-That place I like-
เวลาที่เราไปเดินห้าง ไปช้อปปิ้ง มันก็คงจะต้องมีสถานที่ในห้างที่นึงที่เราชอบ ที่เราอยากอยู่ในนั้นนานๆ พออยู่แล้วมันสบายใจ บางคนอาจจะเป็นร้านกาแฟที่มีไวไฟฟรี บางคนอาจจะเป็นร้านที่ขายเครื่องเขียนน่ารักๆ ขายเครื่องสำอางน่ารักๆ ร้านติ่ง ร้านตุ๊กตา พอเห็นสิ่งของเหล่านั้นเยอะๆแล้วมันทำให้เรารู้สึกสบายใจ มาทุกครั้งก็จะต้องมีอะไรติดไม้ติดมือไปที่บ้าน(หมายถึงซื้อติดไม้ติดมือไป) มันเป็นความชอบส่วนตัว หรือบางคนอาจจะแค่เดินในห้างแอร์เย็นๆก็สบายใจแล้ว แต่ทุกคนก็คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าจะต้องมีอะไรติดไม้ติดมือไปด้วย คงไม่มีใครเดินห้างกว้างๆแล้วไม่ซื้ออะไรเลยหรอก สำหรับเรา สถานที่ๆอยู่ในห้างที่เราชอบไปขลุกตัวอยู่เกือบชั่วโมงเลยคือร้านหนังสือ เราชอบอ่านหนังสือ ร้านหนังสือไม่ได้มีเฉพาะหนังสือเรียนเท่านั้น มันมีหนังสือทุกแบบ ทุกสไตล์ ทุกชนิดให้เลือกลองอ่าน เราก็อ่านมาเกือบทุกแบบ ตอนเด็กๆเราก็อ่านการ์ตูน โตมาหน่อยก็เป็นนิยาย สักพักก็เป็นนิยายวาย แล้วก็ไม่กลับไปอ่านนิยายชายหญิงอีกเลย แล้วก็วรรณกรรมแปล พวกแมงมุมเพื่อนรัก หรือหมูเลี้ยงแกะ อ่านแล้วมันอบอุ่นหัวใจดีนะ ทำให้รู้ว่ามิตรภาพเกิดขึ้นได้กับทุกคนและมันก็เป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจมากๆด้วย แล้วก็ที่เราชอบมากๆก็ยกให้หนังสือที่เขียนเกี่ยวกับความรู้สึก แล้วก็หนังสือท่องเที่ยวที่บรรยายดีๆให้เหมือนกับเราอยู่ในนั้นด้วย มันสนุกมากๆเวลาอ่านหนังสือ เรื่องไหนสนุกก็จะวางไม่ได้เลยอะ เหมือนกับได้ผจญภัย แล้วก็อยู่ในเนื้อเรื่องนั้นๆด้วย แล้วเราเป็นคนที่มีหนังสือนิยายเยอะมากใช่มะ เพื่อนเรามันก็ชอบขอยืมอ่าน พอมันเอาไปอ่านมันก็ไม่รักษานิยายเราดีๆอ่ะ หนังสือน่ะมันอ่านได้หลายรอบนะ เราอยากให้มันคงทนสภาพนี้ไปนานๆ เวลาที่เราซื้อหนังสือทุกครั้ง เราก็ขอให้เขาห่อปกทุกครั้งแม้จะไม่ได้แต้มคะแนนเพิ่มในบัตรสมาชิกก็ตาม แต่ความปลอดภัยของหนังสือต้องมาก่อน เพื่อนมันก็ชอบขอยืมเรา เพราะมันไม่รักษาเราก็เลยไม่ให้ อย่าหาว่าเราขี้งกเลยนะ จริงๆหนังสือน่ะ เลือกเองดีสุด ความรู้สึกเวลาไปร้านหนังสือน่ะเรายังจำได้ดีอยู่เลย ทุกอย่างที่เราเลือกเอง มันก็ถูกใจเราเสมอนั่นแหละ ถ้าขอยืมคนอื่น มันก็มีความรู้สึกว่า เออนี่มันไม่ใช่ของเราอ่ะ เราก็รู้สึกไม่สบายใจ เราซื้อเองดีสุด สบายใจสุด เราแนะนำให้เพื่อนไปที่ร้านหนังสือเองเลย รู้มั้ยส่วนใหญ่เพื่อนบอกว่ายังไง มันบอกว่าไม่มีเวลา แต่เราว่าถ้าเจียดเวลาไปสักนิดมันจะคุ้มมากเลย มันไม่เสียเวลามากนักหรอก เวลาแค่ชั่วโมงเดียวมันจะกลายเป็นเวลาที่มีความสุขมากของคนชอบหนังสืออย่างเรา มีเวลาได้เลือก แล้วเราก็ชอบร้านหนังสือเพราะมันสงบ ไม่ค่อยมีคน มันไพรเวทมากๆ โดยเฉพาะกับคน Introvert อย่างเรา เวลาที่ไปร้านหนังสือเราไม่เคยรู้สึกเสียดายเวลานั้นเลยสักนิด 
ที่เรามาเล่าเรื่องนี้เพราะว่า 
ร้านหนังสือที่เราชอบซื้อประจำ ปิดตัวลง
 ใช่ อ่านไม่ผิดหรอก เราชอบร้านนั้นมาก ขนาดว่าเป็นร้านเล็กๆประมาณเซเว่น แต่ก็มีหนังสือเยอะมากๆ หนังสือแนวที่เราชอบอ่าน เรามาเห็นครั้งสุดท้ายตอนที่เขารื้อร้านออกหมดแล้ว และกำลังนำหนังสือใส่ลังกระดาษสีน้ำตาลที่กำลังจะขนย้ายเร็วๆนี้ ติดป้ายที่หน้าร้านว่าลด 20% ทั้งร้าน ทุกเล่ม เรามาช้าไปแค่วันเดียว ตอนนั้นคือใจหายมากเลยนะ เกือบร้องไห้เลยแหละ บางคนอาจจะคิดว่าอะไรจะขนาดนั้น แค่ร้านหนังสือเอง แต่สำหรับเรามันคือเซฟโซน มันคือคอมฟอร์ทโซนเลยนะ คือมันเป็นคุณค่าทางจิตใจอะ ไม่มีร้านหนังสือก็เหมือนขาดอะไรไปสักอย่าง เรากลัวเหมือนกันนะ กลัวว่าอนาคตร้านหนังสือทุกร้านอาจจะปิดตัวลง เพราะเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีคนชอบอ่านหนังสือแล้ว สนใจแต่หน้าจอสี่เหลี่ยมตรงหน้าที่มีทุกอย่างทั้งแฟนฟิค เด็กดี จอยลดา ธัญวลัย ที่เราจะหาอ่านเมื่อไหร่ก็ได้ นักเขียนบางคนก็ให้อ่านฟรีๆไม่ต้องเสียเงินซื้อหนังสือ เราก็ชอบอ่านเหมือนกันนั่นแหละ แต่แกเข้าใจความรู้สึกเวลาอ่านผ่านหน้าจอกับอ่านในหนังสือปะ ความรู้สึกมันไม่เหมือนกันนะ แล้วหนังสือเดี๋ยวนี้ก็พัฒนา ใช้กระดาษถนอมสายตา ใช้หมึกที่ไม่เป็นอันตรายต่อนักอ่าน ซึ่งมันเป็นการใส่ใจอะไรเล็กๆน้อยๆที่น่ารักมากๆเลยอะ เราชอบหนังสือ และเราหวังว่าในอนาคตไม่ว่าจะอีกกี่สิบปีเราก็ขอให้มีหนังสืออยู่นะ มันไม่จำเป็นสำหรับใคร แต่มันสำคัญสำหรับเรานะ คนอ่านหนังสือน่ะไม่ล้าสมัยหรอก ไม่ว่าจะเป็นหนังสือประเภทไหนมันก็ได้ความรู้ทั้งนั้นแหละ อย่างน้อยก็ความรู้ภาษาไทยที่แฝงอยู่ในนวนิยายต่างๆ ถ้อยคำสละสลวยที่บางอย่างเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีคำนี้อยู่ในโลก ต้องขอบคุณพ่อขุนรามนะที่สร้างภาษาไทยมาให้เราใช้จนถึงทุกวันนี้ ต้องขอบคุณกวีทั้งหลายที่ทำให้เราได้อ่านเรื่องราวสนุกๆและรู้จักคำในภาษาไทยมากขึ้นกว่าเดิม เอาเป็นว่าการอ่านหนังสือก็เหมือนการเรียนในวิชาต่างๆนั่นแหละ สิ่งไหนถ้าเราไม่มีโอกาสทำ เราทำไม่ได้ เราก็อ่านจากประสบการณ์ที่เขาเคยทำมาก็ได้นี่ ไว้ถ้ามีโอกาสเราจะได้ทำสิ่งนั้นบ้าง วิธีการใช้ ฉลาก ก็เหมือนกัน ไม่มีคนสอนใช้ เราก็อ่านเองก็ได้นี่ มันไม่ได้เข้าใจยากมาก เราอ่านแล้วเราสามารถทำได้ ทำความฝันให้เป็นจริงได้ด้วยซ้ำนะ
SHARE
Writer
117
writer
ประสบการณ์ของติ่งเกาหลีธรรมดาๆคนหนึ่ง

Comments