมื่อได้เวลาทำงาน เธอเป็นคนตั้งไว้เอง เพราะทุกทีเวลาเธอเข้ามาเยี่ยมคนไข้รายแรกของเธอ เธออยู่กับเขาจนลืมเวลาซะทุกครั้ง

เมื่อบอกลาคนไข้เรียบร้อย คุณหมอสาวก็ออกไปทำงานของเธอทันที ทิ้งไว้แต่คนไข้ที่นั่งเซงๆก่อนจะหยิบรีโมทมาเปิดดูทีวี
.
.
.
.
.
KNOCK KNOCK

เสียงเคาะประตูตอนเที่ยงไม่ต้องเดาก็พอจะรู้ คงเป็นคุณหมอประสาทที่ตอนนี้เป็นเหมือนเพื่อนสนิทเขาไปเสียแล้ว ไม่รู้ทำไมเยนารู้สึกถูกชะตากับคนไข้คนนี้เป็นพิเศษ

“ทานข้าวกัน วันนี้เอาบะหมี่หมูแดง หมูกรอบ ร้านดังหลังรพ. มาฝาก รับรองเด็ด!!”

คุณหมอแสนกวนเดินเข้ามาพร้อมชูถุงที่มีห่อบะหมี่ขึ้นมา และอวดความน่าสนใจของอาหารมื้อนี้ให้คนไข้ฟัง

“อร่อยม้ะ เอ้ะ ดีจังมีส้มไว้ล้างปากด้วย”

ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังโซ้ยเจ้าบะหมี่กันจนเกือบหมดแล้ว สายตาคุณหมอก็เหลือบไปเห็นถุงที่ใส่ส้มวางอยู่ และเมื่อทานเสร็จจึงถือวิสาสะหยิบมาแกะเปลือกส้มกินอย่างไม่รีรอ โดยไม่ลืมแบ่งให้เจ้าของได้กินด้วย
.
.
.
.
.
.
.
.
ระหว่างนั้นเองประตูห้องถูกเปิดออกอีกครั้งโดยคุณหมอศัลยกรรมคนสวยเจ้าของไข้ กับ คุณหมอเด็ก

“โหย กะแล้วว่าเยนาต้องมาตัดหน้าแน่ๆ อุส่าเอาข้าวกล่องจะมาทานกับยูกิซังด้วย”

ซากุระทำหน้างอเล็กๆเมื่อเห็นจานบะหมี่ว่างเปล่าที่โดนทั้งสองคนจัดการลงท้องไปเรียบร้อยแล้ว

“จริงๆ ชั้นกินได้อีกนะ”

คนไข้รีบพูดเมื่อเห็นคุณหมอเจ้าของไข้ของตัวเองทำหน้างอ หลังจากได้ยินแบบนั้น จากใบหน้าง้ำงอก็เปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างทันที

“ยูกินี่น่ารักเนอะ”

จูริยิ้มชมคนไข้ของเพื่อนสนิท ทั้งๆที่เขากินแล้วแต่เพราะแคร์ความรู้สึกเพื่อนเธอ รีบเลื่อนโต๊ะมารออาหารที่หมอเจ้าของไข้เอามาฝาาก

“ชั้นก็กินได้อีกนะ”

เยนาหันไปยักคิ้วให้คุณหมอเด็ก ท่าทีเหมือนเด็กขี้อิจฉา อยากได้รับคำชมบ้าง

“ตอนเด็กๆขาดความอบอุ่นรึไง ขี้อิจฉาจริง”

คุณหมอเด็กว่าก่อนจะช่วยเพื่อนสาวจัดแจงข้าวกล่อง

“ชมชั้นสักนิดคงไม่มีใครว่าเธอหลงชั้นหรอก”

เยนายิ้มกวนๆ วางส้มที่แกะเสร็จแล้วไว้ในจาน แล้วหยิบลูกถัดไปมาแกะต่อ

ซากุระเห็นทั้งคู่ทะเลาะกันก็อดอมยิ้มไม่ได้ พลันสายตาเงยขึ้นมาสบตากับอีกคนที่นั่งอยู่บนเตียงคนไข้ เขากำลังมองเธออยู่ ทั้งคู่ยิ้มให้กัน

“นี่ ถ้าคุณยูกิหายแล้ว จะเอายังไงต่อดีคะ”

จูริเปิดประเด็นขึ้น ถือเป็นประเด็นที่ทุกคนในห้องต่างก็ยังสงสัยอยู่เหมือนกัน เพราะตอนนี้ดูเหมือนร่างกายทุกอย่างของยูกิจะปกติดี ยกเว้นความทรงจำที่เจ้าตัวยังจำไม่ได้

ภายในห้องเงียบไปชั่วขณะก่อนจะเป็นคุณหมอเจ้าของไข้พูดขึ้นมา

“งั้นยูกิซังก็มาอยู่กับชั้นก่อนไหมคะ”

“รบกวนคุณหมอรึเปล่าคะ”

คนไข้ถามอย่างเกรงใจ

“ไม่เลยค่ะ ชั้นอยู่คนเดียวมีเพื่อนอีกคนก็น่าจะดี”

คุณหมอสาวยิ้มให้คนไข้
.
.
.
.
.
.
.
.
.

หนึ่งปีกว่าๆแล้วที่คนไข้ที่ชื่อยูกิออกจากโรงพยาบาลไป แต่ก็ยังเข้าๆออกๆโรงพยาบาล เพราะมาหาคุณหมอซากุระ ที่ตอนนี้เปลี่ยนสถานะจาก คุณหมอกับคนไข้เป็นคนรักไปแล้ว

“สวัสดีคุณหมอเยน เห็นซากุระจังไหม”
ร่างสูงโปร่งที่เข้าออกโรงพยาบาลบ่อยจนเหล่าคุณหมอ พยาบาลของที่นี่รู้จักดี

“เมื่อเที่ยงเห็นกินข้าวอยู่กับจูริจังนะ”
คุณหมอสมองและระบบประสาทตอบก่อนจะยกข้อมือขึ้นดูเวลา เหมือนจะได้เวลาออกเวรพอดี

“เดี๋ยวนี้เรียกจูริจังแล้วหรอ คุณหมอจูริยอมตกลงคบกับคุณหมอล่ะหรอ”

ร่างโปร่งยิ้มพร้อมหรี่ตาแกมล้อ คุณหมอที่เป็นเพื่อนสนิทที่สุด คนเดียวของเขา

“ยังเว้ย ใจแข็งชะมัด แต่นี่ก็ด่าชั้นน้อยลงเยอะแล้วนะ อีกอย่างบอกให้เลิกเรียกคุณหมอได้ล่ะ เพื่อนกัน”

เยนาเดินมาต่อยแขนเพื่อนสนิทเขาเบาๆ เคืองนิดๆที่ถูกล้อ

“มันยากนี่นา ก็เรียกมาเป็นปีๆ”

ยูกิชะเง้อไปทางแผนกศัลยกรรมมองหาแฟนสาวของเขา พลางคุยตอบเพื่อนหมอ

“เออ ชั้นก็บอกให้แกเลิกเรียกมาเป็นปีล่ะเนี้ย ชั้นออกเวรแล้ว ถ้าซากุระยังไม่ออกเวร เราไปนั่งดื่มกันหน่อยไหม นิดนึงๆระหว่างรอ”

ร่างโปร่งยกข้อมือดูเวลาก่อนจะกดโทรศัพท์โทรหาแฟนสาว
.
.
.
.
“ฮัลโหลยู”

รอไม่นานปลายสายก็รับ ทักทายเสียงหวาน จนคนโทรหาเผยยิ้มออกมา

“ยังไม่ออกเวรหรอ วันนี้ยูเลิกงานเร็วเลยมารับกลับด้วยกัน”

คุณหมอเพื่อนสนิทที่ยืนข้างๆได้ยิน บึนปากมองบนแอบหมั่นไส้อยู่หน่อยๆ หวานให้มันน้อยๆหน่อย เห็นใจคนโสดอย่างเขาบ้าง

“อ้าวหรอ วันนี้ชั้นเข้าเวรแทนเพื่อนไปน่ะ พอดีเธอมีธุระด่วน น่าจะอีกสองชม.ถึงเลิก ยูกลับไปรอที่บ้านก่อนก็ได้นะ ขอโทษด้วยที่ไม่ได้บอกก่อน”

ปลายสายตอบเสียงอ่อน เพราะปกติร่างโปร่งจะเลิกงานดึก
.
.
.
.
.
.
.
ตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาล ร่างโปร่งก็อาศัยอยู่กับคุณหมอสาว แรกๆก็ไม่ได้คิดอะไร แต่พออยู่นานเข้า เริ่มรู้สึกไม่อยากเป็นภาระจึงเริ่มหางานทำ แต่เพราะไม่มีเอกสารอะไรเลย จะหาอะไรทำก็ยาก

ดีหน่อยที่เยนามีญาติทำอาหารทะเลส่งออก เลยฝากให้ยูกิเข้าไปทำงานได้ แรกๆก็ทำพวกเอกสารที่เกี่ยวกับเรื่องการค้ากับทางญี่ปุ่น เพราะเขามีความสามารถเรื่องภาษาญี่ปุ่น แต่พอทำมาได้สักพัก ด้วยความขยันและเรียนรู้เร็ว ญาติของเยนาก็ถูกใจ และถูกชะตาจึงให้เป็นหัวหน้า คอยเจรจากับทางคู่ค้าทางญี่ปุ่นเสียเลย เพราะเป็นการติดต่อกันผ่านทางโทรศัพท์และอีเมลเท่านั้น

และช่วงนี้มีออเดอร์จากทางญี่ปุ่นเยอะ ทำให้ยูกิต้องคอยเช็คงานอยู่ตลอด ทำให้กลับบ้านดึกเกือบทุกวัน พอวันนี้เลิกเร็ว กะว่าจะมารับแฟนสาวไปทานข้าวก่อนกลับ แฟนสาวเขาก็ดันติดงาน สงสัยต้องไปกับเจ้าหมอติงต๊องนี่เสียแล้ว

“ไม่เห็นต้องขอโทษเลย เจอคุณหมอเยน ชวนยูไปดื่มแถวๆนี้พอดี งั้นเดี๋ยวยูไปกับคุณหมอแล้วจะกลับมารับนะคะ”

ร่างโปร่งหันไปพยักหน้าให้กับเพื่อนหมอที่ยืนกอดอกถอดเสื้อกราวน์รออยู่แล้ว

“อื้อ อย่าดื่มเยอะนะคะ แล้วก็ดูแลตัวเองด้วย”

คุณหมอสาวตอบกลับด้วยความห่วงใย คนฟังได้ยินก็ยิ้มตาม

“รับทราบค่า แต่จริงๆมีแฟนเป็นหมอไม่ต้องดูแลมากก็ได้นะ”

“ไม่ได้ค่ะ! เจอแต่คนป่วยเยอะแล้ว ชั้นไม่อยากให้ยูกิซังป่วย”

“โอเคค่า”
.
.
.
------------------------------------------------------------------

หูยยยยย  หายไปเนิ่นนาน จริงๆ อย่างที่บอกแหละค่ะ

เรารอไทม์ไลน์เนื้อเรื่องของทั้งซันกับมูนให้มันตรงกัน

ตอนนี้จะตรงกันแล้ว เลยลงได้

ยังไง ฝาก ยูกิซัง กับ กุระจัง เรื่องนี้ไว้อีกเรื่องด้วยน๊าาาา
SHARE
Written in this book
Light Of Love

Comments