Quiet nights of Quiet stars









ค่ำคืน


เงียบงัน
 

เช่นกัน


กับดวงดาว  

  











1


another late night





สแตน เก็ตส์ กำลังบรรเลง corcovado บนแผ่นเสียง... เสียงเทเนอร์แซ็กโซโฟนของเขาเข้ากันกับแสงดิมไลท์จากโคมไฟเพดานที่ช่วยขับให้ทั้งร้านดูอบอุ่นในค่ำคืน



เธอนั่่งอยู่ตรงหน้า-หลายอย่างดูเปลี่ยนไปตามเวลา ใบหน้าที่ดูมีอายุขึ้นเล็กน้อย การแต่งตััวที่สมวัยข้ึน รวมถึงผมที่ยาวสยายนั้น


เจ็ดปีแล้ว ที่เขาไม่ได้พบเธอ ไม่มีีีีีอะไรไม่เปลี่ยนแปลง

แต่แจ็คเพอร์เซลสีขาวที่เธอสวมใส่บ่งบอกว่าเธอยังเป็นเด็กสาวคนนั้้น


พอลมอลสว่างวาบที่ีปลายนิ้วของเธอ
เธอสูดลึก ปล่อยกลุ่มควันสีเทาจางจากลมหายใจลอยหายไปบนเพดาน 

เมื่อเก็ตส์เป่าโน๊ต F เธอหันมาที่เขา เหมือนจะพูดอะไร แต่่่่่กลับกลืนถ้อยคำเหล่านั้นกลับไป 

ก่อนปล่อยตัวเองจมหายไปในเสียงเทเนอร์แซกที่หมุนวนไปบนแผ่นเสียงสีดำสนิทนั้น








2



ในร้านขายแผ่นเสีีียงกึ่งคาเฟ่
เก้าอี้บาร์หันหน้าเข้าหากระจกบานใหญ่เห็นวิวภายนอก ถัดจากถนนคือทะเล ที่มีต้นมะพร้าวเรียงราย
บนโต๊ะมีหูฟัง Schneider พร้อมเครื่องเล่นไว้ให้ลูกค้าลองฟังก่อนตัดสินใจซื้อแผ่น


เธอนั่่งอยู่ตรงหน้า-หลายอย่างดูเปลี่ยนไปตามเวลา แต่มากกว่าที่ยังคงเดิม เขารู้จักเธอตั้้งแต่สมัยเรียน
เธอเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูงพอๆ กับภูเขาเอเวอเรสท์
เจ็ดปีไม่ทำให้สิ่งนั้นเปลี่ยนไป เธออ่านหนัังสือได้เป็นวัันๆ ฟังเพลงได้เป็นชั่วโมง โดยไม่ทำอย่างอื่นระหว่างนั้น แปลกแยก ขวางโลก นั่นคืือเธอที่เขารู้้้้จัก


"โดยรวมแล้้วคุณไม่เปลีี่ยนไปเท่าไหร่่่่เลย" เขาพูดขณะมองคิ้วของเธอที่ไม่ดำหนา แต่เข้ากับรูปหน้าไร้เครื่องสำอางค์นั้้น


"อือ ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ช่วงนี้" เธอบอก เหม่อมองไปยังชั้นวางแผ่นเสียง


"ผ่านไปแล้วก็ผ่านไป อย่าคิดมากเลย" เขาบอกด้วยน้ำเสียงห้วนๆ เหมือนคนไม่ใส่ใจ แต่ปล่าวเลย

แน่นอน เขารู้ว่ามันไม่ง่าย แต่พูดได้ดีที่สุดคือเท่านั้น




"แล้วมาทำอะไรที่นี่" 


เธอเงียบ-คิิด 
ก่อนเปลี่ยนเรื่อง 

"เราชอบ สแตน เก็ทส์" 

"อือ  แผ่นของเธอยังอยู่นะ เรายังเก็บไว้อยู่เลย"


รอรินโด อัลไมดา กำลัังเล่นกีตาร์บอสซ่่่ารึทึ่ม คลอไปกับเสียงแซ็็กโซโฟน

เขาสังเกตุขณะที่เธอกำลังก้มหน้ามองเมนูเครื่องดื่ม 




ตามเนื้อตัวเธอมีรอยเขียวช้ำ...






ช่วงเวลาที่ขาดหายกันไปเธอผ่านการแต่งงานและเลิกรามาหนึ่งครั้ง และตอนนีี้พึ่งเริ่มความรักครั้งใหม่ได้ไม่นาน 

"ความรักบางทีก็เจ็บปวดนะ" เขาบอก



"คงงั้้นแหละ" 


"แล้วทำไมเธอไม่ไปจากตรงนั้น" 




"บางเรื่องมันยาก อืม..." 
เธอนิ่งคิด

"เรายังรักแดนอยู่"



"ความรักแบบไหน ถึงทำร้ายกันแบบนี้"



"อย่างว่า คนบางคนทำให้เรากลายเป็นปีศาจร้าย ทำให้เราเจ็บปวด แต่เราก็ยังรัก"


เธอเงียบหลังคำพูดนั้น  เหม่อมองออกไปนอกบานหน้าต่าง






กลางดึกคืนก่อน เธอโทรมาหลังจากที่่่่ขาดหายไปเกือบปี จริงอยู่่่่ที่ทั้งคู่คุยกันบ้างนานๆ ครั้ง แม้จะเลิกรากันไปเนิ่นนาน 
แต่เขากับเธอไม่เคยพบกันเลยตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา

บางครั้งเธอโทรมาเพียงเพื่อเล่าอะไรบางอย่างสั้นๆ แล้ววางสายไป โดยทีี่เขายังไม่ทันจะเอ่ยคำปลอบโยนใด








เธอโทรมาร้องไห้กับเขาในคืนนั้น 










3
 


"เธอยังเหมือนเด็กหนุ่มคนนั้น" 

"เราว่าเราเปลี่ยนไปเยอะแล้ว เนี่ยหงอกหลายเส้นแล้วล่ะ" เขายิ้ม

"ไม่ใช่ภายนอก เราหมายถึงภายใน" 



เจ็ดปีก่อน ทั้งคู่จากลากันด้วยเรื่องแบบเด็กๆ แต่มันเป็นอารมณ์ในห้วงขณะนั้น และเขากับเธอคิดว่ามันดีทีี่สุด 



"อือ  ทำไมเดี๋ยวนี้ไว้ผมยาวล่ะ แล้วยังใส่แว่นอีก ใส่แล้วเธอดูแปลกๆ ยังไงไม่รู้ ไม่ใส่คอนแทคเลนส์แล้้ว?"

เธอใส่่่่่แว่นกรอบใหญ่สีทอง ปล่อยผมยาวถึงกลางหลัง ทั้งที่สมัยก่อนเธอตัดสั้้นเสมอ


"ทุกๆ เข็มวินาที คนเราเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอแหละ อืม.. 
แต่เราไม่รู้หรอก มันเหมือนกับเข็มสั้นของนาฬิกา ที่คืบคลานไปช้าๆ พอเราเงยหน้าขึ้นอีกทีมันก็เปลี่ยนตำแหน่งไปแล้ว"

"นั่นคือเหตุผลเหรอ"

เธอยิ้มบาง


"เราพึ่งซื้อเครื่องเล่นแผ่นเสียงมาใหม่เมื่อเดือนก่อน เลยมาที่ร้านนี้บ่อยๆช่วงหลัััง 
พึ่งรู้จักร้านนี้ไม่นานเอง คิดว่าเธอคงชอบ..

อืม..  
ความรักบางทีก็เหมือนกับการเลือกซื้อแผ่นเสียงนะ ถ้าไม่ใ่ช่แผ่นที่เรารู้จักหรือเคยฟังมาก่อนแล้ว 
บางแผ่นนั่งฟังจนหมดอัลบั้ม แต่ก็เลือกที่จะไม่ซื้อ แต่กัับบางแผ่นเราฟังแค่เพลงเดีีียว ก่อนตัดสินใจจ่ายเงิน" 


เธอเขี่ยเถ้าบุหรี่ลงในที่่่่่่เขี่ย 


"อืม  อาจจะจริง..

บางที  เราอาจตัดสิินใจซื้อแผ่นนั้นเร็วเกินไป"









4



บริกรเดินมาเสิร์ฟเบียร์ เมื่อแผ่่นเสียงไวนิลหมุนไปเป็นแทร็ค Quiet nights of Quiet stars (corcovado)


Quiet nights of quiet stars
Quiet chords from my guitar
Floating on the silence that surrounds us




สแตน เก็ตส์ ดูโอกับ ชูเอา ชิลแบร์ตู นักร้อง-นักกีตาร์สไตล์บอสซาโนวา ชาวบราซิล เสียงทุ้มลึกกับกีตาร์ของเขากลมกลืนไปกับเสียงแซ็กโซโฟนของเก็ตส์ 
 

"ไม่ได้ฟังเพลงนี้นานแล้วนะ เราฟังเพลงนี้ทีไรนึกถึงคืนนั้นทุกทีเลย"


เธอจุดพอลมอล ด้วยซิปโปซิลเวอร์ที่มีรอยถลอก แล้วคาบไว้มุมปาก วีทเบียร์สีเหลืองขุ่น-พรายฟองเต้นไหวอยู่ในแก้วไพน์ตรงหน้า


เศษเสี้ยวของทัั้งคู่ ยังคงตกค้างอยู่ที่กััััันและกัน


"คืนนั้นมันบ้าจริงๆ น่ะ"

"เราคงเด็กล่ะมั้งตอนนั้น"

"ตอนน้ีเธอแก่แล้ว?" เขาพูดทีเล่่นทีจริง

เธอแค่นหัวเราะ 



หลังเบียร์แก้วแรกจวนหมด เธอหยิบโทรศัพท์แล้วเดินออกไปนอกร้้้าน  ก่อนกลับเข้ามาด้วยสีหน้้าที่ดูหม่นกว่าเดิม 


"เป็นอะไรหรือปล่าว?"




"ปล่าวน่่่ะ ไม่มีอะไร"   เธอตอบคล้้้ายกลบเกลื่อนความรู้สึก








5



Quiet thoughts and quiet dreams
Quiet walks by quiet streams
And a window looking on the mountains and the sea, oh how lovely




บนชายหาดในคืนท่ีฟ้าเปิด และดวงดาวเกลื่อนฟ้า เขากับเธอนั่งเสียบหูฟังกันคนละข้าง
เครื่องเล่นวอร์คแมนกำลังเล่นแทร็ค Quiet nights of Quiet stars 
ในมือของทั้งคู่มีกระป๋องซานมิเกลสีทอง 
กระป๋องเบียร์ที่หมดแล้วบุบบู้กองอยู่ข้างๆ 
เธอจุดพอลมอลด้วยซิปโปที่มีรอยถลอก แล้วยื่่นให้เขา 



"เพราะจัง" 


"อืืือ"   







"เธอว่่าดวงดาวมีเสียงไหม"


"มีสิ"


"แล้วทำไมเราไม่ได้ยิน"

"เราอยู่ห่างไกลเกินไปมั้ง และเสียงอื่นมีมากมาย เธอลองเงียบและหลับตาฟังสิ"


เขาเงียบและหลับตา.. 
แต่คงได้ยินเพียงเสียงคลื่น


"ก็ยังได้ยินแต่่่่่่เสียงคลืื่น" เขายิ้ม


"ดวงดาวหมุนย่อมมีแรงสั่นสะเทือน แม้แต่ผ้าม่านไหวยังมีเสียงเลย" 


"แต่ถ้าเราไม่ได้ยิน มันก็มีค่า
เท่ากับความเงียบ"



"อืม.."

เขาเงียบไปชั่วครู่ มองไปที่่่่เธอ


"ความคิดถึงก็ด้วย  ค่ำคืนมีความคิดถึงส่งไปลอยๆ มากมาย  แต่เมื่อเราไม่ได้รับรู้ ไม่ได้ยิน มันย่อมไม่มีความหมายเลย"


เธอเหม่อมองท้องฟ้า ทำเหมือนไม่ใส่ใจที่่่่่่่เขาพูด


"เราชอบกลางคืน  กลางคืนทำให้จิตใจเราสงบ และเราจะได้้้้ยินเสียงจากข้างในตัััััวเอง"


"แต่ถ้าข้างในเราสับสนวุ่นวาย ใจเราก็ไม่มีวันสงบหรอก"





หลังความเงียบ
แล้วเธอก็็็็ถามออกมาลอยๆ 


"ทำไมเธอปล่อยให้้้้เราอยู่คนเดียวคืืนก่อน"






"เออ...

เราผิดเอง'


"เธอรู้ไหมเราเศร้าแค่ไหน"

"แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ เรากลับไปแก้ไขไม่่่่่่่่่่่
ได้แล้วนี่"

"เธอเป็นแบบนี้ทุกทีเลย"


"อือ ยอมรับ" 


"มันคงต้องเป็นแบบนั้น" 





หลังจากนั้นเหมือนเมื่อเราร้อยเชือกรองเท้าผิิิิิิดช่อง แล้วจากนัั้นมัันก็ผิดไปหมด


ในประโยคสนทนาทีี่มีแต่คำพููููููููููููดให้ตีความ
และความเงียบอึดอัด เหมือนในฟิล์มบางเรื่องของ วูดด้ี อัลเลน 
ต่างคนต่างอยากเอาชนะ และต่างไม่ยอมละทิ้งอีโก้ของตัวเอง 


"เธอก็เอาแต่เงียบพอเราถามอะไรที่จริงจัง ไม่ก็เปลี่ยนเรื่อง"



"เธอคิดดีแล้ว?" 





จากเรื่่่องเล็กๆ กลายเป็นการถกเถีีียง

เขาขึ้นเสียง  สบถบางคำออกไป 







เธอขว้างกระป๋องเบียร์ใส่เขา แล้้วเดินหายไปเจ็ดปี-นับจากคืนนัั้ั้น










6




แผ่่นไวนิลหมุนวนมาที่แทร็คเดิม
สแตน เก็ตส์ เป่าโน๊ต Bb ในเสียงต่ำสุดก่อนไต่เสียงไปสู่โน๊ต F ในบันไดเสียงสูงสุด 


"คืนนัั้นเรานั่งอยู่ที่เดิมจนสว่างเลยรู้ไหม" 

นั่นคือเรื่องที่เขาไม่เคยบอก


"ไม่เคยเห็นเล่าเลย"

"ความจริงเราเป็นห่วงเธอนะ แต่เราไม่รู้จะทำยังไงหลังจากนั้น"

"เธอไม่ได้หันกลับมามองเราด้วยซ้ำ"



"ทำไมเธอรู้"


"บางทีคืนนั้น  ถ้าเธอหันกลับมาเราอาจจะ"  เธออึกอััก  " แต่... อืม.. เราไม่รู้หรอก"


"เราผิดเองแหละ" 


เธอเงียบ 






"ซิปโปอััััันนี้ยังอยู่อีกนะ" 


"เรารักษาของดีเสมอ"


"ยกเว้นบางอย่าง" เขายิ้มมุมปาก 


.

..

...




"คนบางคนมาพบกันเพื่อทำให้เราเป็นคนเดิมในรูปแบบใหม่
same old brand new you แบบนั้น
เราเติบโตขึ้นเสมอในทุกการจากลา แม้เพียงน้อยก็เถอะ"


"นั่นเป็นข้อดีในความเศร้าจำนวนมหาศาล"


"บางทีเราไม่น่าพบกัน" เธอพูดออกมาลอยๆ


"ตอนนัั้น หรือคืนนีี้"


"ช่างเถอะ"


"แต่เราก็พบกันแล้ว"



"เธอไม่่่่ใช่เด็กสาวแบบตอนนั้นแล้วนะ ทำอะไรคิิิดให้ดีๆ ล่ะ เราไม่อยากเห็นเธอเป็นแบบนีี้  อืม...
แต่ชีวิิตเป็นของเธอ เธอเลือกเอง" 



เธอยกแก้วเบียร์ขึ้นดืื่ม ก่อนหันมาสบตา 








7



หลังเบียร์สี่แก้วไพน์  ในร้านเหลือลูกค้าไม่มาก มีเสียงพูดคุยกันเบาๆ 
นาฬิกาลานบนผนัังบอกเวลาห้าทุ่มสิิิิิิิิิบสองนาที


"คืนนั้นหลังจากเธอไปแล้ว เราเห็นดาวหางด้วยนะ แล้วเราก็คิดไปมากมาย"



"ยังไงล่ะ" 


"เธอว่่่่่าไหม ดาวหางผ่านลงมาบนโลกเพียงวูบหนึ่ง ยังทิ้งเศษเสี้ยวเอาไว้้้้้เลย คนเราย่อมทิ้งเศษเสี้ยวไว้แก่กันในทุกการพบเจอแหละ"

"ชอบพูดเป็นบทกวี"


"เธอเมาแล้ว" 



"เหมือนเจ็็็็็็็็็็็ดปีที่ผ่านมา"



"อืม ขอบใจมากนะสำหรับคืนนีี้


เขาพยัััััักหน้า





  Floating on the silence that surrounds us

แผ่่นเสียงไวนิลยังคงหมุนวนที่แทร็คเดิม
สแตน เก็ตส์ เป่าโน็ต F ในบันไดเสียงสูงสุดค้างยาว


"ฟังเพลงนี้ทีไรนึกถึงคืนนั้นทุกทีเลย"


"เราไม่คิดว่าจะได้พบกันอีกด้้้วยซ้ำ"


"อือ ดาวหางทิ้งเศษเสี้ยวไว้บนโลกเสมอ ไม่ที่ใดก็ที่หน่ึง หากเราจะพบเจอ"


"บางทีเราอาจเจอโดยบัังเอิญในสักวัน" 



"อือ บางที" 





เธอจุดพอลมอลตัวสุดท้าย ก่่่อนเก็บซิปโปอันเดิมใส่กระเป๋า






"ให้เราไปส่งไหม?"




.....................   





เธอสบตา

ปล่อยกลุ่มควันสีเทาจางจากลมหายใจให้ค่อยๆ ลอยหายไปในแสงสลัว



แผ่นไวนิลยังคงหมุนวนอยู่ทีี่แทร็คเดิม...









"Quiet nights of quiet stars
Quiet chords from my guitar
Floating on the silence that surrounds us


Quiet thoughts and quiet dreams
Quiet walks by quiet streams
And a window looking on the mountains and the sea, oh how lovely"





-Base on my true story-



















































































SHARE
Written in this book
dialogue 0.1
Writer
standfast
Wednesday's child
the sun is gone, but I have a light

Comments

pluto1102
5 months ago
คุณเล่าเรื่องโครตน่าอ่านอะ😂💕
Reply
standfast
5 months ago
ขอบคุณนะครับที่อ่าน :)
pluto1102
5 months ago
ขอบคุณ​ที่คุณเขียนเหมือนกัน💕
Saturngal
5 months ago
งดงามค่ะ^^
Reply
standfast
5 months ago
ขอบคุณครับ:)
Y_saku
5 months ago
ดีเหลือเกิน
Reply
standfast
5 months ago
ขอบคุณครับผม :)