Don’t leave #1 : SeolAxBona #ซอลโบ
Don’t you know how long I’ve waited someone like you, just want you want too girl...

ร่างสูงเพรียวในชุดสีดำล้วน เดินเข้ามาภายในร้านเหล้า สถานที่ท่องเที่ยวยามราตรีของใครหลายๆคน ผู้คนมากมายต่างพากันมาสังสรรค์ในที่แห่งนี้ อาจทั้งด้วยเพื่อความสนุกสนาน หรือเพื่อคลายความทุกข์ อย่างเช่นเดียวกับเธอในตอนนี้

“วันนี้รับอะไรดีคะพี่ซอลอา” บาร์เทนเดอร์สาวสวยที่เค้าเตอร์บาร์ทักมาถาม เธอมาที่นี่อยู่บ่อยๆ จนสนิทกับบาร์เทนเดอร์เลยหละ 

“พี่ขอ Matini ละกันวันนี้” สาวสวยที่เค้าเตอร์บาร์หันมามองด้วยความแปลกใจ ปกติเธอจะสั่งแบบอ่อนๆ แต่วันนี้กลับสั่งเหล้าแรงกว่าทุกครั้ง 

“วันนี้อยากเมาเร็วเหรอคะ หืมมม” สาวสวยก้มลงมาเท้าคางพร้อมมองหน้าเธอ แล้วขยิบตาให้เธอ 

“รีบเมาจะได้รีบกลับ” เธอตอบหล่อนออกไปพร้อมกับหัวเราะให้ตัวเองเล็กน้อย จริงๆเธอก็ไม่ใช่คนที่เมาง่ายหรอกนะ แต่ถ้าเจอเจอเหล้าแรงๆ สองสามแก้วก็ไปเหมือนกัน

พี่คะ เลิกกันเถอะนะ ถึงเราจะรักกัน แต่แค่คำว่ารักมันไม่พอ
“ขอนั่งด้วยได้ไหมคะ” เสียงผู้หญิงคนนึงเอ่ยทักขึ้น ทำให้เธอหลุดจากภวังค์ที่กำลังนึกถึงเรื่องราวในอดีต เธอหันไปยิ้มบางๆให้หล่อนเป็นเชิงอนุญาต หญิงสาวในชุดเดรสสีแดงเพลิง ตัดกับผมยาวสลวยสีดำ พร้อมกับใบหน้าโฉบเฉี่ยวนั่งลงที่เก้าอี้ที่ว่างข้างๆเธอ ดูท่าทางหล่อนน่าจะมีอายุมากกว่าเธอ 5-6 ปีได้

“พี่ชื่อเจสสิก้าค่ะ ยินดีที่ได้รู้จัก” หล่อนยื่นมือมาทักทาย แทนตัวเองว่าพี่ก็คงจะพอรู้ว่าเธออายุน้อยกว่าสินะ

“คิมซอลอาค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน” ยื่นมือไปทักทายตอบคนที่อายุมากกว่า 

“ขอ Gin Sling ค่ะ” หล่อนหันไปสั่งบาร์เทนเดอร์

“พี่ชอบสีมันหนะค่ะ สีชมพูหวานๆ เหมาะกับพี่ดีว่าไหมคะ” หล่อนหันมาคุยกับเธอหลังจากที่สั่งเครื่องดื่มสีหวาน แต่รสชาติไม่หวานตามสีของมัน

“มาคนเดียวเหรอคะ?” เมื่อเห็นเธอเงียบไม่ได้ตอบคำถามหล่อน หล่อนจึงเอ่ยถามประโยคใหม่เป็นการชวนคุย

“มาคนเดียวค่ะ ฉันชอบมาดื่มเวลามีเรื่องคิดในใจ” เธอหันไปตอบหล่อน พร้อมทั้งยกแก้วค็อกเทลในมือขึ้นดื่ม รสชาติขมปร่าบาดลิ้นนั้นไหลลงไปสู่ลำคอ 

“อกหักมาเหรอคะ ทำไมตาดูเศร้าจัง” หล่อนเอียงใบหน้าสวยมามองเธอ พร้อมทั้งเอามือเท้าคางไว้ที่เค้าเตอร์บาร์

“มันอาจจะเลยช่วงที่เรียกว่าอกหักมาแล้วมั้งคะ นานจนจำไม่ได้แล้วว่าความรู้สึกอกหักตอนนั้นเป็นยังไง” เธอตอบหล่อนออกไป นับจะเป็นประโยคที่ยาวที่สุดแล้วที่คุยกับหล่อนตอนนี้

“ระยะทำใจสินะคะ เคยมีคนบอกไว้ว่าถ้าการที่เราได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ จะทำให้เราลืมเรื่องราวเก่าๆได้เร็วขึ้นนะคะ” หล่อนจ้องเข้ามาในดวงตาเศร้าๆของเธอก่อนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ฉันว่ามันไม่ง่ายอย่างนั้นสิคะ บางเรื่องมันก็ฝังลึกลงไปในใจจนยากที่เราจะขุดมันขึ้นมาเพื่อลบออกไปได้” เธอหันไปตอบหล่อนก่อนจะยกแก้วขึ้นดื่มอีกครั้งจนหมด แล้วหันไปสั่งบาร์เทนเดอร์สาวสวยขอเพิ่มอีกแก้ว

สองปีแล้วสินะ ที่เลิกกัน น้องจะมีคนใหม่ไปแล้วหรือยังนะ มีแต่เธอรึเปล่าที่ติดอยู่กับอดีตแบบนี้
“ฉันว่าฉันเริ่มเมาแล้วค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ” เธอหันไปเตรียมบอกลาหล่อน เพราะตอนนี้เริ่มรู้สึกมึนๆแล้ว หลังจากกินแก้วที่สามหมดไป 

“รีบกลับจังเลยหละคะ ไม่อยากลองเรียนรู้อะไรใหม่ๆดูก่อนเหรอ” ไม่ว่าเปล่าตอนนี้หล่อนใช้มือข้างนึงวางไว้ที่หน้าขาเธอ ส่วนอีกข้างยกขึ้นมาจับใบหน้าเรียวของเธอไว้ 

เธอสะดุ้งเพราะมีสัมผัสเย็นๆมาจับที่หน้า อยากจะผลักไสหล่อนออกไป แต่ก็คงจะเป็นการเสียมารยาท หรือเธอจะลองอะไรใหม่ๆแบบที่หล่อนว่าดีนะ เผื่อเธอจะลืมเรื่องของผู้หญิงคนนั้นไปได้ หล่อนขยับตัวเข้ามาใกล้เธอมากขึ้น จนตอนนี้ปลายจมูกของทั้งสองฝ่ายแทบจะชนกัน ริมฝีปากบางของหล่อนขยับยิ้มเล็กน้อย ที่เห็นว่าเธอไม่มีท่าทีปฏิเสธ หล่อนกำลังจะเลื่อนริมฝีปากนั้นเข้ามาสัมผัสกับส่วนเดียวกันของเธอ แต่แล้วเธอกลับเป็นฝ่ายหลีกหนีสัมผัสนั้นก่อน โดยการเอียงใบหน้าหลบ พร้อมกับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หล่อนหน้าเสียเล็กน้อยที่โดนปฏิเสธ 

“ขอโทษด้วยนะคะ แต่ฉันต้องกลับแล้ว” เธอกล่าวขอโทษพร้อมโค้งหัวให้หล่อนแบบสุภาพ ก่อนจะเดินออกไปและไม่ลืมวางเงินไว้จำนวนหนึ่ง ที่มากเกินพอจะจ่ายค่าเหล้าที่เธอกินไป

“ถือว่าฉันเลี้ยงคุณเป็นการขอบคุณ ที่อยู่คุยเป็นเพื่อนนะคะ” ว่าจบก็เดินออกจากร้านไปโดยไม่ได้หันกลับไปมองสาวสวยคนนั้นอีก


เธอกลับมาถึงที่ห้องตัวเองในเวลาเกือบจะเที่ยงคืน ห้องที่เธอเคยอยู่ด้วยกันกับเขา แต่ตอนนี้กลับไม่มีเขาอยู่ด้วยกันแล้ว ผ่านมาสองปีแล้วสินะ ที่เขาทิ้งเธอไป จะว่าทิ้งก็ไม่ถูกเสียทีเดียว เพราะเธอก็อยากปล่อยเขาไปเอง ให้เขาได้ไปเจอกับคนที่เข้าใจเขาทุกอย่าง คงจะดีกว่าอยู่กับคนที่ไม่รู้อะไรเลยสักอย่างแบบเธอ



“ฮยอน เค้าถามว่าผู้หญิงคนนั้นคือใคร ทำไมพี่ต้องไปส่งด้วย ลูกค้างั้นเหรอคงจะบริการดีเลยสินะ ไปส่งถึงเตียงเลยหละสิ” เสียงประชดประชันที่ได้ยินบ่อยๆ เวลาที่เธอต้องไปทำงานกับลูกค้าที่เป็นผู้หญิง  อีกฝ่ายก็จะคอยหึงหวง ประชดเธออยู่ทุกครั้ง

“พี่ก็บอกว่าลูกค้าไงจียอน น้องจะเอายังไงอีก หัวหน้าพี่บอกให้ไปส่ง พี่ก็มีหน้าที่ไปส่งแค่นั้น ไม่ได้ไปทำอะไรแบบที่จียอนว่าหรอก” เอ่ยออกไปด้วยความหงุดหงิดเช่นกัน ทำงานออกไซด์ก่อสร้างข้างนอกก็เหนื่อยจะแย่ ยังต้องมีไปกินเลี้ยงกับบริษัทที่รับเหมา กลับมาห้องก็อยากได้กำลังใจจากคนรัก ไม่ใช่แต่คอยมาระแวงกันอยู่แบบนี้

“แล้วรอยลิปสติกที่ปกเสื้อนี่มันยังไง ยังจะให้เข้าใจว่ายังไงอีก ถ้าพี่ไม่ได้ไปเอากับคนอื่นอ่ะ” อีกฝ่ายพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พร้อมกับน้ำตาที่ไหลลงข้างแก้ม

“พอเถอะจียอน รำคาญ! พี่เหนื่อย พี่ไม่อยากมาทะเลาะกับน้องแล้ว” เธอพูดจบก็เดินหนีเข้าไปในห้องนอน โดยไม่ได้สนใจว่าอีกฝ่ายกำลังร้องไห้อย่างหนักกับคำที่เธอพึ่งพูดออกไป

  พอคิดย้อนมองกลับไปเธอก็เป็นฝ่ายที่สมควรถูกทิ้งจริงๆแหละนะ วันๆเธอสนใจแต่ทำงานโดยไม่ได้ใส่ใจความรู้สึกน้องเลย เธอคิดแต่ว่าเธอบริสุทธิ์ใจที่ไปกับคนอื่น โดยก็ไม่ได้มองว่าคนอื่นที่ว่านั้นบริสุทธิ์ใจกับเธอไหม พอน้องมาหึงหวงเธอ เธอก็คิดว่าน้องงี่เง่าแยกแยะเรื่องงาน เรื่องส่วนตัวไม่ออก สมควรแล้วแหละซอลอา เธออาจจะเหมาะกับการอยู่คนเดียวมากกว่าก็ได้ 

“จียอน อย่าไปนะ!!” เธอสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกหลังจากหลับไปได้ไม่นาน ฝันแบบนี้อีกแล้วเหรอซอลอา เธอไม่ได้ฝันถึงน้องมาสักพักแล้วนะ ทำไมถึงได้ฝันถึงอีกกัน หรือเพราะมันเป็นวันที่พวกเธอเลิกกันเมื่อสองปีก่อนนะ เรื่องราวในอดีตจึงย้อนกลับเข้ามาหลอกหลอนเธอความฝัน วันที่น้องบอกเลิกเธอ และเก็บกระเป๋าออกจากห้องไป โดยไม่หันหลังกลับมามองอีก ว่าเธออ้อนวอนขอให้น้องอยู่เพียงใด ทุกครั้งที่ทะเลาะจะมีแค่น้องที่เป็นฝ่ายเสียน้ำตา แต่ครั้งนี้น้องไม่มีแม้แต่น้ำตาสักหยด ต่างจากเธอที่น้ำตาไหลเป็นสายไม่ขาด ความรู้สึกปวดหนึบที่อก ความรู้สึกใจหวิวๆที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จบแล้วสินะความรักที่เธอสร้างมันขึ้น และเป็นคนทำลายมันลงเอง
คนจะไปรั้งให้ตายก็ไม่อยู่ คนจะอยู่ไล่ให้ตายก็ไม่ไป...

วันต่อมา เธอตัดสินใจมาพบแพทย์เนื่องด้วยอาการนอนไม่หลับที่สะสมกันมาเป็นเวลานาน จนทำให้บางทีเธอต้องพึ่งยานอนหลับเพื่อข่มตานอน แต่บางวันมันก็ไม่ได้ช่วยให้เธอหลับสนิท จนตื่นกลางดึกเพราะความฝันที่คอยหลอกหลอนเธออยู่ตลอด เธอเดินเข้ามาในโรงพยาบาลก่อนจะไปยื่นบัตร พร้อมทั้งให้คุณพยาบาลสาวสวยซักประวัติแล้วมานั่งรอคิวพบคุณหมออยู่ที่หน้าห้อง
Insomnia ความผิดปกติในการนอนหลับได้ ไม่ว่าจะเป็นอาการนอน หลับยาก หรืออาการหลับไม่สนิท ผู้ที่มีอาการของโรคนอนไม่หลับมักพบว่าตนเองตื่นนอนเร็วเกินไปในตอนเช้า และไม่สามารถกลับไปนอนหลับต่อได้ ทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย จากการนอนหลับพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ แม้ว่าจะมีเวลานอนที่เพียงพอเแล้วก็ตาม โรคนอนไม่หลับไม่สามารถประเมินได้ด้วยความนาน หรือจำนวนชั่วโมงของการนอนหลับ เนื่องจากในแต่ละบุคคลต้องการปริมาณการนอนหลับที่แตกต่างกัน บางคนอาจต้องการการนอนหลับพักผ่อนที่มากกว่าคนส่วนใหญ่ ช่วงระยะเวลาการเกิดโรคนอนไม่หลับมีความหลากหลาย อาจเกิดในระยะเวลาสั้นๆ หรือเกิดต่อเนื่องเป็นระยะยาว ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล สาเหตุของอาการเกิดจาก
สภาพแวดล้อมในการนอนเปลี่ยนแปลง (อุณหภูมิ,แสงสว่าง,เสียงรบกวน)
ความเครียดและความวิตกกังวลจากปัญหาชีวิต (สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก,การหย่าร้าง,ภาวะตกงาน)

สาเหตุของอาการนอนไม่หลับของเธอคงมาจากข้อนี้สินะ สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก การสูญเสียมีหลายรูปแบบทั้งจากสูญเสียโดยการตายจาก ห่างหาย สำหรับเธอคงเป็นการสูญเสียที่อีกคนห่างหายออกไปจากชีวิตของเธอเลย

แพทย์หญิงคิมจียอน เธออ่านชื่อหมอเวรที่จะตรวจเธอวันนี้ก็รู้สึกใจหวิวแปลกๆ คงไม่ใช่คนที่เธอคิดหรอกมั้ง ประเทศนี้มีคนชื่อซ้ำกันตั้งมากมาย คงไม่บังเอิญขนาดนั้นหรอกนะ พระเจ้าคงจะไม่ใจร้ายกับเธอขนาดนั้น...

.Story สั้นๆนะคะ น่าจะ 5 ตอนจบ ฝากติดตามด้วยนะคะ 








SHARE
Written in this book
Don’t Leave
Writer
Aris_S
Save me
🏸📖🖊🔬📷

Comments