ความเรียงประจำวัน : ความตาย
"เราเกิดมาทำไม?" 

เพียงคำถามเดียวเท่านั้นที่ทำให้ทุกอย่างบนโลกใบนี้ดูจะไร้ความหมายไปทันที เกิดมาแล้วก็ต้องตาย เพียงเท่านั้น เพียงเท่านั้นจริงๆหรือ
 "ชีวิตคืออะไร?" คำถามนี้ก็น่าสนใจ แต่ตัวผมยังไม่มีคำตอบให้ 

เมื่อวานนี้ผมไปงานศพมา พ่อของเพื่อนได้จากโลกนี้ไปอย่างไม่หวนกลับ ความตายได้รับเขาไปยังดินแดนของมัน อีกสภาวะของชีวิตที่คนเป็นไม่อาจเห็นด้วยตา ความตายเป็นประตูบานสุดท้ายที่ทุกชีวิต ไม่ว่าจะเดรัจฉานหรือประเสริฐสัตว์ก็ต้องผ่านมันไป

 ความตาย 

เพียงแค่คิดถึงก็เย็นยะเยียบไปทั้งร่างกาย ผมตั้งใจจะเขียนความเรียงเรื่องชีวิตโดยเริ่มต้นที่ความตาย ผมตั้งใจจะเขียนความรู้สึกและความนึกคิด ผมตั้งใจจะทำความรู้จักกับชีวิตผ่านการเขียน การเขียนเป็นการสื่อสารประเภทหนึ่งด้วยภาษาผ่านตัวอักษร แต่ละตัวอักษรร้อยเรียงให้เกิดเป็นคำขึ้น เมื่อเป็นคำก็มีความหมาย แต่ละความหมายเมื่อเรียงร้อยกันแล้วจึงเกิดใจความ เกิดสารที่จะถูกสื่อออกไป

 ถ้าหากชีวิตไม่มีความตายเป็นหมุดหมายสุดท้าย เราคงมองไม่เห็นจุดสิ้นสุดของมัน มันคงไม่เป็นธรรมชาติ มันคงเป็นอะไรสักอย่างที่ไม่ใช่ชีวิต เป็นอะไรที่ดำเนินไปไม่รู้จบรู้สิ้น จากการพินิจพิจารณาสิ่งทั้งหลายรอบกาย ความตายดูเหมือนจะแฝงอยู่ในทุกชีวิตที่ดำรงค์อยู่ สภาพของชีวิตจะค่อยๆเสื่อมถอย ค่อยๆแห้งเหี่ยว ค่อยๆร่วงโรย และดับไป มันเป็นธรรมชาติที่จะต้องดับสูญ 

ดังนั้น ความตายก็เป็นเหมือน ต. เต่า-ตัวอักษรตัวสุดท้ายของคำว่าชีวิต เป็นตัวอักษรที่ทำให้คำว่าชีวิตนั้นสมบูรณ์ เป็นชีวิต เป็นธรรมชาติ หากสืบย้อนกลับไปตามเส้นทางประวัติศาสตร์ อารยธรรมของมนุษยชาติถูกผูกยึดอยู่กับความตาย ตั้งแต่ยุคหินเราก็มีการไว้อาลัยให้แก่ผู้ล่วงลับ ผู้วายชนม์ พัฒนาต่อกันเรื่อยมาตามกาลเวลานับพันนับหมื่นปี ความตายไม่เคยสูญเสียความศักดิ์สิทธ์ของมันไปเลย ทุกวันนี้เราก็ยังมีพิธีกรรมสำหรับคนตาย เรายังมีความกลัวและความโศกเศร้า ความตายนั้นเงียบเชียบอย่างไม่อาจบรรยายได้ ลึกลับอย่างไม่อาจเปิดเผย และพรั่นพรึงอย่างไม่อาจต้านทาน และแล้วก็ต้องตาย ไม่มีชีวิตใดหลีกหนีได้รอดพ้น
SHARE

Comments