เสียงที่ไม่มีใครได้ยิน
พวกคุณเคยได้ยินเรื่องของวาฬ52hzมั้ย?

อย่างแรกเลย ตามที่ตัวผมเข้าใจ วาฬสื่อสารกันด้วยคลื่นเสียงคล้ายกับระบบโซนาร์ที่ส่งคลื่นเสียงไปกระทบสิ่งของเพื่อระบุตำแหน่งวัตถุ ปกติแล้ว วาฬใช้คลื่นเสียงพวกนี้เองเพื่อสื่อสารพูดคุยกันเหมือนพวกเราพูดเปล่งเสียงออกมา 

แต่คุณก็คงรู้ ยังไง ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ก็ต้องมีผิดพลาดกันบ้าง แม้กระทั่งธรรมชาติเอง ตามที่ผมอ่านมา ปกติวาฬจะสื่อสารกันด้วยคลื่นความถี่เสียงประมาณ 12-25hz  แต่วาฬตัวนี้ กลับมีความถี่เสียงสูงถึง 52hz นักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่ามันอาจจะเป็นวาฬข้ามสายพันธุ์ จึงทำให้เป็นเช่นนี้

และผมขอบอกคุณผู้อ่านนะครับว่าหลังจากบรรทัดนี้ ทุกๆหลักการวิทยาศาสตร์ที่ผมพูดขึ้นมาจะกลายเป็นเพียงเศษเสี้ยวในส่วนของทะเลลึกในใจผม ถ้าคุณคิดว่าคุณพอจะต้านแรงดันน้ำไหว
จับมือไปกับผม แล้วดำดิ่งไปด้วยกันนะ


เพื่อนของผมแนะนำให้ผมเล่นแอพนี้ครับ เขาบอกว่ามันเหมาะกับผม และผมก็โหลดมันมาทันทีที่ถึงห้องของวันนั้นเลย แอพนี้ เพื่อนผมเขาบอกว่าอยากให้ผมเอาไว้หากำลังใจให้ตัวเอง แต่ส่วนตัวผมเป็นคนที่บอกว่าตัวเองเป็นอะไรกันแน่ไม่ถูกครับ มันเป็นความรู้สึกแปลกๆที่อยู่ในใจมาเสมอ

ผมคิดว่าผมมีเพื่อนไม่ได้น้อยไปกว่าใครเลยครับ ผมก็มีกลุ่มเพื่อนที่คอยเดินด้วยกัน นั่งทานข้าวด้วยกันอยู่เป็นประจำ รวมผมแล้วก็ปาไป10กว่าคน แต่เพราะสาเหตุอะไรไม่รู้ ผมกลับไม่รู้สึกดีอย่างที่ควรจะเป็น 

แต่ละวันตื่นขึ้นมา ไปเรียน เอาตัวรอดให้ผ่านพ้นไปแต่ละวัน มันวนซ้ำ จนเหมือนเวลาผมหยุดลง ผมยังจำได้ดี ในตอนช่วงประถม ผมเป็นเด็กที่เรียนดีมากๆแต่พอโตขึ้นมาซักหน่อย สิ่งที่ใจต้องการก็โผล่ออกมาให้เห็น ผมชอบศิลปะครับ ชอบมากจนอยากจะโตไปเป็นศิลปิน ผมรู้สึกดีกับการได้ปลดปล่อยตัวเอง เป็นครั้งแรกที่ผม "เปล่งเสียง"ของตัวเองออกมา และคุณพ่อคุณแม่ของผม ก็ไม่ได้ยิน สิ่งที่ผมกำลังเปล่งออกมา

ผมยังพยายามเปล่งเสียงออกมาเสมอ ไม่ว่าจะตอนที่เหนื่อยล้า หรือหมดแรง แม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่การกระซิบจากลำคอ ผมก็ยังคงพยายามเสมอ

ใครบางคนบอกว่าช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดในชีวิตคือตอนเป็นวัยรุ่น ผมยอมรับครับ แต่ในสายตาของผม มันคือโลกที่เต็มไปด้วยสีสันที่ผมบรรยายให้ท่านฟังได้ไม่หมด

สีของความทรมานจากความกดดันของพ่อแม่ สีของความเสียใจที่ไม่ได้อย่างที่หวัง สี ที่มีแต่ความเจ็บปวดจนกลายเป็นความสวยงาม 

บทความนี้มันอาจจะยาวซักหน่อย แต่ช่วยรับฟังด้วยนะครับ แล้วก็ขอบคุณมากจริงๆ

หลังจากนี้ ผมจะขอเล่า สิ่งที่ผมฝังใจมากที่สุดตั้งแต่ตอนเด็กนะครับ ผมไม่ค่อยได้เล่าให้ใครฟังบ่อยนัก แต่ขอพิมพ์ไว้ที่ตรงนี้

ผมเป็นคนชอบเป็นผู้นำคนอื่นครับ ผมชอบการเป็นผู้นำเทรนด์ในทุกๆด้านก็ว่าได้ ฮาฮา อีกคำง่ายๆคือผมชอบได้รับความสนใจครับ ตามประสาเด็กน้อย แต่ว่าใครจะรักเด็กที่งอแงและเซ้าซี้กันล่ะครับ จนสุดท้ายสิ่งที่ผมได้รับก็คือความเงียบจากพ่อแม่ หรือไม่ก็เป็นคำโกหกที่ได้แต่พูดออกมาให้ผมเลิกวุ่นวาย แต่บางครั้งหนักหน่อยมันก็เป็นการตะคอกเสียงดัง ด่าทอ ตีบ้างอะไรบ้าง และผมถูกสอนให้เป็นคนที่ต้องเก็บอารมณ์ เวลาผมทะเลาะกับพ่อแม่ หากเดินเสียงดังจะโดนตีขาซ้ำ หากร้องไห้เสียงดังก็จะถูกสั่งให้ปิดปาก  ผมจำได้ว่าผมร้องไห้ต่อหน้าคนอื่นครั้งล่าสุดคือเมื่อ6ปีที่แล้ว ปีนี้ก็เข้าปีที่7 ตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ผมไว้ใจใครไม่ได้ ทั้งพ่อแม่ ทั้งเพื่อน คนรอบตัว 

น่ากลัว
 ผมค่อยๆปั้นหน้ากากยิ้มขึ้นมา ผมสวมมันแล้วเย็บมันให้ติดกับใบหน้า มีวันนึงที่พี่ของผมเครียดมากจนเขาล็อคตัวเองอยู่ในห้อง บ้านเล็กๆหลังนึงมีแต่เสียงร้องไห้ของเด็กตัวเล็กๆดังไปทั่ว ผมทำอะไรไม่ได้ เพราะพี่เองก็ไม่ได้ชอบผมนัก พ่อกับแม่ก็ขอเข้าไปปลอบ สุดท้ายก็จบด้วยดี มีแต่ผม ที่คิด 


"ผมจะไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก ผมจะทำให้ทุกคนหัวเราะให้ได้" 

หลังจากนั้น ผมก็กลายเป็นตัวตลกของบ้าน ของเพื่อน ของคนรอบกาย แต่ว่าบางครั้งที่ผมล้ม ใบหน้าที่กระแทกกับพื้นก็ทำให้เกิดรอยแตกของหน้ากาก เศษชิ้นส่วนของหน้ากากหลุดลงมาพร้อมกับเศษใจของผมที่ไม่เป็นรูปร่าง

คุณครับ ผมเหนื่อยเหลือเกิน 

ในบรรดาพี่น้อง ผมเป็นคนเดียวในบ้านที่เกิดช่วงกลางปี พี่น้องผมอีก3คนเขาเกิดท้ายปีกันหมดเลย พอถึงช่วงวันเกิด ก็ไม่แปลกที่เขาจะจำกันได้
แต่การที่พวกเขาจำกันได้นี่แหละที่ทำให้ผมเสียใจ

ผมมักจะหายไปร้องไห้คนเดียวเสมอในวันเกิดเป็น10-20นาที แต่ก็ไม่เคยมีใครรู้ มีแต่ผมที่รู้ว่าที่ตรงนี้ ไม่ใช่ที่ของผม ทุกคนที่มาอวยพรผม ต่างพากันมาเพราะเหตุผลบางอย่าง ซึ่งตัวผมคิดว่าไม่ใช่เหตุผลที่ว่าวันนี่คือวันเกิดผมแน่ๆ 

ฮ่าๆพิมพ์ไปตอนทานข้าวน้ำตาเจ้ากรรมก็จะไหลให้ได้ จากคนๆนึงที่ไม่ได้รับความรักความสนใจ อยู่ดีๆได้รับมากๆเข้า มันก็น่ากลัวใช่เล่นเลยนะครับ

คนมากหน้าหลายตาที่เดินสวนผมไป ทุกคนต่างใส่หน้ากาก ผมตั้งกำแพงสูงจนล้อมรอบตัวผมไว้ คำว่าเพื่อนคือคนที่ทำอะไรกับผมบ่อยๆ ไม่ได้มีความหมายไปมากกว่านั้น จะว่าผมเลวก็ได้ แต่ผมไว้ใจใครไม่ได้ ผมพูดไม่ได้ว่าผมเครียด ผมพูดไม่ได้ว่าผมซึมเศร้า ผมไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร แต่ทุกครั้งที่ผมเศร้า มันก็มาจากเรื่องเดิมๆ สิ่งที่ทับถมกันทำเอาผมแทบบ้า

ผมแค่อยากจะใช้ชีวิตอย่างคนปกติ แต่มีใครกันบ้างล่ะในโลกนี้ที่ปกติดีจริงๆ100% 

ผมแค่หวังว่า ในโลกอีกฝั่งนึง จะสว่างขาว หรือมันอาจจะดำมืดและเคว้งคว้าง มีแต่ตัวผม

ผมจะได้หลับตาลง และได้มีความสุขซักที

เสียงของผมที่ไปไม่ถึงใครซักคน ก้องดังสะท้อนไปมาในหัวของผม ผมเขียนสิ่งที่ผมรู้สึกลงตรงนี้เพราะอยากให้ใครซักคนรับรู้มัน ทะเลที่ผมกำลังแหวกว่ายอยู่ เสียงตะโกนของผม ผมอยากให้คุณได้ยิน

ผมมีความฝัน .... ฝันของผม คือการได้มีความสุขในชีวิตบนโลกเน่าๆใบนี้ในซักวันนึง ถึงแม้ว่ามันอาจจะหมายความว่าผมต้องตายก็ตาม

อาจจะเป็นบทความที่ไม่น่าอ่านไปบ้าง ผมก็ขอโทษด้วยนะครับ แค่อยากแบ่งปัน แฮะๆ





SHARE
Written in this book
My Feelings
Writer
BlueBan
Blue boy
Tear my happiness

Comments

Bluebaby
4 months ago
มากอดนะคะ 🙆🏻‍♀️
Reply
BlueBan
4 months ago
กอดครับ🙆‍♂️
Bluebaby
4 months ago
มันจะต้องดีขึ้นนะ :)
mklii
4 months ago
I hope one day you will know who you really are ,find your place and be truly happy :)
Reply
BlueBan
4 months ago
thx bro👊 I just have to hold on. just a little while longer ☺
NotExist
4 months ago
Strong people cry at night. 😊 เป็นกำลังใจให้ค่ะ
Reply
soyesterday
4 months ago
เหมือนอ่านเรื่องตัวเอง ยิ่งอ่านยิ่งเข้าใจว่าคนเขียนรู้สึกยังไงอดีตเราเคยเป็นแบบคุณและตอนนี้มันก็ไม่ได้ดีขึ้นอย่างที่หวังแต่อย่างน้อยเสียงที่เราเปล่งไปพ่อแม่ก็ได้รับรู้ ถึงจะยังไม่ยอมรับในสิ่งที่เราหวังอยากทำก็ตาม ยังไงก็สู้ๆต่อไปนะคะเราเป็นกำลังใจให้ทำความฝันให้สำเร็จและมีความสุขกับมัน🌻💛
Reply