INTO STEP #อายูจิน2 (Yujin x Wonyoung) - 3
.
.
.
.
.
.
.

10.00 AM.
บ้านยูจิน, ซิดนีย์

“อายูจินนนนนน”

ซากุระเรียกหาคุณอาของตัวเอง ทันทีที่ก้าวเข้ามาในบ้าน เพราะร่างโปร่งเจ้าของบ้านรับปากเธอไว้แล้วว่าจะพาไปเที่ยวแต่สายแล้วยังไม่ไปรับที่โรงแรม จนเธอต้องรบเร้าผู้จัดการที่เป็นทั้งเพื่อนสนิทอาของเธอให้มาส่งที่นี่

“เหห...ซาจัง มาได้ไง”

ร่างโปร่งกำลังงกๆเงิ่นๆอยู่กับเครื่องปิ้งขนมปังที่วันนี้เหมือนจะเกเรไม่ทำงานให้เขา

“ก็รออาตั้งแต่เช้าไม่มาสักที โทรหาก็ไม่รับ เลยให้เพื่อนอายูมาส่งค่ะ”

เด็กตาใสอมลมทำแก้มป่องให้รู้ว่าเธอไม่พอใจคุณอาของเธอที่ผิดสัญญา

“ก็อาพยายามจะปิ้งขนมปังทานกับกาแฟก่อนนี่คะ แต่เหมือนเครื่องจะพังซะแล้ว”

ร่างโปร่งยกมือขึ้นบีบท้ายทอยเบาๆ รู้สึกเมื่อยตัวหน่อยๆ โชคดีที่วันนี้ลางาน ถึงแม้จะต้องพาหลานสาวคนสวยเที่ยวก็ยังดีกว่า นั่งเครียดในห้องประชุม

“อายูไปอาบน้ำเลย เดี๋ยวซาจังทำให้เฟรนช์โทสให้ แล้วผู้หญิงที่อาเอากลับมาหล่อนกลับไปแล้วใช่ไหม”

หลานสาวเดินไปเปิดตู้เย็น หาวัตถุดิบเพื่อจะได้ทำเมนูประจำที่เธอทำเป็นมื้อเช้า

“ไอชาร์ลบอกเรื่องนี้ด้วยหรอ”

“ป่าวค่ะ รายนั้นพูดแต่เรื่องของตัวเอง พูดมากน่ารำคาญจะตาย เรื่องของอา ซาจังมาหาอาหลายวันแล้ว ฟ้องคุณพ่อเรียบร้อย”

ซากุระเบะปากเมื่อนึกถึงอีกคนที่เพิ่งมาส่งเธอ แชยอนพูดแต่เรื่องสาวๆของเขา จนเจ้าตัวต้องเอาหูฟังมาใส่

“ซาจังอ่าา แบบนี้อาก็แย่สิ พี่ยุนด่าตายเลย”

“ล้อเล่นค่ะ ซาจังไม่ให้อายูโดนดุหรอก”

เด็กสาวยิ้มกว้าง หดคอเล็กน้อยตอนที่อาของเธอลูบหัว
.
.
.
.
.
.
.
.
ยูจินใช้เวลาไม่นานก็จัดการอาหารเช้าที่หลานสาวสุดที่รักของเขาทำให้ แล้วรีบพาไปเที่ยวตามสัญญา ก่อนจะสายไปมากกว่านี้

ร่างโปร่งพาหลานสาวเที่ยวชมงานศิลปะ ที่ Art Gallery of New South Wales เขาไม่ได้เจอหลานสาวคนนี้เกือบสิบปี ตั้งแต่ย้ายกลับมาอยู่ที่เกาหลี

ยูจินเป็นลูกหลง พ่อแม่มีเขาตอนอายุมากแล้ว เกิดมาไม่นานพ่อแม่ก็เสียชีวิต พี่ชายคนเดียวแต่งงานกับแฟนสาวชาวญี่ปุ่นตอนเขาอายุเกือบ 6 ขวบ พี่ชายที่เป็นผู้ปกครองคนเดียวของเขาพาไปอยู่และเรียนที่ญี่ปุ่นด้วย ยุนโฮแต่งงานได้หนึ่งปี ก็มีลูกสาวตัวน้อยชื่อ ซากุระ หรือในบ้านจะเรียกเด็กน้อยด้วยความเอ็นดู "ซาจัง"

ซากุระเกิดได้ไม่นาน ยุนโฮถึงทราบว่าภรรยาของเขาเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ร่างกายอ่อนแอ เธอได้มีโอกาสเลี้ยงลูกสาวเพียงหนึ่งปีก็จากโลกนี้ไป ยูจินจึงคอยช่วยเลี้ยงหลาน เพราะเธอรู้ว่าหากไม่มีพี่สะใภ้เธอแล้ว หลานสาวที่น่ารักของเธอคงเหงาเหมือนกับเขา เพราะพี่ชายของเขาต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อหาเงิน ไหนจะค่าใช้จ่ายของเขา และลูกสาวอีก

ถึงแม้ยูจินที่มีศักดิ์เป็นอา ทว่ามีอายุห่างแค่ 6 ปี แต่เขาก็ทำหน้าที่เลี้ยงหลานแทบจะทำแทนพี่เลี้ยงได้หมดทุกอย่าง พอหลานสาวเข้าโรงเรียน เขาโตพอที่จะเริ่มรับผิดชอบ พาหลานไปส่งห้องเรียน ก่อนแล้วตัวเองค่อยไปเรียน และรีบมารับกลับบ้านไปด้วยกัน

ไม่แปลกที่ซากุระจะรักและติดยูจินมาก เขาพาเธอเข้านอนทุกวัน โดยมีข้อตกลงกันไว้ว่า ยูจินจะต้องอ่านหนังสือให้ฟัง หนึ่งบทก่อนนอน หากวันหยุดไหน ที่ยุนโฮไม่ว่างพาออกไปเที่ยว ยูจินจะพาหลานสาวไปร้านหนังสือ แล้วให้ซาจังเลือกหนังสือเล่มใหม่ ไว้ให้เขาอ่านให้ฟังก่อนนอน จนกระทั่งซากุระเริ่มขึ้นมอต้น ยูจินเรียนจบ เขาจึงขอพี่ชายกลับมาทำงานที่เกาหลี โดยเขาจะรับผิดชอบตัวเอง ไม่ให้ลำบากพี่ชายอีก

“อายู จำได้ไหม ซาจังชอบให้อาอ่านหนังสือเล่มไหนให้ฟังมากที่สุด”

เด็กสาวหันมาถามร่างโปร่ง ระหว่างที่เดินดูผลงานศิลปะในแกลอรี่

“อืมม...หนังสือที่อธิบายเรื่องโรคมะเร็งที่มีภาพการ์ตูนด้วยไง”

คุณอาขายาวๆของเธอ ใช้เวลาคิดเพียงครู่หนึ่งตอบ

“อายังจำได้อยู่หรอคะ ดีใจจัง”

ซากุระยิ้ม ร่างโปร่งยกมือขึ้นขยี้หัวหลานสาวเบาๆ
.
.
.
.
.
.
.
.
.
อีกฟากของแกลอรี่ วอนยอง เม้มปากมองดูภาพตรงหน้า เธอแอบมารอที่นี่ตั้งแต่ได้ยิน เด็กสาวคนนั้นขอกึ่งบังคับผู้จัดการโรงแรมให้พาเธอไปหาคนที่เธอก็อยากจะไปหาเหมือนกัน ถึงแม้จะหงุดหงิดในใจอยู่บ้างที่เด็กสาวคนนั้นเรียก อายูจิน เหมือนกันกับเธอ

หึ จะให้เด็กที่ไหนมาเรียกแบบนี้ก็ได้หรอกหรอ?

หลังจากแอบฟังจนรู้ว่าวันนี้ ร่างโปร่งจะไม่เข้ามาทำงานเพื่อจะพาเด็กคนนั้นไปเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆไม่ว่าจะเป็น พิพิธภัณฑ์ศิลปะ Art Gallery of New South Wales แล้วบ่ายแก่จะไปเดินเล่นที่ The Rocks แล้วอาจจะต่อด้วยไปเดินเล่นแถวสะพานฮาร์เบอร์ ดูไฟที่โอเปร่าเฮ้า ร่างบางก็รีบไปที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะ เพื่อรอเขามา ร่างบางเป่าปากก่อนจะ ทำทีเป็นยืนดูภาพที่อยู่ไม่ไกลเขามาก เธอแค่ต้องการให้เขาเห็นเธอ เพื่อสังเกตอาการ เหมือนคุณหมอที่ต้องเช็คร่างกายคนไข้ก่อนในเบื้องต้น

เป็นไปตามที่เธอตั้งใจ ร่างโปร่งยิ้มมองหลานสาวตัวเองอยู่ พลันสายตาหันไปเห็นร่างบางที่คุ้นเคย เป็นจังหวะที่เธอหันมาบังเอิญสบตาเขาพอดี ร่างโปร่งนิ่งเพียงอึดใจ ก็จะเมินหันไปยิ้มให้หลานสาวของเขาต่อ

ร่างบางพ่นลมหายใจออกมา เมื่อครู่เธอกลั้นหายใจเกือบตาย ทั้งตื่นเต้นระคนกลัวในเวลาเดียวกัน แต่แล้วสิ่งที่เธอไม่อยากให้เกิดขึ้น มันก็เกิดจนได้ เขาเมินเธอไปเลย เหมือนคนไม่รู้จัก เหมือนเป็นเพียงอากาศ

ซากุระยู้ปาก สัมผัสได้ถึงความผิดปกติของอาที่แสนใจดีของเธอ เธอเขยิบเขาไปใกล้ใช้มือทั้งสองข้างสอดเข้าไปกอดแขนของร่างโปร่ง

“อารมณ์ไม่ดีหรือคะ เมื่อกี้ยังยิ้มอยู่เลย หรือว่าหิวคะ”

ร่างโปร่งหลับตาตั้งสติ ก่อนจะหันกลับมายิ้มให้เด็กสาว

“ไปที่อื่นต่อเถอะ ตรงนี้อากาศมันไม่ค่อยดีแล้วล่ะ”

คนที่พูดแสนธรรมดาแต่คนที่ไม่ได้ตั้งใจฟังรู้สึกชาไปทั้งร่างกาย เธอรู้ว่าเขาพูดถึงเธอ เธอมันคงเป็นมลพิษสำหรับเขาจริงๆ
.
.
.
.
.
.
อ้างอิงวิธีการแพทย์เมื่อตรวจเบื้องต้น สังเกตการณ์เรียบร้อยก็ต้องถึงคราววิเคราะห์ วินิจฉัยโรค สำหรับอาการของยูจิน ให้เด็กอนุบาลดูก็ยังรู้เลยว่าเขาคงเกลียดเธอไปแล้ว แต่หน้าที่หมอ ถึงแม้จะรู้ว่าอาการหรือโรคของคนไข้จะร้ายแรงเพียงไหนก็ต้องหาทางรักษา

วอนยองตั้งสติแล้วมองหาวิธีการใหม่ สถานที่ถัดไป เดอะร็อคส์ วิธีรักษาแรก ต้องเช็คว่าเขายังหวงเธออยู่หรือเปล่า? คราวที่แล้วที่เธอยั่วโมโห ล่อเขาออกจากถ้ำได้ด้วยลูคัส คราวนี้เธอคงต้องหาสักคนแล้วล่ะ เหมือนฟ้าจะเห็นใจเธอ ส่งเพื่อนสนิทเขาอย่างแชยอนเดินมาพอดี ใกล้ๆตัวแบบนี้น่าจะง่ายกว่า

“อ้าว คุณวิคกี้ มาเที่ยวหรอคะ”

แชยอนเดินเข้ามาทักเมื่อเห็นเธอยืนเลือกของอยู่

“อ่อค่ะ อยู่คนเดียวมันเบื่อน่ะค่ะ คุณชาร์ลมาคนเดียวหรอคะ”

ร่างบางถามพร้อมช้อนสายตา มองคนถูกถาม แชยอนพยักหน้าถี่ๆ พร้อมยิ้มกว้าง สายตาแบบนี้ มันคือการเปิดทางอย่างหนึ่ง เขาน่ะ เจอสาวๆมาเยอะ ดูออกแบบไหนเชื้อเชิญ แบบไหนไม่สนใจ อย่างยัยเด็กหลานสาวเพื่อนเธอน่ะ สายตารังเกียจ ทำไมเขาจะดูไม่ออก แต่ยิ่งทำท่าทีรังเกียจยิ่งอยากแกล้งต่างหาก ส่วนแขกวีไอพีตรงหน้าก็ถือว่าเกรดพรีเมี่ยมลองสักหน่อยก็ไม่เสียหาย

“ค่ะ ชั้นมาคนเดียว ถ้าเซ้นส์ชั้นไม่พัง คุณก็น่าจะต้องการคนอยู่เป็นเพื่อนหรือเปล่าคะ ชั้นพาเที่ยวได้นะ”

ผู้จัดการสาวยิ้มตอบ ร่างบางยกยิ้มมุมปาก ก็ตอนนี้เธอเห็นคนที่เธอรออยู่ไม่ไกลเสียแล้ว

“เฮ้ เจ ยัยเด็กเผด็จการ”

ผู้จัดการผมบรอนด์โบกมือเรียกเพื่อนของเขา ส่วนเด็กสาวกรอกตา เบะปากทันทีที่เห็น

“ซาจังไม่อยากเดินกับเขาเลยอ่ะ”

แชยอนถือวิสาสะคว้าข้อมือร่างบางเดินไปหาคนทั้งคู่ที่อยู่ไม่ไกล

“เหม็นหน้าชั้นขนาดนั้นเลยหรอ ยัยเด็กเผด็จการ”

ยิ่งเห็นซากุระทำหน้าเหม็นเบื่อ ยิ่งทำให้เขายิ่งอยากแกล้ง

“เลิกแกล้งซาจังได้แล้วชาร์ล”

น้ำเสียงเรียบทำให้แชยอนขมวดคิ้ว แปลกใจเพื่อนเขาไปโกรธอะไรมา

“โอเค ไม่แกล้งเด็กแกล่ะ เอ่อ นี่คุณวิคกี้ แขกวีไอพีชั้นเอง ส่วนนี่วายเจ เป็นผู้จัดการเหมือนกับชั้นค่ะ ส่วนข้างๆนี้ เด็กขี้วีนคนนึง”

แชยอนแนะนำให้เพื่อนสนิทและเพื่อนใหม่ของเขารู้จักกัน ร่างบางดูท่าทีของร่างโปร่งอยู่ครู่นึง

“สวัสดีค่ะ ถ้าโรงแรมมีอะไรไม่สะดวกก็แจ้งชาร์ลล่ะกันนะคะ ช่วงนี้ชั้นพักร้อน”

ร่างโปร่งพูดกับเธอเหมือนคนไม่เคยรู้จักกัน ยากเสียจริงเคสนี้

“แน่นอนค่ะ ไปดูของตรงนั้นกันเถอะคะ ชาร์ล ชั้นอยากดูหมวกตรงนั้นสักหน่อย”

ร่างบางสอดมือไปคล้องแขนคนข้างๆแล้วแยกไปอีกทาง ร่างโปร่งยักไหล่แล้วหันไปหาหลานสาวที่ทำหน้าเบะปากใส่เพื่อนเขา ก่อนจะโอบไหล่แล้วเดินต่อ

ไม่มีท่าทีหึงหวงอะไร ถึงแม้เขาจะเห็นเธอใกล้ชิดเพื่อนเขา สงสัยเวลาอาจจะทำให้เขาเฉยชากับเธอจริงๆ

เย็นแล้วทั้งแชยอน วอนยอง ยูจิน ซากุระ เดินเล่นไม่ไกลสะพานฮาร์เบอร์ ท้องฟ้าเริ่มมืดลง ไฟตามสะพานเปิดให้บรรยากาศสวยน่าเดินยิ่งขึ้น ถึงแม้จะไม่ได้เดินด้วยกัน แต่ทั้งสองคู่ก็ไม่ได้เดินห่างกันมาก บ่อยครั้งที่ร่างบางหัวเราะกับเรื่องสนุกที่ผู้จัดการสาวเล่าให้ฟัง ยูจินเดินนิ่งแต่ในใจเขารู้สึกรำคาญ ยิ่งท่าทีหัวเราะคิกคักมันยิ่งน่ารำคาญในสายตาเขา

“อายู ไฟนั่นสวยจังค่ะ ตรงโอเปร่าเฮ้าส์”

เด็กสาวชี้ไปที่ไฟที่เธอบอก ท่าทีตื่นเต้นทำให้ยูจินเอ็นดู ดึงเจ้าเด็กตาแป๋วมายืนอยู่ด้านหน้าแล้วโอบไว้จากด้านหลัง เพราะเขารู้ว่าอีกไม่กี่วินาที พลุจะถูกปล่อย แล้วหลานสาวเขาน่ะ ไม่ชอบเสียงพลุ เธอจะตกใจ

ทุกครั้งเขาจึงต้องกอดเธอจากด้านหลังแล้วยกมือปิดหู ซากุระหดคอหรี่ตา เมื่อประกายพลุลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ภาพที่เห็นมันสวยงาม ขัดกับเสียงดังที่ทำให้เธอกลัว

วอนยองมองภาพตรงหน้า เจ็บแปร๊บๆข้างในหัวใจ เธออยากเป็นเด็กคนนั้น ที่ถูกเขากอด ท่าทีห่วงใยแบบนั้น รอยยิ้มแบบนั้น มันเคยเป็นของเธอทั้งหมด

“คืนนี้ไปที่บาร์เดิมไหมคะ คุณวิคกี้ ปกติชั้นกับเจ้าเจไปกันทุกคืน คืนนี้มันอาจจะยิ่งสนุกถ้ามีคุณไปด้วย”

แชยอนเอ่ยปากชวนร่างบางที่ยืนดูพลุด้วยกัน ร่างบางไม่ตอบอะไรเพียงพยักหน้าเบาๆ
.
.
.
.
.
.
.
.
.
บาร์เดิม ร้านประจำของยูจินกับแชยอน เพียงแต่วันนี้ทั้งสองคนมาช้ากว่าทุกวัน บาร์เทนเดอร์หนุ่มตัวเล็กยิ้มทักทาย ก่อนจะทำหน้าที่อย่างรู้งาน เครื่องดื่มโปรดของทั้งสอง

เคาท์เตอร์บาร์ที่ปกติมีไว้ต้อนรับคนที่มาดื่มคนเดียวที่ประจำของยูจินแต่คราวนี้ ร่างโปร่งกลับเลือกไปนั่งที่โต๊ะ เพราะแชยอนบอกให้นั่งด้วยกัน

“เดี๋ยวซาจังไปอยู่บ้านอาดีกว่า ตอนเช้าจะได้ทำอาหารเช้าให้ด้วย”

ซากุระยิ้มหันมาบอกเจ้าของบ้าน

“ไม่ๆ อยู่โรงแรมน่ะดีแล้ว สะดวกกว่า บ้านอามันรก เราก็เห็นนิ”

ร่างโปร่งปฏิเสธทันที

“กลัวว่า ยัยเด็กเผด็จการอยู่แล้วจะหิ้วสาวไปกินไม่ได้ล่ะสิ”

แชยอนกระซิบเพื่อนสนิทอย่างรู้ทัน

“แจยน ชั้นได้ยินนะคะ”

ชื่อใหม่ที่เด็กสาวตั้งขึ้นมาทำให้เจ้าตัวต้องชะงัก

“เฮ้ ยัยหนู ชั้นชื่อ แชยอน หรือไม่ก็ชาร์ล เรียกให้มันถูกหน่อย อีกอย่างชั้นแก่กว่าเธอ”

“ก็ชั้นจะเรียก แจยน จะทำไม”

เด็กสาวเชิดหน้าเอาเรื่อง อย่างไม่ยอม
.
.
.
.
.
.
.
.
ในขณะที่ทั้งเพื่อนสนิทกับหลานสาวของเขาทะเลาะกัน ยูจินรู้สึกได้ถึงสายตาใครบางคนกำลังจ้องเขาอยู่ ทันทีที่เงยหน้าขึ้นจากแก้ว เขาจึงเห็นสายตาของใครอีกคนในโต๊ะ เธอมองมาที่เขา นัยน์ตาเศร้าของเธอพยายามสื่อสารกับเขา เพียงแค่เธอไม่สามารถพูดคุยกับเขาได้ตอนนี้

ทว่าเหมือนฟ้าเป็นใจ ซากุระลุกขึ้นขอตัวไปห้องน้ำ ร่างโปร่งพยักหน้า ผู้จัดการผมบรอนด์มองตาม แต่พอเห็นว่ามีชายหนุ่มที่เขาเห็นมองเด็กสาวนั้นตั้งแต่เข้ามาไม่วางตา ลุกเดินตามเด็กสาวไป เขารีบลุกขึ้นแล้วเดินตามไปด้วยทันที

เหลือไว้ก็แค่แขกวีไอพี กับ ผู้จัดการร่างโปร่งอีกคนที่โต๊ะ

“อายูจิน”

เสียงบางเบาของร่างบางเอ่ยขึ้น เพียงคำเรียกที่คุ้นเคยของอีกคนมีผลทำให้ใจของคนฟังกระตุกวูบ แต่พอภาพเหตุการณ์วันสุดท้ายที่ความสัมพันธ์ของเขาและเธอจบลงผุดขึ้นมาในหัว ทุกอย่างก็เปลี่ยน

“...”

“เด็กคนนั้นแฟนใหม่ อาหรอคะ”

เธอไม่รู้ว่าจะต้องชวนเขาคุยเรื่องอะไร สมองเธอสั่งการช้า หรือไม่รู้เพราะอะไรปากเธอถึงถามสิ่งที่เธอสงสัยก่อน

“แฟน? ไร้สาระ”

ร่างโปร่งตอบพร้อมเงยหน้ามองหน้าคนถาม

“หรือคู่นอน?”

คำถามที่เธอกลัวคำตอบ หากเป็นเพียงคู่นอน คู่นอนคนนี้คงพิเศษ หรือมีอะไรให้เขาติดใจแน่ๆ
.
.
.
.
ยังไม่ทันที่ร่างโปร่งจะได้ตอบอะไร ผู้หญิงหน้าสวยจัด ตาโต อวบอัด เดินเข้ามาแทรกตัวแล้วนั่งลงบนตักเขา

“เอมิลี่!!”

ร่างโปร่งดูตกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ดันเธอออกไปจากตักของเขา

“กะแล้วว่ายูต้องอยู่นี่ ทำไมวันนี้ลาล่ะ ไอรอยูทั้งวันเลย คืนนี้ได้คู่นอนหรือยัง ชั้นว่างนะ”

บอสสาวโอบรอบคอเขา ขยับเข้าไปใกล้จนคางของเขาเกือบจะฝังลงไปตามร่องอกอิ่มของหล่อน

“ยังไม่ได้ตกลงกับใครเลย ว่าคืนนี้จะไปกับคนไหน”

ร่างโปร่งยกยิ้มตอบบอสสาวในคาบเสือยั่วสวาท
.
.
.
.
“งั้นเสียใจด้วยล่ะกันนะคะ คืนนี้ชั้นตกลงไปนอนกับคุณค่ะ”

วอนยองลุกขึ้นเดินไปด้านหลังของร่างโปร่ง มือเรียวทั้งสองลูบลงที่ไหล่ของเขา ก่อนจะเอื้อมตัวมาข้างหน้าแล้วกดริมฝีปากแนบกับปากของคนที่นั่งอยู่ จนคนที่อยู่บนตักต้องลุกออก ยิ่งร่างโปร่งไม่ได้ปฏิเสธ เธอยิ่งหงุดหงิดแล้วเดินกระทืบเท้าออกไป ร่างโปร่งจูบตอบจนเป็นร่างบางที่ถอนจูบออกเอง

“ชั้นไปชวนคุณมาเป็นคู่นอนชั้นตอนไหน”

ร่างโปร่งเอ่ยถาม

“แล้วถ้านยองอยากไปนอนกับอาคืนนี้ อาเองก็ยังไม่ได้ตกลงกับใครไม่ใช่หรอ”

“สามข้อ หนึ่ง แค่เซ็กส์ สอง ไม่ติดต่อหรือมีคอนแท็คกัน สาม เช้าจบแยกย้าย ถ้าโอเคก็ดีล”

ร่างโปร่งยกยิ้มให้เธออย่างท้าทาย ร่างบางคิดอยู่เพียงไม่กี่วินาที

“ดีลค่ะ”

.
.
.
.
.
.
.
ซากุระเดินแทรกตัวหลบหนุ่มสาวในร้าน ไปทางห้องน้ำ แต่ยังไม่ทันถึงห้องก็มีมือหนาของใครก็ไม่รู้มันดึงข้อมือเธอ ทำให้เธอเซ ตามแรงดึงมากระแทกอยู่ที่อกหนาของคนดึง

"ว๊ายยย"

ชายหนุ่มฝรั่งตัวสูงใหญ่ กลิ่นแอลกอฮอล ทำให้รู้ว่าเมาแน่นอน เด็กสาวพยายามเดินหนี แต่ข้อมือของเธอยังถูกชายหนุ่มจับไว้แน่น

" Go with me tonight baby"

"No!!"

เด็กสาวพยายามดึงข้อมือของเธอออก แต่ฝรั่งตัวโตไม่ยอมแล้วดึงกึ่งลากเธอ

"Hey!! Dont touch my girl."

" Shit!! that's gay, ok"

ฝรั่งตัวโตปล่อยมือเด็กสาวพร้อมเดินออกไปอย่างหัวเสีย

"แจยน..."
เด็กสาวน้ำตาคลอวิ่งมาหาเพื่อนของอา

"ไม่ต้องตกใจ ไม่มีอะไรแล้ว ป้ะ เดี๋ยวชั้นพาไปห้องน้ำ"
แชยอนจูงมือเด็กสาวพาไปห้องน้ำ
.
.
.
.
.
.
.
.
"ไปห้องน้ำนานจนอานึกว่ากลับไปแล้ว"

ยูจินขมวดคิ้ว เห็นหลานสาวเดินหน้ามู่ทู่กลับมาที่โต๊ะ

"ก็ไอ้.."
ยังไม่ทันที่แชยอนจะได้บอกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาต้องหยุดชะงักเพราะโดนเด็กสาวดึงชายเสื้อเอาไว้ ยิ่งเห็นสายตาของเธอที่บ่งบอกให้รู้ว่าเธอไม่ต้องการให้บอกอาของเธอ

"หืม??"

"ก็ไอ้เด็กบ้านี่ มัวแต่ลากชั้นไปจะสั่งเครื่องดื่มไง เลยนาน"

แชยอนจำต้องโกหกไป

"ซาจังง่วงอยากกลับแล้วอ่าค่ะ แต่อาเที่ยวต่อก็ได้นะคะ วันนี้ตามใจซาจังมาทั้งวันแล้ว"

เด็กสาวเอ่ยขึ้น เธอยังคงรู้สึกไม่ค่อยดีจึงอยากกลับ

"เอ่อ ชั้นลืมว่าต้องส่งไฟล์เอกสารอันนึงของยัยเอมี่ ต้องกลับโรงแรม ให้ยัยเด็กนี่กลับพร้อมฉันเลยก็ได้ คุณวิคกี้อยู่กับไอเจไปก่อนนะคะ เดี๋ยวชั้นกลับมา”

แชยอนเห็นท่าทางของเด็กสาวอดเป็นห่วงไม่ได้จึงอยากอาสาเดินไปส่งเธอเอง

“ไม่เป็นไรคะชาร์ล เดี๋ยวชั้นก็กลับแล้ว คุณไปทำงานตามสบายเลยค่ะ ไม่ต้องห่วง”

ร่างบางส่งยิ้มให้กับผู้จัดการสาวเพื่อนใหม่ของเธอ

“ฝากซาจังด้วยนะเว้ยชาร์ล เดี๋ยวพรุ่งนี้อาไปทานมื้อเช้าด้วยที่โรงแรมนะคะ”

ร่างโปร่งบอกเพื่อนกับหลานสาวหลังจากวางแก้วที่เพิ่งยกดื่มไป
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
หลังจากที่ซากุระกลับไปพร้อมแชยอน ไร้ซึ่งบทสนทนาทั้งยูจินและวอนยอง ร่างโปร่งนั่งดื่มไปเรื่อยๆ เอนหลังพิงกับโซฟา ร่างบางเพียงนั่งมองเขา เธอไม่ได้เจอเขามานานแล้ว เขาดูดีขึ้น หลายวันมานี้ที่เธอมาแอบดูเขา เขาเปลี่ยนไป มีเสน่ห์มาก โดยเฉพาะสายตาของเขาเวลาพูดคุยกับสาวๆในทุกๆคืน ไม่แปลกที่ใครๆก็ต่างเข้าหาเขา

“วันไนท์สแตนทุกคืนเลยหรอ”

ร่างบางถามด้วยน้ำเสียงปกติ เธอพยายามทำตัวปกติ ร่างโปร่งหรี่ตามองครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าตอบ

“น่าสนุกดีนะ”

เธอตอบพลางพยักหน้า ทำท่าทีเหมือนสนใจ ร่างโปร่งหันมามองเธอก่อนจะลุกขึ้นวางเงินลงบนโต๊ะแล้วดึงข้อมือเธอให้เดินตามเขาไป

“ป..ไปไหน”

ร่างบางรีบวางแก้วในมือไว้ที่โต๊ะแล้วเดินตามเขาไป

“ก็ดีลกันแล้วนิ กลับบ้านชั้นล่ะกัน ไปโรงแรมที่เธออยู่คงไม่ดี เพราะนั่นมันที่ทำงานชั้น”
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
“ยังนึกถึงเรื่องไอฝรั่งนั่นอยู่หรอ”

แชยอนเดินเคียงข้างเด็กสาว เพราะร้านกับโรงแรมห่างกันเพียง 400 เมตร ใกล้พอที่จะเดินกลับโรงแรมได้

เด็กสาวไม่ได้ตอบอะไร คนถามเอื้อมมือไปจับมือ คนที่ถูกจับมือตกใจดึงมือกลับแต่อีกคนไม่ยอม

“ให้ชั้นจับไว้แบบนี้แหละ ปลอดภัยกว่า”

คนเด็กกว่าเห็นด้วยกับสิ่งที่เขาบอก ปล่อยให้เค้าจับมือเดินมาส่งเธอ

“ขอบคุณนะแจยน”

เด็กสาวเอ่ยเบาๆเมื่อเดินมาถึงหน้าโรงแรม

“สรุปคือจะเรียกแบบนี้?”

คนผมบรอนด์ขมวดคิ้วใส่อีกคน

“อื้อ ทีคุณยังเรียกชั้นว่า เด็กเผด็กการ เด็กขี้วีนได้เลย”

เธอตอบกลับคืนก่อนจะยักคิ้วให้ เขายิ้มเมื่อเห็นท่าทีกวนโอ๊ยของคนเด็กกว่า

“รู้สึกดีขึ้นแล้วยัง ถ้ายังไม่อยากนอน ชั้นมีที่นึงในโรงแรมจะแนะนำ”

เขายิ้มให้เธอพร้อม ยืนรอคำตอบ

“ไม่ไปทำงานหรอ ไหนว่าจะกลับมาทำงาน”

คนเด็กกว่าอมยิ้มเล็กๆ ท่าทีเลิ่กลั่กของอีกคน ทำให้เธอรู้ว่าเขาโกหกเรื่องมาทำงาน

“ก็.ก็...เมื่อกี้ยัยนั่นส่งเมสเสจมาแล้วว่าไม่เอาแล้ว   แล้วสรุปจะไปไหม”

คนโตกว่ากระพริบตาถี่ อย่างลุกลี้ลุกลน  คนเด็กกว่าหัวเราะเบาๆ ก่อนจะพยักหน้า

แชยอนพาซากุระขึ้นมาที่ bar rooftop โต๊ะด้านนอกสุด วิวด้านนอกเป็นทะเลกว้าง เห็นไฟจากสะพานฮาร์เบอร์และโอเปร่าเฮ้าส์ที่เธอไปเดินเล่นเมื่อเย็น วันนี้อากาศดี มีลมพัดเบาๆปะทะใบหน้าใสของเด็กสาวยืนหลับตาสูดอากาศ แชยอนยืนอยู่ข้างๆมองดูแล้วยิ้ม ก่อนจะบอกพนักงาน

“เธออยู่แปปเดียว เป็นแขกชั้นเอง”

เพราะพื้นที่ตรงนี้เป็นที่ส่วนของเฉพาะสต๊าฟ ถึงแม้มันจะเป็นพื้นที่ที่วิวดีที่สุด แต่เพราะยังต่อเติมไม่เสร็จจึงไม่อนุญาตให้แขกเข้ามาบริเวณนี้ มีแต่ ยูจิน กับ แชยอนเท่านั้นที่มักจะมายืนดูวิว พร้อมกระป๋องเบียร์ตอนเลิกงานดึกมากๆ

“นี่ กลับห้องได้แล้วมั๊ง”

แชยอนเห็นว่าพาเด็กสาวขึ้นมานานพอแล้ว ควรให้เธอกลับห้องได้แล้ว

“จะกลับก็กลับไปก่อนสิ ชั้นจะกลับตอนไหนก็เรื่องของชั้น”

เด็กสาวเบะปากใส่ อีกคนเห็นท่าทีและคำพูดกลับมาเป็นยัยเด็กเหวี่ยงวีนเหมือนเดิมล่ะ

“เป็นไบโพล่ารึไง เด็กบ้าเอ้ย จะกลับก็บอกล่ะกัน”

แชยอนเดินไปนั่งที่โซฟาไม่ไกลจากเด็กสาว นั่งมองเด็กที่เพิ่งว่าไปเพลินๆ จนเผลอหลับไป
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
----------------------------------------------------------------------


ถึงเวลาเอาคืนเด็กคิดน้อยแล้ว ขออนุญาตคุณแม่น้องนยองทั้งหลายกันด้วยนะคะ

ไหน ใครทีมใครบอกเราหน่อยสิ ทีมอายู หรือ ทีมนยอง หรือ ทีมซาจัง หรือทีมแจยน ดี?


SHARE
Written in this book
INTO STEP [Yujin x Wonyoung]

Comments

Jaykrab
1 year ago
🌝
Reply
BlackSunDae
1 year ago
ทีมหนูนยองงงง อายูวววววไม่มีใจให้เเล้วอ่อออออ 😭😭😭
Reply