บันทึกประสบการณ์ 4 เดือน กับสิ่งที่ได้รับจากการเป็นอาจารย์พิเศษ

     วันนี้ไม่รู้ไปโดนตัวไหนมา จู่ๆนึกอยากเขียนไดอารี่บันทึกประสบการณ์เล็กๆน้อยๆ จากอาชีพเสริมที่ผมกำลังทำอยู่ในปัจจุบัน นั่นคือการเป็นอาจารย์พิเศษในรั้วมหาวิทยาลัย ไหนๆนึกออกแล้วก็เริ่มเลยละกันครับ เดี๋ยวจะลืมไปซะก่อน


     ย้อนกลับไปประมาณ 4 เดือนที่แล้ว อาจารย์จากมหาลัยที่ผมเรียนจบ ติดต่อมาว่าเพื่อนอาจารย์ของแกที่สอนอยู่ ณ มหาลัยอีกแห่งหนึ่งกำลังจะไปเรียนต่อเมืองนอก ทำให้หลายวิชาที่ท่านสอนอยู่นั้นว่างลง จึงต้องหาอาจารย์มาสอนแทน ประกอบกับตอนนั้นอาชีพหลักของผมในการเป็นเอาท์ซอร์ส ไม่จำเป็นต้องวิ่งเข้าออฟฟิศทุกวัน ด้วยความอยากลองทำอะไรใหม่ๆ เปิดโลกทัศน์ดูบ้าง สุดท้ายผมจึงตกลงรับงานนี้มา

ขั้นตอนธุรการต่างๆนั้นแทบไม่ยุ่งยากเลย ใช้แค่เอกสารสำคัญไม่กี่อย่างตอนสมัคร ในขั้นตอนสัมภาษณ์ก็เหมือนกับการสัมภาษณ์งานทั่วไป ออกไปในทางคุยกันสบายๆกว่าด้วยซ้ำ เตรียมตัวทำการบ้านไปดีๆ ไม่มีปัญหาแน่นอนครับ (หรือมันง่ายเพราะอาจารย์แกช่วย ผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกันนะ)

ที่สำคัญคือไม่มีการสอบบรรจุเหมือนอาจารย์ประจำ และเพราะลักษณะงานที่เหมือนลูกจ้างชั่วคราวนี้เอง ทางมหาลัยจึงไม่มีการจัดการเรื่องประกันสังคมให้ เหมือนฟรีแลนซ์นั่นละครับ ทำงานเส้นทางนี้ ต้องวางแผนชีวิตกันดีๆนิดนึง

วิชาที่ผมสอนคือ "3D Architecture and Interior Design" แปลเป็นไทยแบบยาวๆ ก็คงเป็น "การออกแบบทางสถาปัตยกรรมและมัณฑนศิลป์แบบสามมิติ" หลักๆจะเป็นการสอนใช้โปรแกรม Autodesk Maya และ Substance Designer ในการออกแบบสิ่งก่อสร้างทางสถาปัตยกรรมและงานทางด้านตกแต่งภายใน เริ่มตั้งแต่พื้นฐานโปรแกรม ไปจนถึงใช้งานในระดับมืออาชีพได้

ความท้าทายแรกนั้นเริ่มตั้งแต่ยังไม่ทันได้สอน เมื่อหนังสือและสไลด์ของอาจารย์คนก่อนที่ทำไว้ ผมนั่งอ่านดูแล้วรู้สึกว่า ถ้าผมเป็นนักศึกษาใหม่ป้ายแดง คงจะเรียนด้วยตำราแบบนี้ไม่ค่อยรู้เรื่องแหงมๆ ด้วยความฮึดไฟแรงจัด จึงจัดการเขียนหนังสือใหม่เองหมด รวมถึงจัดทำสไลด์และแผนผังการสอนต่างๆ ด้วยเวลาที่มีให้เพียง 4 วัน!! เรียกว่าปั่นกันจนสายพานแทบไหม้

ผมคงไม่ลงลึกถึงรายละเอียดช่วงสอนนะครับ เดี๋ยวจะยืดยาวเกินกว่าจะเรียกว่าไดอารี่

สิ่งที่ผมได้เรียนรู้ในระหว่างการเป็นอาจารย์พิเศษ และผมคิดว่านั่นเป็นสิ่งที่ดีมาก นั่นคือการได้ฝึกอธิบายเรื่องยากๆ ให้กลายเป็นเรื่องง่าย ในการเป็นผู้สอน หากเรายังยึดถืออีโก้ว่าข้านั้นความรู้แน่น ฝอยศัพท์เทคนิคมากมาย สอนแบบโชว์เทพ แบบนั้นนักศึกษาคงไม่ได้ประโยชน์อะไรในการจ่ายค่าเทอมเข้ามาเรียนแน่นอน

ต้องค่อยเป็นค่อยไป เหมือนการสอนเด็กเดินขึ้นบันได เมื่อได้รู้สิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างเข้าใจและสนุกไปกับมันแล้ว พวกเขาจะเริ่มขวนขวาย อยากเรียนรู้ขั้นตอนต่อไปมากขึ้นเรื่อยๆเอง เมื่อถึงจุดนั้นก็เป็นเรื่องง่ายสำหรับเราครับ

อีกสิ่งหนึ่งที่ผมได้ปรับปรุงคือ ภาวะขาดความมั่นใจเมื่ออยู่ต่อหน้าฝูงชน ช่วงเริ่มสอนแรกๆนั้น ผมแอบหวั่นใจอยู่เสมอว่าตนเองสอนได้เข้าใจรึเปล่า นักศึกษาจะเกลียดขี้หน้าไหม แอคติ้งเราดูเก้ๆกังๆตอนสอนบ้างรึเปล่า รูดซิปกางเกงรึยัง คิดไปต่างๆนาๆจนรู้สึกประหม่า ไม่มั่นใจในตัวเองไปซะอย่างนั้น

ทั้งที่จริงๆ แล้วไม่มีใครมาจ้องจับผิดเราขนาดนั้นหรอก การคิดมากเกินไปนั้นสร้างข้อผิดพลาดให้เรา และข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นนั้นก็วนกลับมาทำให้เราคิดมากเพิ่มขึ้นไปอีก วนเวียนกันไปอย่างนี้

ดังนั้นสิ่งที่ดีที่สุดคือ "มั่นใจในตัวเอง" นี่คือตัวเรา เราเป็นคนเก่งในแบบของเรา และทุกคนต่างก็เป็นคนเก่งในแบบของตัวเอง


     เข้าสู่เดือนที่ 5 แล้วสำหรับการเป็นอาจารย์พิเศษ ผมได้เรียนรู้สิ่งต่างๆมากมายจากการทำงานในครั้งนี้ ได้พัฒนาตัวเองไปในด้านที่ไม่คิดว่าจะทำได้ และมีส่วนช่วยผลิตบุคลากรในสายอาชีพเดียวกันออกสู่ตลาด

แม้รายได้นั้นช่างน้อยนิดพอๆกับชั่วโมงที่ต้องสอน(เศร้าาา) แต่จากประสบการณ์ที่ได้รับ หักลบกลบหนี้กับเวลาที่เสียไป ผมมองว่าคุ้มค่าครับ




SHARE
Writer
AumAnimal
Human Being
Just my diary.

Comments

Yesterdayoncemore
5 months ago
แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีใช่ไหมคะ
Reply
AumAnimal
5 months ago
ใช่ครับ ถือว่าดีเลย ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะสอนใครเค้าเป็น ฮ่าๆ