รสขมละเมียดของหัวใจบดละเอียดผสมน้ำตา


อยากจะคุกเข่าขอเขาเป็นคนรัก แต่รู้ดีว่าคงไม่ไหว เพราะในวันที่ฉันรักหมดใจ เขากลับไม่รู้สึกอะไรเลย



การรู้สึกถึงเขาภายในตัวฉันอาจเรียกได้ว่าเป็นการร่วมรักครึ่งหนึ่ง การสมสู่อีกครึ่งหนึ่ง ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเราไม่รักกัน แต่ก็ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเรารักกัน ไม่ได้เกิดขึ้นชั่วคราวเพียงหนึ่งคืน แต่ก็ไม่ได้เป็นความสัมพันธ์ยืนยาวชั่วชีวิต

‘จูบทำให้ผูกพัน’ ใครสักคนได้กล่าวไว้ แต่ไม่ใช่หรอก ความผูกพันของปลอมแบบนั้นไม่ใช่สิ่งที่จะจีรังในความทรงจำ แย่หน่อยที่ความผูกพันของเขากับฉันมันกินเวลามากกว่าหนึ่งจูบ และลบเลือนให้หายไปยากยิ่งกว่ารอยจุมพิต

ใต้แสงอาทิตย์ที่ลอดออกมาจากขอบผ้าม่าน เขาทาบริมฝีปากลงมาด้วยความอ่อนโยนที่ฉันถูกกำหนดมาให้พ่ายแพ้ เขามักหลับตาในช่วงเวลานั้น จึงไม่เคยรู้ว่าฉันลอบลืมตามองแพขนตางอนสวยอยู่ทุกครั้งไป ลิ้นเลียไล้ฟันที่เรียงสวยเป็นระเบียบ เราดูดดึงกันและกัน แต่ฉันเป็นฝ่ายขาดอากาศหายใจก่อนอยู่เสมอ คนตรงหน้าไม่เคยปล่อยให้ฉันได้พักจากจูบของเขาเกินเสี้ยววินาที เป็นคนเอาแต่ใจที่มีฉันยอมตามใจทุกทีไป



ฉันรู้— รู้ว่ามันจะเป็นครั้งสุดท้าย อาจเป็นเพราะสัญชาตญาณเพศหญิงหรือความเป็นเดียรัจฉานที่มีอยู่ล้นสายเลือด ทำให้รู้สึกคล้ายกำลังจะสูญเสียสิ่งสำคัญไป



เรือนร่างของเขา ทุกสิ่งของเขาช่างน่าหลงใหล ฉันไม่เคยอยากให้ใครมารับรู้ถึงตัวตนของผู้ชายตรงหน้าในแบบที่ฉันรู้ หวงแหนทุกอย่าง หวงคำพร่ำบ่นของเขาในเวลาตีหนึ่งสองนาที หวงความห่วงใยที่ไม่ค่อยจะแสดงให้เห็นแต่ก็รู้ว่ามีให้เสมอ หวงท่าทีกวนประสาทที่มีให้กัน หวงฝ่ามือหยาบที่เขาใช้สัมผัสทั่วทั้งร่างกายของฉัน หวงทุกส่วนสัดที่ฉันได้รับอนุญาตให้โลมเลีย

หวังว่ารอยเล็บที่ฝากไว้ยามเขาทำฉันหวามไหวจะทำให้เขาคิดถึงกันสักนิดยามความเหงามาเยือนพร้อมกับดวงจันทร์ในวันที่ฟ้าไร้ดาว ฉันขีดข่วนแผ่นหลังเขาด้วยความใคร่ จิกแน่นที่หัวไหล่ด้วยความหลง แล้วบรรจงกรีดไปบนหน้าท้องด้วยความรัก เขาทำให้ฉันเป็นบ้าเพราะปลายลิ้นอุ่นร้อนนั้นรุกล้ำเข้ามาภายใน ขบกัดและหยอกเย้าจนปลายเท้าจิกเกร็ง สะโพกแอ่นขึ้นตามสัญชาตญาณสืบพันธุ์ของมนุษย์ ฉันคลั่งกับความทรมานแสนสุขสมที่เขามอบให้ หัวใจเต้นรัวเร็ว ไม่แน่ใจว่าเสียงขยับตัวของก้อนเนื้อในหน้าอกกับเสียงที่เล็ดลอดจากลำคอออกไปยามนี้ เขาจะได้ยินเสียงใดชัดกว่ากัน

ผลัดกันเป็นฝ่ายครอบครองร่างกาย แต่มีฉันเพียงฝ่ายเดียวที่โดนครอบครองจิตใจ ในขณะที่เขาทาบทับ ฉันกระซิบข้างหูว่ารัก จะทอดทั้งกายและใจให้เขาเพียงคนเดียว กลั่นออกมาจากก้นบึ้ง อยากให้เขารู้ซึ้งทุกพยางค์ เพราะครั้งหนึ่งเป็นเขาที่เคยถามว่าจะเป็นของเขาคนเดียวได้ไหม

อา แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าฉันตอบคำถามนั้นช้าไป— ช้าไปมาก แววตารู้สึกผิดหลังได้ยินคำกระซิบนั้น แม้พยายามไม่มองก็รู้สึกได้ กลัวมาตลอด กลัวว่าคำบอกลานั่นจะออกมาจากริมฝีปากที่ฉันพร่ำพรมจูบอยู่ทุกคืนวัน แต่ในที่สุดมันก็มาถึง ไม่ใช่โดยคำพูด แต่โดยดวงตาที่ฉันเฝ้ามองซ้ำอยู่เช่นนั้นไม่เคยเบื่อ

ครั้งแล้วครั้งเล่า ปล่อยให้เขากระแทกกระทั้นเข้ามา ท่วมท้นด้วยน้ำรัก ล้นทะลักด้วยความช้ำใจ ชุ่มชโลมไปด้วยหยาดน้ำตา เขาถามว่าเจ็บหรือเปล่า เขาหมายถึงส่วนไหนเล่า ถ้าหมายถึงหัวใจ ฉันก็จะตอบอย่างเต็มคำว่าเจ็บมาก เจ็บแบบที่ไม่เคยคิดว่าจะเจ็บได้ขนาดนี้ ไม่ใช่นามธรรมล่องลอยอย่างที่งานเขียนใช้บรรยายความรวดร้าว แต่เป็นทางกายภาพที่กล้ามเนื้อหัวใจบีบเข้าจนจุกอก

เสี้ยววินาทีที่ก้อนเนื้อนั้นไม่ได้คลายตัวตามจังหวะที่ควรจะเป็น เขาเสร็จสม ฉันซมสลาย



ซบไหล่เขาแล้วร้องไห้ไม่ใช่สิ่งที่สมควรทำ ฉันรู้ แต่ฉันหมดสิ้นแล้วซึ่งเรี่ยวแรงที่จะฝืนยิ้ม ขอให้ฉันได้สูญสิ้นความเข้มแข็งในอ้อมกอดนี้ สูญสิ้นคนที่รักภายใต้คำปลอบโยนของเขา สูญสิ้นคำว่าเราเมื่อมือข้างนั้นลูบไล้ปลายเส้นผมของฉันเป็นครั้งสุดท้าย

เขาบรรจงจูบที่หน้าผาก บอกว่าอย่าร้องไห้ เพราะเขาไม่เคยต้องการเป็นเหตุผลที่ฉันเสียใจ

ไม่เป็นไรหรอก เพราะหลังจากวันนี้ จะไม่มีฉันปรากฏตัวในชีวิตของเขาอีีกแล้ว ต่อให้ฉันร้องไห้คร่ำครวญมากเพียงไหน เขาก็จะไม่มีวันต้องมารับรู้ความสาหัสแทบแดดิ้นของการมีชีวิตโดยปราศจากเขาเช่นนี้



ฉันมองดูทุกอย่างที่พวกเราสร้างขึ้นมาอย่างกระท่อนกระแท่นพังทลายลง นอกเหนือจากใต้ผ้านวมหนาผืนนี้ ฉันก็ไม่มีที่ให้สิงสถิตอีกต่อไป เมื่อเขาค่อย ๆ ตัดฉันออกจากชีวิตทีละนิด ทำแก้วน้ำเซรามิคสีชมพูอ่อนของฉันตกแตก โยนแปรงสีฟันที่เคยวางคู่กันตรงอ่างล้างหน้าทิ้งไป ลอกสติกเกอร์ลายโปรดที่ฉันแปะไว้บนกระเป๋าสตางค์ของเขาออก ลบรูปการ์ตูนที่ฉันเคยวาดไว้ในสมุดเสียสะอาด ฉีกหน้ากระดาษที่ฉันเคยเขียนข้อความให้กำลังใจเอาไว้จนขาดหาย

ไม่มีอะไรหลงเหลือ

เขาจัดการหลักฐานทุกอย่างหมดจดเหมือนไม่เคยมีผู้หญิงคนนี้ในชีวิต ฉันหวังว่าจะทำเช่นนั้นได้บ้างในสักวันหนึ่ง ฉันหวัง ทั้ง ๆ ที่ยังคงนั่งดูรูปเขาแล้วยิ้มอยู่คนเดียว มองของขวัญที่เขาเคยให้นานสองนานราวกับบนโลกนี้ไม่มีสิ่งใดน่าจับจ้องอีก คว่ำลูกแก้วหิมะรอดูเศษความรักสีขาวลอยฟุ้งและร่วงหล่นละลายหาย

พยายามยับยั้งความคิดถึงด้วยภาพของเขาตอนพูดคำว่าไม่รู้สึกได้ออกมาง่ายดายปานนั้น นิ้วจรดแป้นพิมพ์ ก่อนที่จะกดปุ่มลบ พิมพ์ทุกอย่างใหม่ แล้วกดลบอีกครั้ง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า วงจรอุบาทว์ของความคิดถึงที่ส่งไปไม่ได้ อบอัดอยู่ภายในไม่ได้ระบายออกจนต้องสำรอกผ่านการเขียน ผ่านรูปวาด ผ่านปลอกหมอนชุ่มน้ำตา ผ่านแก้วสุราในเวลาหลังเที่ยงคืน

แต่มันยังคงอยู่ตรงนั้น ความคิดถึงที่ไปไม่ถึงเขายังคงค้างคาอยู่ตรงนั้น หัวใจมีรักที่ไม่ถูกรักตอบยังคงนอนแน่นิ่งอยู่ตรงนั้น 

และหยดหยาดน้ำตารสปร่าขมก็ยังคงรินไหลอยู่อย่างนั้น















- and when we died, we became alive again





SHARE
Written in this book
หัวใจถูกสร้างมาเพื่อแตกสลาย
โปรดระมัดระวังการกระแทกของหัวใจในกล่องกระดาษ
Writer
cobaltblue
a well-wisher
I love the colour blue, as long as it reminds me of you.

Comments

SeeYouInMonochrome
3 months ago
เขียนได้ดีมากครับ สัมผัสได้ถึงความรู้สึกนี้จริงๆ ขอให้ผ่านไปได้นะครับ
Reply
cobaltblue
3 months ago
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านงานของเราและขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ 🙏
moddest
3 months ago
อ่านสิ่งที่คุณเขียนจนจบ เราไม่รู้เลยว่าจะต้องพูดอะไร เพราะคุณได้พูดแทนเราไปหมดแล้ว เรานั่งอ่านอยู่ข้างๆ"เขา" คนนั้นของเรา แล้วน้ำตาไหลออกมา เขาถามเราว่าอ่านอะไร เราไม่บอกให้เขารู้หรอก เพราะอีกแค่1เดือนเราต้องลาจากกันไป ไว้ตอนนั้น เราจะส่งให้เขาได้อ่านบ้าง
ขอบคุณ​ที่เขียนแบ่งปันความสวยงามอันแสนขมนี้
รัก.
Reply
cobaltblue
3 months ago
ขอบคุณมาก ๆ ที่มาร่วมแบ่งปันกันค่ะ เป็นกำลังใจให้ผ่านไปได้นะคะ สู้ ๆ ค่ะ :)
Chorn
3 months ago
ชอบครับ
Reply
cobaltblue
3 months ago
ขอบคุณที่แวะมาอ่านนะคะ :)
strawberrychoco
3 months ago
เขียนดีอีกแล้วค่ะ TT
Reply
cobaltblue
3 months ago
ขอบคุณที่ติดตามกันค่ะ 🙏🙏