[Fic] White Shirt (Gaeun x Eunbi) <31>
ไหนเธอบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรกันไง ทำไมวันนี้เค้ามารับเธอได้ล่ะยูจินอา..

ตั้งแต่ที่ยูจินเดินไปหาผู้หญิงคนนั้นเธอก็หยุดคิดไม่ได้เลย นี่จะสานต่อกันเหรอ? หรือจะแค่นอนด้วยกันอีก จะทางไหนเธอก็ไม่อยากให้เป็นทั้งนั้น

“เยนา”

“…”

“เยนาครับ”

“คะ?”

“เยนาไม่ชอบไส้กรอกเหรอครับ ทำไมถึงกินไปนิดเดียวเอง”

“คือ.. ฉันไม่ค่อยหิวน่ะค่ะ”

ฮยอนอูพยักหน้าเป็นเชิงว่าเข้าใจแล้วจัดการอาหารของตัวเองต่อไป

ทำไมเธอมาอยู่ตรงนี้.. ทำไมเธอต้องมานั่งอยู่ตรงข้ามผู้ชายที่ไม่ได้ทำให้ใจเธอเต้นแรงได้อีกต่อไปแล้ว.. ไม่ได้รักไม่ได้เกลียด มันเป็นความรู้สึกเฉย ๆ เธอมองดูเค้าแล้วไม่รู้สึกอะไรเลย.. มันเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่นะ ตั้งแต่เค้าบอกเลิกเธอ ตั้งแต่เค้าเดินหันไปไม่มองกลับมา หรือตั้งแต่ที่เธอได้รู้ว่ามีคนที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างเธอ ดีกับเธอเสมอมาแต่เธอเพิ่งจะมองเห็น.. คงต้องบอกพี่ฮยอนอูไปตรง ๆ แล้วล่ะมั้ง

“พี่ฮยอนอูคะ”

“ครับ”

“ฉันมีอะไรจะบอกค่ะ”

“ว่ามาสิครับ”

“เรื่องที่พี่ถามก่อนหน้านี่น่ะค่ะ เรื่องที่พี่ถามว่าอยากกลับมาคบกันมั้ย.. คือว่าฉัน..”

“อย่าเพิ่งบอกอะไรพี่เลยนะเยนา อย่าเพิ่งบอกอะไรพี่”

“พี่..”

“พี่ยังไม่ได้ทำอะไรเลย พี่ขอเวลาหน่อยเถอะนะ พี่คิดว่าพี่จะทำได้ดีกว่านี้ อย่าเพิ่งตัดสินใจอะไรเลยนะ”

“มันไม่เกี่ยวกับที่พี่จะทำหรือไม่ทำอะไรหรอกค่ะ”

“อย่านะ.. อย่าเพิ่งพูดอะไรเลยนะครับ”

เค้าขอร้องขนาดนี้เธอจะพูดอะไรได้อีก แต่จะให้อยู่ตรงนี้ต่อเธอก็ทำไม่ไหว เธอโฟกัสอะไรตรงหน้าไม่ได้ด้วยซ้ำ เธอมัวแต่คิดว่ายูจินจะทำอะไรอยู่

“พี่คะ ฉันปวดหัว ฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ”

“เยนาไม่สบายเหรอ งั้นเดี๋ยวพี่ไปส่งนะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันกลับเองได้”

“ให้พี่ไปส่ง..”

“…”

“โอเคครับ งั้นก็กลับดี ๆ นะครับ”

เยนาลุกขึ้นเดินออกไปนอกร้านอาหาร อากาศด้านนอกร้านหนาวเย็นจนทำให้เธอสะท้าน แต่กลับรู้สึกดีกว่านั่งอยู่ในร้านอาหารอุ่น ๆ เมื่อกี้เป็นไหน ๆ ที่อุ่น ๆ ที่เธออยากจะไปตอนนี้มีแค่ห้องของยูจินเท่านั้น แต่คงจะไปไม่ได้สินะ..





🦒: อึนบีอา พี่ลืมซื้อต้นหอม

🦒: ขากลับแวะซื้อต้นหอมมาด้วยนะคะ

🐰: โอเค นี่ฉันกำลังจะออกแล้ว

🐰: พี่อยากได้อะไรเพิ่มอีกมั้ย จะได้ซื้อทีเดียว

🦒: ไม่เอาอะไรแล้วค่ะ

🦒: ขาดแค่คนกลับมากินข้าวพร้อมกันนี่แหละ

🐰: กำลังจะกลับแล้วค่ะ

🐰: โทษทีนะพี่ วันนี้งานฉันเยอะมากเลย

🦒: ไม่เป็นไรค่ะ ก็อึนบีต้องทำงานหนิ

🦒: แค่กลับมาแล้วกินเยอะๆ ให้พี่ชื่นใจก็พอ

🐰: จะกินเยอะ ๆ เลย

🐰: ตอนนี้หิวมากเลยอะ

🐰: งั้นฉันไปซื้อต้นหอมแล้วนะ

🦒: เจอกันที่บ้านนะอึนบีอา~ ❤️

🐰: เจอกันค่ะ ❤️



เจอกันที่บ้านเหรอ.. อึนบียิ้มให้กับข้อความของพี่กาอึน แค่คิดว่าพี่กาอึนกำลังทำกับข้าวรอเธอกลับไปกินด้วย เธอก็แทบอยากจะบินกลับบ้านเลยล่ะ ไม่อยากรอรถไฟแล้ว อยากถึงบ้านไว ๆ จัง

วันนี้เธองานยุ่งแต่ก็พยายามรีบจัดการให้เสร็จเร็วที่สุดเพื่อจะได้กลับบ้านมากินข้าวกับพี่กาอึน นี่ขนาดกินข้าวกลางวันเสร็จแล้วไปทำงานต่อทันทียังเลิกช้าเลย เราตกลงกันตั้งแต่เมื่อวานว่าจะทำอาหารกินที่บ้าน พี่กาอึนบอกว่าจะตามใจเธอ ให้เธอเป็นคนเลือกว่าอยากกินอะไร เธอเลยขอให้พี่กาอึนทำแกงกิมจิให้กิน ซึ่งพี่กาอึนก็ไม่ขัดข้องอะไร ยอมตามใจเธอแต่โดยดี

อยากถึงบ้านแล้วอะ หิวข้าวมากเลย ;-;




“กลับมาแล้วค่ะ”

อึนบีที่เพิ่งกลับถึงบ้าน พูดกับแฟนสาวที่กำลังง่วนอยู่กับการทำอาหารเย็น

“ซื้อต้นหอมมาให้พี่รึเปล่า”

“นี่ไง ซื้อมาแล้ว”

“ดีมากเจ้ากระต่าย อีกแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว”

“ให้ฉันช่วยอะไรมั้ย”

อึนบีถามแฟนสาวที่กำลังล้างและหั่นต้นหอมเธอซื้อมาเตรียมใส่ลงในแกงกิมจิที่มีส่วนผสมอื่นครบหมดแล้ว

“ไม่เป็นไรค่ะ เพิ่งกลับมาก็พักสักหน่อยเถอะ จะไปอาบน้ำก่อนก็ได้นะ จะได้สบายตัว เดี๋ยวพี่รอ”

“ไม่เป็นไรค่ะ อยากนั่งพักก่อนมากกว่า”

“เหนื่อยล่ะสิ งั้นนั่งรอแป๊บนึงนะเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว”

“อือ”

อึนบีนั่งลงที่โต๊ะอาหาร มองพี่กาอึนทำกับข้าวไปเพลิน ๆ พี่กาอึนพับแขนเสื้อเชิ้ตสูงถึงข้อศอก ใส่ผ้ากันเปื้อนสีชมพูดูน่ารักน่าฟัดที่สุดเลย.. เธอจะอยากเห็นพี่กาอึนทำกับข้าวแบบนี้ทุกวัน แต่ก็คงจะเป็นไปไม่ได้ พี่กาอึนเองก็มีงานต้องทำเหมือนกัน วันไหนพี่กาอึนงานยุ่งมากก็คงทำกับข้าวไม่ไหว แค่จะกินข้าวกล่องบางทีพี่เค้ายังหลับคากล่องข้าวเลย เธอก็คงไม่บังคับให้คนทำงานหนักขนาดนั้นมาทำกับข้าวให้กินอีกหรอก

“นี่พี่กะจะโชว์เหนือทำอะไรยาก ๆ ให้อึนบีกินนะเนี่ย ฉลองที่เรามีครัวแล้ว แต่อึนบีอยากกินแกงซะอย่างงั้น”

“ฮ่า ๆ ๆ นี่ก็ยากแล้วพี่ นี่ถ้าให้ฉันทำเองน่ะ ต้องเททิ้งแล้วนะ”

“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกมั้งคะ”

“จริงพี่ ฉันเคยลองแล้ว พี่จินตนาการรสชาติมันไม่ได้หรอก เชื่อฉันเถอะ”

“โอเคค่ะ เชื่อก็ได้ค่ะ”

อึนบีอา จริง ๆ พี่ก็แอบอยากรู้นะว่ารสชาติมันจะน่ากลัวขนาดไหนถึงต้องเททิ้งน่ะ.. เธอมองอึนบีตักข้าวคำใหญ่เข้าปากอย่างเอ็นดู ไม่รู้เพราะแกงมันเผ็ดหรืออึนบีหิวมากกันแน่

“หิวมากเหรอคะ”

“อือ หิวมากเลย”

ค่ะ.. ดูจากที่อึนบีกินพี่ก็เชื่อค่ะ..

“นี่ ทำไมถึงอยากกินแกงกิมจิล่ะ”

“ก็แค่อยากกินน่ะ ไม่ได้กินนานแล้ว”

“อาทิตย์ก่อนเพิ่งกินไปนะ ที่ร้านผ้ากันเปื้อนแดงไงคะ”

“มันไม่เหมือนกันหนิ.. ฉันอยากกินแกงฝีมือพี่”

“แล้วอร่อยมั้ยคะ”

“อร่อยมากเลยล่ะ.. อร่อยเหมือนที่พี่เคยทำให้ฉันกินเลย”

“นี่รึเปล่าเหตุผลที่อยากกินน่ะ”

“…”

“เพราะเป็นจานแรกที่พี่ทำให้เหรอ”

“อือ.. พี่จำได้ด้วยเหรอ”

“จำได้สิคะ อึนบีดูชอบมันมากขนาดนั้นพี่จะลืมได้ยังไงกัน วันนี้อร่อยกว่าของวันนั้นอีก เชื่อพี่สิ”

“ไม่จริงหรอก วันนั้นก็อร่อย อร่อยเหมือนเดิมแหละ”

“ถ้าอร่อยก็กินเยอะ ๆ ล่ะ”

“อือ จะกินให้หมดเลย”

กาอึนนั่งมองอึนบีกินอาหารที่เธอทำให้ด้วยใจที่เป็นสุข เธอจำเช้าวันนั้นได้ วันที่เธอทำอาหารให้อึนบีเป็นครั้งแรก

ตอนนั้นเราเพิ่งคบกันได้ไม่นาน เธอไปค้างห้องอึนบีแล้วตื่นก่อนเจ้าของห้อง เธอเปิดตู้เก็บอาหารแห้งกับตู้เย็นของอึนบีเห็นมีแต่อาหารสำเร็จรูป ทำให้เธอเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง ตั้งแต่คบกันมาเธอไม่เคยเห็นอึนบีทำกับข้าวสักครั้ง อุปกรณ์เกี่ยวกับการทำอาหารในห้องก็มีน้อยมาก แบบนี้ก็ชัดแล้วแหละว่าอึนบีของเธอกับเรื่องเข้าครัวคงไปด้วยกันไม่ค่อยได้ มันก็ไม่ได้แปลกอะไรหรอก อึนบีอาจจะทำกับข้าวไม่เป็นหรือไม่ชอบทำ ตอนนั้นเธอยังไม่แน่ใจ เธอรู้แค่ว่าน้องดูสงสารมากเลยที่ต้องกินแต่อะไรสำเร็จรูป เธอจึงตัดสินใจไปซื้อวัตถุดิบมาทำอะไรง่าย ๆ ให้อึนบีกิน เธอที่ไม่ได้ทำกับข้าวมานานเพราะที่ห้องตัวเองไม่มีครัว ต้องตั้งหลักอยู่พักนึงเหมือนกัน แต่พอเห็นเด็กน้อยของเธอมองอาหารที่เธอทำให้เหมือนมันเป็นอาหารสุดหรู แถมยังกินมันอย่างเอร็ดอร่อยทั้งที่มันเป็นแค่แกงกิมจิธรรมดา เธอก็มีความสุขมากจริง ๆ มีความสุขที่ได้เห็นอึนบีกินอาหารที่เพิ่งทำเสร็จไม่ใช่ของสำเร็จรูป มีความสุขที่ได้เห็นอึนบียิ้ม ยิ่งสายตาที่น้องมองเธออย่างชื่นชมแบบนั้นยิ่งทำให้ใจเธอพองโต ตั้งแต่นั้นเธอก็ตั้งใจว่าจะทำอะไรให้อึนบีกินบ่อย ๆ แต่พอเอาเข้าจริง ๆ เธอก็งานยุ่งจนไม่มีเวลา บางครั้งก็เหนื่อยเกินกว่าจะทำไหว สถานที่ก็ไม่ค่อยอำนวยทำให้ไม่ค่อยได้ทำอาหารเลย ตอนนี้อะไร ๆ ก็เริ่มลงตัวแล้ว เธอก็คงจะได้ทำอะไรให้อึนบีกินบ่อย ๆ ล่ะนะ

อาหารมื้อค่ำจบแล้ว กาอึนนั่งอยู่ที่โซฟารอให้อึนบีล้างจานเสร็จ เรื่องทำกับข้าวอึนบีอาจจะไม่เก่ง แต่เรื่องทำความสะอาดอึนบีเก่งมากเลยล่ะ แถมทำได้เร็วมากด้วย พอน้องล้างจานเสร็จเธอก็อ้าแขนเป็นสัญญาณให้น้องรู้ว่าควรมาให้กอดได้แล้ว

“วันนี้งานเยอะมากเหรอคะ”

“อื้อ หัวหมุนเลยล่ะ”

อึนบีหลับตาซุกหน้าเข้าหากาอึน เหมือนอยากจะขอกำลังใจในวันที่งานยุ่งแบบนี้

“ไม่แบ่งให้เด็ก ๆ ทำบ้างล่ะ”

“ก็นี่มันส่วนของฉันหนิ ฉันทำไหวแค่วันนี้มันเยอะเลยเหนื่อยหน่อย แล้วพี่ล่ะวันนี้เป็นยังไงบ้าง”

“วันนี้มีประชุมค่ะ แต่ไม่ได้หนักอะไร นอกนั้นพี่ก็ทำงานของพี่ไปตามปกติ วันนี้งานไม่เยอะเท่าไหร่ อ่อใช่! วันนี้พี่ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้เยนาล่ะ”

“หืม? เยนามีปัญหาอะไรรึเปล่า”

“ปัญหาหัวใจน่ะ”

“ทำไมล่ะ เยนาทะเลาะกับคุณฮยอนอูเหรอ”

“เปล่าหรอก ไม่ใช่เรื่องคุณฮยอนอู”

“เรื่องยูจิน?”

“อือ เรื่องยูจิน”

“เห้อ.. เค้าว่ายังไงบ้างล่ะพี่ ลึก ๆ ฉันว่าฉันรู้ความรู้สึกของเยนานะ แต่ก็ไม่มั่นใจขนาดจะฟันธง”

“เค้าสับสนน่ะ เค้าไม่รู้ว่าที่ตัวเองรู้สึกอยู่มันคืออะไร แต่ก็ไม่ได้มาถามตรง ๆ หรอก เค้าทำทีเหมือนมาปรึกษาเรื่องของเพื่อนน่ะ ใช้ชื่อตัวละครว่านางสาวA และนางสาว B เป็นนามสมมติ”

“ฮ่า ๆ ๆ ทำเหมือนพวกไปปรึกษาเรื่องลามกบนเว็บบอร์ดเลยอะ ‘ผมใช้ยูสเพื่อนมาตั้งกระทู้ครับ’ ‘เรื่องที่จะเล่าเป็นเรื่องของเพื่อนผมนะครับ’ อะไรแบบนี้อะ”

“อือ พี่ก็ได้ความรู้สึกแบบนั้นแหละ ตอนเค้าเล่า เวลารู้อยู่แล้วแต่ต้องทำเป็นไม่รู้นี่ก็ยากนิดหน่อยนะ.. เยนามาปรึกษาพี่แบบนั้น จริง ๆ แล้วก็น่าเอ็นดูดีเหมือนกันแหละ เค้าเหมือนเด็กน้อยที่กำลังหลงทาง ถ้าเค้าบอกพี่ว่าเรื่องเค้าเองพี่ก็คงไม่อยากให้ความเห็นอะไรมาก ก็คงฟังเอาไว้ แต่นี้มาบอกว่าเรื่องของ A กับ B พี่เลยบอกไปหมดเลยว่าพี่คิดยังไง”

“พี่ก็ร้ายนะ บอกไปทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเป็นเรื่องของเค้าน่ะ”

“ไม่รู้ก็แย่แล้วค่ะ รายละเอียดนี่เป๊ะมาก ถามอะไรก็รู้หมดเลย”

“แล้วพี่คิดว่าไง จากที่พี่ฟังแล้วพี่คิดเหมือนฉันมั้ยว่าเยนาก็ชอบยูจินเหมือนกัน”

“คิดค่ะ พี่ว่าเค้าแค่ไม่อยากยอมรับความรู้สึกที่เค้ามีกับยูจิน เพราะมันขัดกับที่เค้าเชื่อมาตลอดชีวิต มันยากสำหรับเยนาที่จะยอมรับว่าตัวเค้ากำลังมีความรู้สึกแบบนั้นกับผู้หญิง”

“ฉันว่านั่นก็เรื่องนึง.. แต่พี่อย่าลืมนะว่าความยุ่งยากอีกอย่างของความสัมพันธ์นี้คือพวกเค้าเป็นเพื่อนกัน.. ฉันก็ไม่ได้อยากสนับสนุนความสัมพันธ์โรแมนติกในออฟฟิศเท่าไหร่หรอกนะ มันไม่ใช่แค่ทำงานที่เดียวกันอะพี่ มันนั่งข้างกันเลย ถ้าวันไหนทะเลาะกันขึ้นมา ฉันไม่อยากจะคิดเลยว่าจะน่าปวดหัวขนาดไหน.. แล้วถ้ามันกระทบกับเรื่องงานฉันบอกตรง ๆ ว่าคงยอมไม่ได้”

“อา.. ก็นั่นสินะ”

“เห้อ.. แต่ฉันก็เข้าใจว่าความรู้สึกมันห้ามกันไม่ได้ อะไรจะเกิดก็คงต้องเกิดแหละ”

กาอึนลูบหัวเจ้ากระต่ายที่มาถอนหายใจใส่ซอกคอเธอ อึนบีคงลำบากใจกับเรื่องของน้อง ๆ คงทั้งสงสารน้องอยากให้สมหวัง แต่ก็กลัวว่าถ้าน้อง ๆ คบกันแล้วมันจะกระทบกับงานเข้าสักวัน

“จะยังไงก็แล้วแต่ พี่อยากให้เยนาเข้าใจความรู้สึกของตัวเองเร็ว ๆ นะ พี่กลัวจะมาใจตรงกันในวันที่สายไป แบบนั้นต้องช้ำใจมากแน่ ๆ เลย”

“พี่คิดว่ายูจินจะตัดใจเหรอ”

“อือ พี่สันนิษฐานจากข้อมูลล่าสุดที่ได้ฟัง”

“ทำไมล่ะ”

“ก็เยนาเล่าว่ายูจินน่ะ.. พาผู้หญิงมาค้างที่ห้อง”

“อะไรนะ?”

“เยนาบอกพี่ว่า เค้าไปหายูจินแล้วเจอว่ามีผู้หญิงอยู่กับยูจิน สภาพเหมือนเพิ่งตื่นนอน เยนาบอกว่าสวยมากด้วยนะ”

“…”

“อ้าว เงียบเลย”

“อือ ฉัน.. ไม่แน่ใจว่าควรรู้สึกยังไง”

“นี่ก็หวงยูจินอีกคนแล้วเหรอเนี่ย”

“พี่หมายความว่าไง”

“ก็เยนาเค้าบอกพี่ว่า พอเห็นคนอื่นอยู่กับยูจินแบบนั้น เค้ารู้สึกว่าหวงยูจินมาก ไม่พอใจสุด ๆ เลยล่ะ แต่ไม่กล้าพูดอะไรเพราะกลัวยูจินโกรธที่ไปยุ่งเรื่องส่วนตัว”

“เป็นฉันก็คงพูดไม่ออกอะ เพื่อนจะนอนกับใครมันก็ไม่ใช่เรื่องผิดหนิ มันผิดที่เราไม่ได้คิดกับเค้าแค่เพื่อนก็เลยรู้สึกไม่ดี”

“อืม พี่ก็บอกเยนาไปแล้วล่ะ ว่าให้ลองมองในมุมคนนอกแล้วจะเข้าใจ แล้วก็ให้คิดดี ๆ ว่าจะทำยังไงต่อ”

“ก็คงต้องเป็นอย่างนั้นแหละพี่ เค้าต้องตัดสินใจเองว่าจะจัดการกับเรื่องนี้ยังไง”

“นี่พี่ทำให้อึนบีเหนื่อยกว่าเดิมรึเปล่าคะเนี่ย ทำงานมาเหนื่อย ๆ ยังต้องมาเหนื่อยใจอีก”

“ไม่หรอกพี่ ฉันได้กินข้าวที่พี่ทำก็หายเหนื่อยแล้วไง”

“ปากหวานอีกแล้วนะคะ”

“ก็จริงหนิ อร่อยมากเลย อยากกินทุกวันเลยแต่ก็คงไม่ได้ เพราะพี่ก็ต้องทำงาน กลับมาทำกับข้าวทุกวันคงไม่ไหว”

“เอาเป็นว่าพี่จะพยายามทำอะไรให้กินบ่อย ๆ ละกันนะ ดีมั้ยคะ”

“ดีที่สุดเลยล่ะ ขอบคุณนะคะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ พี่เต็มใจ”

อึนบีจูบแก้มพี่กาอึนทีนึงก่อนจะกลับมาซบไหล่พี่เค้าเหมือนเดิม

มีความสุขจัง อยากอยู่แบบนี้ทุกวันเลย..





กว่าคนขับรถจะมารับพวกเธอที่อินชอน ก็ทำให้ยูจินง่วงนอนหาวแล้วหาวอีก พอมานั่งในรถบอกจุดหมายปลายทางเสร็จทั้งเธอทั้งมินจูก็หลับไปด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ จนขับถึงอพาร์ทเม้นท์ของเธอคนขับจึงปลุกพวกเรา มินจูจ่ายเงินให้คนขับรถไป และพวกเธอยังนั่งอยู่ที่เบาะหลังรถ

“คุณ วันนี้ขอบคุณมากนะ”

“แค่เลี้ยงข้าวเอง ไม่ต้องทำหน้าซาบซึ้งขนาดนั้นหรอก”

“ฉันไม่ได้ซาบซึ้ง แค่มีมารยาท”

“ฮ่า ๆ ๆ ดูทำหน้าเข้าสิ ล้อเล่นหน่า~ ฉันมานอนห้องคุณวันก่อนยังรบกวนคุณมากกว่านี้อีก”

“คืนนั้น ฉันก็ขอบคุณเหมือนกัน ขอบคุณที่อยู่เป็นเพื่อนฉันนะมินจู”

“งั้นคืนนี้ให้ฉันอยู่ด้วยอีกดีมั้ย”

“…”

“ฉันอยู่เป็นเพื่อนคุณได้นะ.. ทำอะไรมากกว่าแค่อยู่เป็นเพื่อนก็ได้”

มินจูโน้มใบหน้าเข้าหาเธอช้า ๆ ขณะที่เธอกำลังชั่งใจว่าควรจะตอบไปยังไง.. เธอตอบรับสัมผัสของมินจู เธอไม่รู้จะปฏิเสธทำไม เค้าอยากทำเธอก็ไม่ได้ฝืนใจอะไร หรือว่าอะไรจะเกิดก็ปล่อยให้เกิดไปเลยดีนะ ถึงเราจะไม่ได้รักกันแต่มินจูก็ดูเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับความสัมพันธ์แบบต่างฝ่ายต่างตอบแทน ตอนที่เราพักหายใจมินจูส่งสายตาเว้าวอนมาหาให้ นี่คุณจะยั่วฉันไปถึงไหนเนี่ย

“ไม่ได้เหรอยูจิน”

“…”

“ว่าไงคะ”

อย่ามาคะมาขาใส่กันนะ..

“ยูจินอา”

“อืออ”

มินจูไม่รอคำตอบ เริ่มจูบลงตรงซอกคอของเธอเธอก็เผลอครางเพราะไม่ได้ตั้งตัว แบบนี้มัน.. หรือว่าช่างมันแล้ว.. ปล่อยเลยตามเลยไปดีมั้ย.. เธอก็ไม่มีใคร คนที่เธอคิดถึงเค้าก็คงไม่สนใจกันหรอก ป่านนี้คงมีความสุขอยู่ล่ะมั้ง เธอประคองใบหน้าของมินจูขึ้นมาจูบ เราจูบกันดูดดื่มกว่าครั้งไหน ๆ เธอไม่อยากจะคิดอะไรให้มันช้ำใจแล้ว



วันนี้ก็เห็นอยู่ว่ามาหากัน หรือเธอรู้ว่าฉันรักเลยเรียกเค้ามาหา อยากให้ฉันเห็นเต็มตา เธออยากให้ฉันตัดใจใช่มั้ยเยนายา.. 


“จะตรงนี้หรือขึ้นไปบนห้องคุณดีล่ะ”

“ขึ้นไปข้างบนละกัน ฉันกลัวคนมาเห็น”

“อือ”

เธอพามินจูขึ้นจากลานจอดรถใต้อพาร์ทเม้นท์ไปที่ห้อง นี่เธอกำลังจะทำแบบนั้นจริง ๆ ใช่มั้ย.. มาถึงจุดนี้เธอก็ไม่อยากคิดอะไรให้ปวดหัวแล้ว เธอนั่งลงบนเตียง มินจูยืนอยู่ด้านหน้าเธอ มินจูโน้มตัวลงมาหวังว่าจะจูบอีกครั้ง

/ติ๊ง/

เสียงข้อความเข้าจากโทรศัพท์ทำให้เราชะงัก มินจูยิ้มให้ก่อนจะจูบลงมาใหม่

/ติ๊ง/ /ติ๊ง/ /ติ๊ง/

มินจูซบลงที่ไหล่เธอแทน

“เอ่อ..”

“เอาเลย ตามสบายฉันรอได้”

มินจูเดินไปเข้าห้องน้ำขณะที่เธอเช็คข้อความ


🐥: ยูจินอา

🐥: เธอ.. อยู่กับใคร

🐥: ไม่ ๆ ๆ เธออยู่ที่ไหนเหรอ

🐥: ถ้าไม่อยากตอบก็ไม่เป็นไรนะ

เธอไม่ได้อยู่กับเค้าหรือไงน่ะเยนา..

🐥: เธอคงไม่สะดวกตอบ

🐥: เอ่อ.. ขอโทษที่รบกวนนะ

ขอโทษที่รบกวน? ถามจริง? นี่ใครพิมพ์เนี่ย ไม่ใช่เยนาแน่ ๆ

🐶: เธอเป็นอะไรรึเปล่า

🐥: ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน

🐶: ดึกแล้ว นอนได้แล้ว

🐥: ยูจินอา เธออยู่คนเดียวใช่มั้ย

🐶: นี่เธอเป็นอะไรรึเปล่าเนี่ย บอกมาเถอะ

🐥: ยูจินอา ฉันไม่รู้เป็นอะไร

🐥: ฉันนอนไม่หลับ

นอนไม่หลับเพราะกินขนมมากไปรึเปล่า เธอเคยเป็นแบบนั้นนะเยนายา..

🐥: ยูจินอา

🐥: ฉันคิดถึงเธอ

ยูจินนั่งมองข้อความที่เยนาส่งกลับมาแล้วไม่รู้ว่าควรตอบกลับไปยังไง เธอคิดถึงฉันเหรอ.. คิดถึงแบบไหน คิดถึงเหมือนที่ฉันคิดถึงเธอรึเปล่าล่ะ..

“คุณ ฉันกลับก่อนนะ”

เธอลืมไปสนิทว่ามินจูอยู่ด้วย..

“เดี๋ยวสิคุณ”

“เห้อ.. ฉันก็ไม่ได้อยากกลับหรอก แต่คุณก็คงไม่อยากต่อแล้วใช่มั้ย”

“…”

“ข้อความน่ะ จากคนที่คุณรอเหรอ”

“อือ”

“ฉันก็คิดว่าอย่างนั้น คุณจดจ่อมากเลยนะ ฉันยืนมองคุณอยู่นานแล้ว คุณยังไม่รู้ตัวเลย”

“ฉันขอโทษนะ คุณยังอยากจะต่อมั้ย”

“ไม่เป็นไร ดูก็รู้ว่าคุณไม่อยากทำแล้ว ก่อนหน้านี้คุณแค่เผลอไปเท่านั้นแหละยูจิน”

“ฉัน..”

“ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นหรอก ฉันไม่ชอบฝืนใจใคร”

“มินจู.. ขอโทษจริง ๆนะ”

“เห้อ.. มาทำหน้าตาน่าสงสารขนาดนี้ใครจะไปโกรธคุณได้ล่ะหือ?”

“ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากนอนกับคุณนะ..”

“ไม่ต้องอธิบายหรอก ฉันรู้อยู่แล้วว่าคุณมีคนที่คุณรออยู่ ส่วนฉันเองก็บรรลุเป้าหมายแล้วเหมือนกัน คือการได้เห็นว่าคุณยังสบายดี ไม่ว่ายังไงที่เราตกลงกันไว้ก็เหมือนเดิมนะ ถ้าเหงาโทรหาฉัน ถ้าเศร้าจนทนไม่ไหวคุณโทรหาฉัน หรือถ้าวันไหนอยากต่อจากเมื่อกี้ ก็โทรหาฉันนะ แต่ขอว่าหลังจากนั้นช่วยปิดมือถือด้วย ฉันไม่อยากหยุด”

“อือ ยังไงก็ขอโทษจริง ๆ นะ”

เธอยิ้มตอบมินจูที่ยิ้มมาให้ คนอะไรเวลาอย่างนี้ยังจะทำเป็นตลกได้อีก

“เปลี่ยนจากคำขอโทษเป็นเลี้ยงเหล้าฉันสักครั้งละกันนะ”

“อือ ได้เลย”

“ไม่ต้องทำหน้าเศร้านะ อย่างฉันน่ะ มีคนจ้องจะงาบเยอะ คุณไม่ต้องเป็นห่วง”

“หลงตัวเองอีกแล้ว”

“ฮ่า ๆ ๆ ฉันก็เป็นของฉันอย่างนี้แหละ นี่ยูจิน”

“หืม?”

“โชคดีนะ”

“…”

“ฉันขอให้คุณสมหวังนะ ฉันอยากให้คุณมีความสุข”

“อืม ขอบคุณนะ”

“ฉันไปดีกว่า คุณไม่ต้องไปส่งฉันหรอก ตอบข้อความไปเถอะ ป่านนี้เค้ารอแย่แล้ว”

“แล้วเจอกันนะมินจู ฉันต้องเลี้ยงคุณให้ได้เลย”

“อือ แล้วเจอกัน”

มินจูออกจากห้องเธอไปแล้ว แต่เธอก็ยังไม่รู้จะตอบเยนาว่าอะไร หรือตอบไปอย่างที่คิดดีนะ..


🐶: เยนายา

🐶: เหมือนกันนะ

🐶: ฉันก็คิดถึงเธอ




อึนบีเลือกนั่งดูละครเพื่อให้หายอิ่มสักหน่อยค่อยไปอาบน้ำ แต่ก็ไม่รู้ว่าเผลอหลับไปตอนไหน เธอตื่นอีกทีก็ตอนพี่กาอึนที่อาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้วมาปลุกให้เธอไปอาบน้ำจะได้ไปนอนบนเตียงดี ๆ

ทั้งที่เหนื่อยมากแท้ ๆ แต่พออาบน้ำแปรงฟันเสร็จเธอก็สดชื่นหายง่วงขึ้นมาซะอย่างนั้น พยายามจะข่มตานอนแต่ก็ไม่หลับ เราเข้านอนมาพักใหญ่ พี่กาอึนคงหลับไปแล้ว.. แสงไฟจากด้านนอกลอดผ่านช่องว่างของผ้าม่านเข้ามา ทำให้เธอเห็นว่าก่อนหน้านี้พี่เค้าพลิกตัวเยอะจนเสื้อเลิกขึ้นสูง.. มาเห็นอะไร วับ ๆ แวม ๆ แบบนี้เธอก็ยิ่งนอนไม่หลับ..

จริง ๆ วันนี้เธอก็ไม่ได้อยากแค่กินแกงหรอก คนทำแกงเธอก็อยากกิน.. ได้เห็นพี่เค้าทำอาหารให้เธออย่างตั้งใจแบบนั้นก็ยิ่งน่าฟัด.. ตอนกลับมาจากทำงานเธอทั้งหิวทั้งเหนื่อย แล้วเธอก็ไม่อยากจะให้พี่เค้าคิดว่าเธอจ้องแต่จะทำแบบนั้นกับเค้าเลยพยายามปัดความคิดนี้ออกไป แต่ตอนนี้น่ะ.. เธอรู้สึกคึกคักขึ้นมายังไงก็ไม่รู้ เริ่มรู้สึกว่าอยากสะกิดพี่เค้ามาทำอย่างอื่นกันก่อนนอน แต่เห็นเค้าหลับแบบนี้แล้วก็เกรงใจอยากให้เค้าได้พักผ่อน เธอห่มผ้าให้พี่กาอึนใหม่ นอนมองพี่เค้าอยู่อีกพักนึงก่อนจะตัดสินใจลุกออกจากเตียง เธอเดินออกจากห้องนอนมานั่งอยู่ที่โซฟาแทน

เธอคิดไปว่าถ้าไม่นอนอยู่ใกล้ ๆ กันเธอคงสงบลงได้ แต่เธอคิดผิด..มานั่งที่โซฟาคนเดียวเธอก็ยิ่งฟุ้งซ่าน เพราะพอนั่งคนเดียวแบบนี้มันเหลือที่ว่างเยอะ เธอเห็นรอยจิกที่เธอทำเอาไว้เมื่อวานชัดมากเลยล่ะ.. ภาพพี่กาอึนคุกเข่าอยู่ที่พื้น ช้อนตามองเธอขณะที่กำลังกลืนกินส่วนอ่อนไหวของเธอมันซ้อนทับกับภาพพื้นว่างเปล่าตรงหน้าโซฟา พอหันไปหาพนักโซฟาอีกข้างเธอก็เห็นภาพพี่กาอึนเรียกหาเธอด้วยสายตาเว้าวอน..

พี่เค้าก็นอนอยู่ในห้องแท้ ๆ แต่เธอกลับไม่กล้าเรียกหา เกรงใจก็ใช่ เธออายก็ด้วย.. ถ้าเกิดเธอรวบรวมความกล้าเรียกเค้าแล้วพี่เค้าไม่สนใจเล่นด้วยขึ้นมาล่ะ เธอคงรู้สึกไม่ดีสุด ๆ ไปเลย

เห้อ.. ทำไมต้องมารู้สึกอะไรตอนนี้ด้วยนะ..





อึนบีไปไหน.. กาอึนเอื้อมมือไปหาหวังว่าจะกอดคนข้าง ๆ สักหน่อย แต่ก็เจอแต่ความว่างเปล่า จะบอกว่าเข้าห้องน้ำก็ไม่ใช่ไฟในห้องน้ำไม่ได้เปิด ไปไหนนะ.. กาอึนเปิดประตูห้องนอนเบา ๆ เธอเห็นอึนบีนั่งอยู่ที่โซฟา น้องหลับตาขมวดคิ้วเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ อึนบีดูนั่งเกร็ง ๆ เป็นอะไรรึเปล่าเนี่ย.. เธอแตะไหล่น้องเบา ๆ แต่น้องกลับสะดุ้ง

“อึนบีอา ทำไมไม่เข้าไปนอนล่ะคะ มานั่งทำอะไรตรงนี้”

“อ้าวพี่.. พี่ไม่ได้หลับไปแล้วเหรอ”

“พี่เผลองีบไปแป๊บเดียวก็หนีพี่แล้วเหรอคะ ใจร้ายจัง”

“ไม่ได้หนีซะหน่อย ฉัน.. เห็นพี่หลับไปแล้วก็เลยไม่อยากกวน”

“กวนพี่เหรอ? กวนเรื่องอะไรล่ะ”

“…”

“พี่รออึนบีมานอนกอดพี่อยู่นะคะ”

“…”

“อึนบีอา”

งั้นฉันกอดพี่เลยละกันนะ ไม่อยากทนแล้ว

อึนบีดึงพี่กาอึนให้มานั่งข้างกันที่โซฟา เธอจูบพี่เค้าแบบให้เค้ารู้เลยว่า ‘กอด’ ที่เธอว่าคือ ‘กอด’ แบบไหน เธอสอดมือเข้าไปในเสื้อของพี่กาอึน ลูบไล้ไปทั่วบริเวณที่คิดว่าจะปลุกเร้าเค้าได้ เธอดันให้พี่กาอึนนอนลงที่โซฟา ดึงกางเกงนอนของพี่เค้าลง และพยายามจะถอดเสื้อของพี่เค้าแต่พี่เค้าหยุดไว้ซะก่อน

“อึนบีอา ไปที่เตียงได้มั้ยคะ”

ทำไมจะไม่ได้ล่ะ.. เธอจูงมือพี่กาอึนเข้าไปในห้องนอน แค่ประตูปิดลงเท่านั้นพี่เค้าก็หันมาถอดเสื้อผ้าเธอออก เธอโดนผลักในนอนลงบนเตียง เธอมองพี่กาอึนที่คุกเข่าคร่อมอยู่เหนือตัวเธอ พี่เค้าถอดเสื้อออกแล้วจ้องมองมาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป

เธอรู้เลยว่าพี่กาอึน ‘ตื่น’ แล้ว

“เด็กนิสัยไม่ดี หนีพี่ออกไปทำอะไรดึก ๆ ดื่น ๆ คะ”

“พี่~”

“ดูสิเปียกขนาดนี้ ก่อนพี่ออกไปแอบทำอะไรอยู่เหรอ อึนบีอา”

แอบคิดถึงพี่.. ฉันคิดถึงแค่พี่เท่านั้นแหละ..

พี่กาอึนคลึงส่วนอ่อนไหวที่ฉ่ำชื้นของเธอเร็ว ๆ ทำให้เธอต้องครางออกมาเพื่อระบายความรู้สึก เธอขยับสะโพกไหวตาม หวังให้ความรู้สึกนี้ได้ปลดปล่อยโดยเร็ว แต่เหมือนพี่กาอึนจะไม่ยอมให้เป็นแบบนั้น พี่เค้าขยับช้าลง จ้องมองเธอเหมือนจะบอกว่าเธอยังไปถึงจุดนั้นไม่ได้ ถ้าเค้ายังไม่อนุญาต

“ยังไม่ตอบพี่เลยนะ แอบไปนั่งอะไรข้างนอกคะ”

โอ๊ยยย ทำก่อนได้มั้ยอะ..

“พี่.. อย่าแกล้งฉันเลยนะ”

“อึนบีก็ตอบมาก่อนสิ เป็นขนาดนี้แล้วไม่เรียกพี่ ทนไว้ทำไมล่ะ”

ก็เห็นพี่หลับ ก็เลยไม่อยากกวน..

“หรือว่าอึนบีไม่ได้อยากทำกับพี่ เลยหนีไปทำคนเดียวแบบนั้นน่ะ”

อันนี้ไปกันใหญ่แล้วพี่..

“อึนบีตอบพี่มาสิคะ ว่าเป็นแบบนั้นจริงรึเปล่า”

“จะเป็นแบบนั้นได้ยังไง ฉันเป็นขนาดนี้ก็เพราะพี่นั่นแหละ”

เธอพลิกตัวขึ้นมาอยู่ด้านบน จูบแฟนสาวที่เริ่มคิดอะไรไปใหญ่โต เธอบดเบียดจุดอ่อนไหวของเราเข้าหากัน ความรู้สึกของเธอนั้นใกล้ถึงขีดสุด แต่พี่กาอึนดูเหมือนจะยังไม่ได้คำตอบที่ตัวเองพอใจถึงได้ไม่ตอบสนองอะไรเธอเลยแบบนี้

เธอจำใจต้องหยุดเคลื่อนไหวร่างกายที่เรียกหาการปลดปล่อยเอาไว้ เธอลงมาจากตัวพี่กาอึน พอทำแบบนั้นความทรมานมันก็ยิ่งทวีคูณ เธอไม่ได้อยากหยุดอารมณ์เอาไว้ แต่ก็ไม่อยากให้พี่เค้าเข้าใจผิด เซ็กส์ที่มีความสุขอยู่ฝ่ายเดียวน่ะ อีกคนรู้สึกแย่แค่ไหนเธอรู้ดี.. เธอนอนลงข้างพี่กาอึนหันหน้าเข้าหาพี่เค้า พยายามรวบรวมคำพูดของตัวเอง แม้ว่าเสียงของเธอจะสั่นไหวจากความต้องการที่เรียกร้องจากข้างในแค่ไหนก็ตาม

“พี่.. ฟังฉันก่อนนะ”

“…”

“ฉันอยากนอนกับพี่.. แต่พอเห็นพี่หลับแล้วก็เลยไม่อยากปลุก ฉันอยากให้พี่ได้พักผ่อน ฉันออกไปนั่งสงบสติอารมณ์ข้างนอก คิดว่าคงดีกว่ามาอดทนบนเตียงที่นอนใกล้ ๆ กัน แต่มันไม่ใช่เลย”

เธอหลับตาลง.. ถึงห้องมันจะมืด สิ่งที่เธอจะพูดต่อไปทำให้เธอไม่กล้ามองหน้าเค้า

“พอฉันไปนั่งที่โซฟาฉันก็เอาแต่คิดถึงเรื่องที่เราทำกันเมื่อวาน คิดถึงว่าพี่สัมผัสฉันยังไง คิดถึงความหวามไหวในสายตาพี่ ยิ่งคิดฉันก็ยิ่งแย่กว่าเดิมอีก.. ฉันพยายามอดทนไว้ แล้วพี่ก็มา”

“แล้วทำไมไม่เรียกพี่ล่ะคะ ทนไว้ทำไม”

“ก็ฉันไม่กล้ากวนพี่ กลัวพี่ว่า ฉันเลยพยายามทนดีกว่า”

“อึนบีอา พี่อยากถูกกวนมากกว่าอยากนอนอีกค่ะ”

“…”

“เอ่อ.. นี่พี่ไปทำอะไรให้อึนบีคิดแบบนั้นรึเปล่า คิดว่าพี่จะไม่พอใจน่ะ”

“…”

“ว่าไงคะ”

“เปล่าหรอก เป็นที่ฉันเองแหละ.. ฉันไม่อยากเป็นผู้หญิงหมกมุ่นในสายตาพี่ เมื่อวานก็นอนด้วยกัน วันนี้ฉันก็เรียกหาพี่อีกแล้ว ฉันกลัวว่าถ้ามันมากไปแล้วพี่จะเบื่อ”

“พี่จะคิดแบบนั้นได้ยังไงคะ ที่ผ่านมาเวลาพี่อยากนอนด้วย อึนบีคิดกับพี่แบบนี้เหรอ พี่เป็นคนหมกมุ่นงี้เหรอ?”

“เปล่าค่ะ”

“แล้วทำไมคิดกับตัวเองแบบนี้ล่ะคะ”

“…”

“ไม่เอาไม่คิดแบบนี้ ไหนมาให้พี่กอดหน่อยสิคะคนดี”

อึนบีไม่ยอมขยับเข้าหา กาอึนจึงเป็นฝ่ายเข้าไปโอบน้องไว้แทน ก็ไม่ใช่แค่โอบหรอก เธออยากสานต่อที่เราค้างไว้เมื่อกี้ด้วย อึนบีต้องทรมานมากแน่ ๆ เพราะแค่เธอแตะต้องตัวอึนบีก็มีอาการ เธอเลื่อนตัวต่ำลงฝังหน้าเข้าหากลางกายของอึนบี กวาดกลืนรสชาติแห่งความทรมานที่รอคอยการปลดปล่อยนั้นไว้จนความทรมานที่เจ้าตัวต้องอดกลั้นนั้นเปลี่ยนไปเป็นหวามไหวจนอึนบีหลุดครางหวาน ๆ ให้เธอได้ฟัง แล้วเธอจึงเปลี่ยนมาคร่อมอยู่เหนืออึนบีขยับให้ร่างกายเราแนบชิดกันเหมือนที่อึนบีกำลังทำแล้วยั้งไว้เมื่อครู่ แต่คราวนี้เธอจะไม่หยุดหรอก เธอจะพา ‘เรา’ ไปถึงจุดหมายให้ได้

เธอบดเบียดร่างกายเข้าหา ย้ำสัมผัสให้น้องรู้ว่านี่เป็นสิ่งที่เธอปรารถนาที่ทำร่วมกับน้องในคืนนี้เช่นกัน เธอถึงจุดนั้นหลังจากอึนบีแค่เสี้ยววินาที เธอปล่อยให้ความรู้สึกล่องลอยไปในห้วงอารมณ์ ความสุขสมจากการได้ร่วมรักกับเจ้าของหัวใจนั้นดีกว่าหลับนอนกับคนแปลกหน้าเป็นไหน ๆ ก่อนจะปิดท้ายด้วยการโอบกอดและจูบหวาน ๆ ให้น้องรู้ว่าเธอรัก

“พี่.. ฉันรักพี่นะ”

“พี่ก็รักอึนบีค่ะ”

เราบอกรักกันทั้งที่ยังหายใจหอบเหนื่อย อึนบีซุกเข้าหาเธออย่างเคย ซึ่งเธอก็ชอบให้น้องทำแบบนี้มากเลยล่ะ เธอกอดปลอบน้องที่ยังตัวสั่น ๆ จนร่างกายเริ่มกลับมาเป็นปกติ เธอก็อยากบอกน้องได้นอนพัก แต่ที่อึนบีพูดมันติดอยู่ในใจเธอ

“อึนบีอา”

“คะ?”

“พี่ขอถามตรง ๆ นะ ทำไมถึงคิดว่าพี่จะไม่พอใจล่ะ พี่ไปทำอะไรไว้รึเปล่า คือพี่ไม่รู้จริง ๆ บอกพี่มาเถอะ”

“…”

“พี่อยากให้อึนบีรู้ไว้ว่าพี่ไม่เคยคิดแบบนั้นหรอก ถ้าอึนบีไม่อยากนอนกับพี่สิ แบบนั้นพี่คงจะเสียใจ เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวนะคะ ไม่ต้องอายด้วย นี่มันเรื่องธรรมดานะ วันหลังบอกพี่นะคะไม่ต้องอดทนไว้แบบนี้อีก”

เธอลูบแก้มอึนบีในความมืด เธออยากให้น้องรู้ว่าเธอคิดยังไง ไม่อยากให้เป็นแบบวันนี้อีก

“พี่..”

“ว่าไงคะ”

“คือว่าเรื่องนี้มันเป็นที่ฉันเองแหละ ไม่ใช่เพราะพี่ทำอะไรไว้หรอก คือ.. ถ้าฟังแล้วอย่าโกรธนะ”

“โกรธ? พี่ทำไมต้องโกรธด้วยล่ะ”

“…”

“พูดมาเถอะ พี่ไม่ว่าอะไรหรอก”

“ฉันมีประสบการณ์กับเรื่องนี้ไม่ค่อยดีน่ะ”

“หมายถึงยังไง สะกิดแฟนตอนดึกน่ะเหรอ”

“อืม.. เป็นประสบการณ์ที่รู้สึกไม่ดีมาก ๆ เลย”

“อยากเล่ามั้ย บอกพี่ได้นะ”

“คือมันเป็นเรื่องเก่า ๆ น่ะ มันก็เกี่ยวกับคนที่ฉันเคยคบด้วย คือ.. พี่โอเคที่จะฟังรึเปล่า”

“พี่ฟังได้ค่ะ สัญญาว่าไม่โกรธ บอกพี่มาเถอะ”

“เมื่อก่อน.. ฉันเปลี่ยนแฟนบ่อยก็จริง แต่ที่เคยนอนด้วยน่ะมีไม่กี่คนหรอก มีแต่คนที่ฉันชอบมาก ๆ เท่านั้นที่ฉันจะยอมนอนด้วย และในไม่กี่คนนั้นก็ทำให้ฉันรู้สึกแย่มาก ๆ เลย”

ใครมารังแกอะไรอึนบีของเธอกันนะ..

“คือคนนั้นน่ะเวลาเค้าอยากนอนกับฉันเค้าไม่ค่อยถามความสมัครใจฉันหรอก อยากทำก็ต้องทำให้ได้ ฉันก็ยอม ๆ ไป เพราะไม่อยากทะเลาะกัน ซึ่งส่วนใหญ่ฉันก็ไม่ได้มีอารมณ์ร่วมหรอก ที่ฉันยอมแบบนั้นเพราะฉันชอบเค้ามาก ฉันอยากให้ความสัมพันธ์มันเดินต่อได้ก็เลยไม่อยากคิดอะไรเยอะ คราวนี้ฉันก็คิดว่า ในเมื่อเค้าต้องการฉันเมื่อไหร่ฉันก็ยอมให้หมด ถ้าฉันต้องการเค้าบ้างก็คงไม่เป็นไร คืนนึงที่ไปค้างด้วยกัน ฉันไม่ได้เจอเค้าพักใหญ่ ฉันก็เลยลองเรียกเค้าตอนเค้าหลับไปแล้ว สัมผัสเพื่อให้เค้ารู้ว่าฉันต้องการอะไร แต่เค้ากลับไม่สนใจฉันเลย บ่นว่าฉันปลุกทำไมแล้วก็กลับไปนอนต่อ พอเค้าทำแบบนั้นฉันเสียความมั่นใจมากเลยล่ะ แต่ก็คิดว่าเค้าคงเหนื่อย ก็เลยทำเป็นลืม ๆ ไปไม่อยากคิดมาก หลังจากนั้นเค้าก็ยังทำแบบเดิมนะ อยากได้ฉันตอนไหนก็ต้องได้ มาหากลางดึกบ้าง ปลุกฉันบ้าง ไม่สนใจว่าฉันจะรู้สึกยังไง ไม่สนใจว่าฉันจะพร้อมรึเปล่า ฉันเลยลองดูอีกครั้ง เรียกเค้ากลางดึกเหมือนที่เค้าชอบทำกับฉัน แล้วก็เหมือนเดิมเค้าไม่สนใจ แถมเค้าหงุดหงิดกว่าเดิมอีก คืนนั้นฉันนอนร้องไห้เลยล่ะ ทั้งอายทั้งเสียใจ ฉันรู้สึกแย่มากจริง ๆ ”

“…”

“พอตอนเช้าเค้าก็ต่อว่าฉัน หาว่าฉันหมกมุ่นถึงได้ไปรบกวนเค้าแบบนั้น หาว่าฉันวัน ๆ คิดแต่เรื่องเซ็กส์ ฉันฟิวส์ขาดเลยตอกกลับไปว่าทีเค้าต้องการฉันเมื่อไหร่ฉันก็ให้ได้ ทำไมพอเป็นความต้องการของฉันเค้ากลับไม่สนใจ เค้าบอกว่าอะไรรู้มั้ย.. เค้าบอกว่าเค้าเป็นผู้ชายมีความต้องการเป็น ‘ปกติ’ เป็น ‘หน้าที่’ ของฉันที่จะต้องตอบสนองเค้า ส่วนฉันเป็นผู้หญิงมาชวนเค้าก่อนแบบนั้นมันไม่สมควร ‘ผู้หญิงดีๆ เค้าไม่ทำกัน’ ฉันเลยบอกไปว่าพูดแบบนี้ได้ไง ผู้หญิงก็เป็นคน มีความต้องการเหมือนกัน เค้าก็ตะโกนใส่ฉันว่าไม่ใช่ ‘ผู้ชายมีความต้องการได้เป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ของผู้หญิงมันผิดธรรมชาติ’ มีแต่ผู้หญิงร่าน ๆ เท่านั้นที่จะร้องขอเซ็กส์จากผู้ชาย ฉันมันผู้หญิงหน้าไม่อาย ฉันฟังแล้วสตั๊นไปเลยล่ะ ไม่เคยคิดว่าคนที่ฉันคบด้วยจะมีตรรกะทุเรศขนาดนี้”

“โห เป็นพี่คงตบมันแล้วล่ะ”

“ตอนนั้นฉันช็อคอยู่น่ะพี่ แล้วเค้าก็ยังต่อว่าฉันอีกหลายอย่าง ซึ่งฟังแล้วเหมือนฉันกับเค้าอยู่คนละโลก ฉันบอกเลิกเค้า ฉันรับไม่ได้ เค้าพูดเหมือนฉันไม่ใช่คน ที่ผ่านมาฉันยอมเค้าเพราะว่าชอบเค้า แต่เค้ากลับคิดว่าฉันเป็นแค่ที่รองรับอารมณ์ ทุเรศสิ้นดี”

“แล้วเค้าทำไงต่อ เค้ายอมเลิกเหรอคะ”

“ไม่ยอม แถมยังไม่เข้าใจด้วยว่าตัวเองผิดตรงไหน มั่นใจว่าที่คิดเอาไว้น่ะถูกแล้ว เค้าขู่ฉันว่าถ้าฉันเลิกกับเค้า เค้าจะไปโพนทะนาว่าได้ฉันแล้ว ฉันก็เลยขู่เค้ากลับไปว่า ผู้หญิงร่าน ๆ อย่างฉันน่ะ ไม่สนใจเรื่องแค่นั้นหรอกลืมแล้วหรือไงว่าฉันมันหน้าไม่อาย ถ้าเค้าทำแบบนั้นฉันจะไปพูดให้ทั่วว่าน้องชายเค้าเล็กจิ๋ว แล้วเค้าก็เป็นผู้ชายที่ลีลาห่วยที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมา พูดแค่นั้นแหละ เค้าก็หายหน้าหายตาไปเลย”

“สมน้ำหน้า ต้องโดนซะบ้าง”

“อือ แต่สิ่งที่เค้าทำน่ะ มันทำให้ฉันหลอน.. อย่าว่าแต่สะกิดกลางดึกเลย มันกลายเป็นว่าฉันไม่กล้าเป็นฝ่ายเริ่มกับผู้ชายคนไหนเลยหลังจากนั้น ไม่ค่อยอยากนอนกับใครด้วย จะพูดว่ายังไงดีล่ะ.. นอนกับพวกเค้าฉันเหมือนนอนเพราะเป็นหน้าที่น่ะ ฉันไม่ค่อยมีความสุขหรอก พวกเค้าไม่ค่อยเรียนรู้ภาษากายของฉันเท่าไหร่ ไม่ถามด้วยว่าฉันชอบอะไรไม่ชอบอะไร คิดว่าทำแบบหนังที่เคยดูมาแล้วฉันจะเสร็จ ซึ่งนั่นมันคิดไปเองทั้งนั้น คนแต่ละคนก็มีความชอบเป็นของตัวเอง พวกเค้ายังชอบไม่เหมือนกันเลย แล้วผู้หญิงจะไปชอบเหมือน ๆ กันทุกคนได้ยังไงกัน”

อึนบีคงอัดอั้นมากเลย.. เธอไม่เคยรู้ว่าผู้หญิงที่คบกับผู้ชายน่ะ เค้ามีเรื่องทุกข์ใจทำนองนี้ มีความต้องการก่อนก็ไม่ได้ เริ่มก่อนก็ไม่ได้ ไม่ได้มีความสุขกับเซ็กส์ แต่ก็ต้องทนเอาใจแฟน ลำบากเหมือนกันนะเนี่ย

“แล้วถึงฉันจะรู้อยู่เต็มอกว่าที่เค้าพูดมาว่าผู้หญิงไม่ควรมีความต้องการ มันถูกพูดผ่านตรรกะที่ป่วยเกินเยียวยา แต่ลึก ๆ ฉันก็เจ็บ.. ฉันไม่อยากเจอเรื่องแบบนั้นอีก ก็เลยไม่กล้าบอกความต้องการของตัวเองไป พอฉันมาคบกับพี่ พี่ไม่ใช่ผู้ชาย ฉันก็สบายใจไปอย่างว่าพี่คงไม่ถือถ้าฉันจะเริ่มก่อน แต่จะให้เรียกพี่ตอนพี่หลับไปแล้วน่ะ ฉันก็ไม่กล้าหรอก.. ขอโทษนะพี่ ที่ทำให้พี่เข้าใจผิด ฉันต้องการพี่.. ยิ่งพอเป็นพี่ฉันก็ยิ่งกลัว.. ฉันรักพี่มากกว่าใครที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตฉัน ฉันไม่อยากให้พี่เบื่อ ไม่อยากให้รำคาญ ถ้าพี่ทำกับฉันเหมือนที่ฉันเคยเจอมา ฉันไม่กล้าคิดเลยว่าตัวเองจะรู้สึกแย่แค่ไหน”

กาอึนกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น อึนบีของเธอก็เคยเจอเรื่องแย่ ๆ มาเหมือนกัน เธอสัญญากับอึนบีไว้ว่าจะไม่โกรธ แต่พอฟังแล้วก็โกรธขึ้นมา.. เธอโกรธผู้ชายทุเรศคนนั้นที่มาทำให้อึนบีเสียใจ ถ้าเค้าคิดแบบนั้น เค้าก็ไม่คู่ควรกับใครคนไหนเลยบนโลกนี้ มีความคิดเห็นแก่ตัวขนาดนั้นได้ยังไง คิดถึงแต่ความต้องการของตัวเองได้ยังไง เธอไม่เข้าใจเลย

“อึนบีอา พี่ไม่ตัดสินอึนบีด้วยตรรกะป่วย ๆ แบบนั้นหรอกนะคะ ความต้องการของอึนบีพี่จะรับไว้ พี่เต็มใจจะทำ อย่ากลัวที่จะเรียกหาพี่เลยนะคะ”

“จริงนะ”

“จริงสิคะ”

“แล้วถ้าฉันเรียกหาพี่ทุกวันล่ะ”

“โอ้โห เอางั้นเลยเหรอ”

“ไหนพี่บอกว่าเรียกได้ไง”

“ฮ่า ๆ ๆ ก็เรียกได้ค่ะ แต่ถ้าพี่ไม่ไหวพี่ก็จะไม่พูดจาร้าย ๆ ใส่อึนบีหรอก พี่จะขอติดไว้วันพรุ่งนี้แทนนะคะ แบบนี้โอเคมั้ย”

“อือ”

เธอยิ้มตอนอึนบีจูบที่แก้มเธอเบา ๆ อึนบีชอบทำแบบนี้เวลาเธอทำอะไรให้ แล้วเจ้าตัวพอใจ

“คราวนี้ก็นอนได้แล้วล่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นไม่ไหว ไว้ถ้าพรุ่งนี้อยากสะกิดพี่ใหม่ค่อยว่ากันนะ ตอนนี้พี่ว่าพี่ไม่ไหวแล้วค่ะ”

เธอจูบหน้าผากน้องแล้วบอกให้น้องนอนหลับฝันดี อึนบีหลับไปได้อย่างรวดเร็ว แต่เธอกลับมีเรื่องให้คิด เรื่องที่อึนบีเล่ามาก็เรื่องนึง เธอเองก็เคยเจอผู้หญิงที่ตัวเองเสร็จแล้วก็แล้วกันมาไม่น้อย มันเป็นเรื่องน่าหงุดหงิด แต่เธอก็ไม่เคยเจอใครต่อว่าเหมือนที่อึนบีโดนเลย ซึ่งปัญหาเรื่องแบบนี้เธอมั่นใจมากว่าจะไม่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับอึนบีแน่นอน เธอใส่ใจความต้องการของอึนบี อึนบีเองก็ไม่เคยปล่อยให้เธอรู้สึกไม่ดีเลยสักครั้ง เธอเลยคิดอีกเรื่องนึงมากกว่า

คือคิดว่าพรุ่งนี้จะทำอะไรให้อึนบีกินดี.. 

นี่สิปัญหาโลกแตกของจริง คุณแม่คุณเมียทุกบ้านต้องเจอ ยิ่งถ้าคนกินตอบมาว่าอะไรก็ได้นะ ยิ่งยากไปใหญ่ กิมจิจอนดีมั้ย ไข่ตุ๋น หรือว่าข้าวผัด คิดไม่ออกอะ.. ทำไมเธอไม่ถามอึนบีตั้งแต่เมื่อกี้นะ.. แต่ช่างเถอะเธอง่วงแล้ว พรุ่งนี้ค่อยคิดละกัน!




TBC




สุขสันต์วันสตรีสากลนะคะ 
งงล่ะสิ 5555555 8 มี.ค. ของทุกปีเป็นวันสตรีสากลนะคะ ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร เป็นคนเพศไหนเรามาปฏิบัติต่อกันด้วยความเสมอภาคกันเถอะนะคะ


อำนาจที่ไม่เท่าเทียมนี่มันส่งผลต่อความรุนแรงในเชิงโครงสร้างของระบบสังคมที่โน้มเอียงไปทางให้ค่าความเป็นชายมากกว่า ทำให้ผู้หญิงถูกกดทับในหลาย ๆ มิติ ในขณะที่ผู้หญิงถูกห้ามโน่นห้ามนี่ ผู้ชายเองก็ถูกคาดหวังให้ต้องเก่งเรื่องโน้นเรื่องนี้ตลอดเวลาแต่ความคาดหวังที่สังคมนิยมชายอยากให้ผู้ชายทำอะไร ก็ยังต่ำกว่าความคาดหวังที่จะให้ผู้หญิงไม่ทำอยู่ดี เช่น ผู้ชายต้องเป็นผู้นำ ผู้หญิงห้ามนำต้องเป็นผู้ตาม ผู้หญิงต้องรักนวลสงวนตัว แต่ผู้ชายต้องมีประสบการณ์ ผู้หญิงห้ามแสดงออกว่ามีความต้องการ แต่ผู้ชายแสดงออกได้อย่างอิสระ ผู้หญิงห้ามเก่งเรื่องเพศ แต่ผู้ชายต้องเก่งเรื่องเพศ ความไม่สมดุลกันนี้เองจะก่อให้เกิดความรุนแรงตามมาไม่ว่าทางใดก็ทางก็ทางหนึ่ง

งงเหรอคะ?

ไม่งงหรอกค่ะ คุณถูกเลคเชอร์ Gender 101ตั้งแต่กดเข้ามาอ่านเรื่องนี้แล้วละค่ะ 5555 เดี๋ยวก็เข้าใจไปเอง เป็นเรื่องใกล้ ๆ ตัวทั้งนั้นแหละค่ะ :))



อีคนเขียนพูดอะไรงง ๆ อีกแล้ว ใช่มั้ยคะ 


งั้นเรามากรีดร้องผัวน้องมิ้นกันเถอะค่ะ ยูจินไม่เอาฉันเอา!! ผัวน้องมิ้น ผัวไฟแรง ผัวใจดี ผัวขี้เล่น ผัวนิสัยรวย ฮืออออออ



ขอบคุณทุก 🧡 ทุกคอมเมนต์ด้วยนะคะ อ่านแล้วคิดยังไงบอกกันได้ค่ะ ไม่ต้องเขินอาย :))
เราได้อ่านที่คุณเขียนถึงแล้วนะคะขอบคุณมากค่ะ



หรือถ้าอยากมาคุยกันก็มาได้ค่ะที่

@705NCS

#กาอึนบีเชิ้ตสีขาว




ขอบคุณที่ติดตาม ❤️

แล้วพบกับใหม่ตอนหน้าค่ะ💋



ป.ล. อย่าลืมบอกแม่นะคะว่าอยากกินอะไร แม่เราบอกตลอดเลยว่าคำว่าอะไรก็ได้ แม่ฟังแล้วปวดหัว แม่เค้าคิดทุกวันมันหมดมุกแล้วค่ะ ช่วย ๆ กันนะคะ 5555555555






SHARE
Written in this book
White Shirt
แพนเค้กก็อร่อยดี แต่อึนบีอร่อยกว่านะ
Writer
NCS
Storyteller
วิชาการบางวัน ที่เหลือนั้นขี้ชิป #กาอึนบีเชิ้ตสีขาว

Comments

iiwakemaebe
4 months ago
อ่าา เจ้าเยนารู้ใจตัวเองเพิ่มขึ้นนิดนึงแล้วเนอะ สู้ๆนะเจ้าลูกเจี๊ยบ🐥 แต่ยูจินมินจู เกือบไปแล้ววววววว แฮ่! ทำไมคะน้องยูจิน ผัวพี่มิ้นมันไม่ดีตรงไหน ดูสิ สถานการณ์แย่ๆพี่เขายังตลกออกมาได้เลย คนอะไรอบอุ่นยังกับพระอาทิตย์☀️ งื้อออ แต่เจ้ายูจินนี่รีกเยนามากเลยนะ ดูออกกกกก

คู่กาอึนบี อ่าาา สงสารพี่อึนบี ผู้ชายตรรกะแบบนั้นแม่งแย่ที่สุดเลย เกลียดความไม่เท่าเทียมกดขี่แบบนี้ที่สุด ความคิดแย่มาก แย่มากๆ โดนสอนมายังไงนะถึงได้มีความคิดแบบนั้น ถ้าเราเจอแบบพี่อึนบีคงรู้สึกแย่มากก และก็จริงของพี่กาอึนคือ ถ้าเจอแบบนั้นเราคงตบแหละ พูดจาน่าเกลียดมาก 555555 ค่อนข้างจะอินกับพวกแบบนี้ แต่โชคดีที่ชีวิตจริงยังไม่เคยโดน หรือไม่ก็อาจจะไม่มีคนกล้าเพราะเราคงร้ายกลับ (อินกับคลาสนี้เกินไปแน้วว 😁) แต่ก็จริงจังนี่คะ ความเป็นคนควรเท่าเทียมกันไม่ว่าเพศไหน😉 ก็จริงที่ว่าหลายคนเอาแต่ความต้องการของตัวเองเป็นใหญ่ ไม่ดีเลยนะ ไม่ดีกับความสัมพันธ์เลยแหะ แต่กาอึนบีคือดีมากกกก เขารักกันเข้าใจกันใส่ใจกันดีมากเลยอ่ะแม่~~~ รักกันจนน่าอิจฉาาาา

ตอนเจ้าเยนส่งข้อความมาว่า ยุจูนอยู่กับใคร นี่รู้เลยนะฮะ เพื่อนไม่จริง 😬
Reply
CYNbestthing
4 months ago
สักทีนะเยนา พี่ขอร้องล่ะสักที รีบรู้ใจตัวเองเร็ว ถ้าเยนาทักมาช้ากว่านี้นะ..... หื้อไม่อยากจะคิดเลยค่ะ55555555
Reply
benabo
4 months ago
ทำไมคุณไรท์เตอร์ทำให้เราประทับใจคุณมากขึ้นเรื่อยๆทุกตอนเลยล่ะคะ สิ่งที่คุณไรท์เตอร์เขียนมามันสวยงามมากเลยค่ะ แถมแอบให้อะไรกลับมาด้วย เหมือนได้เรียนรู้ชีวิตไปพร้อมๆกับตัวละครทุกตัวในเรื่องเลยค่ะ ประทับใจจัง ☺️ คู่กาอึนบีแทบไม่มีอะไรต้องห่วงแล้วนะเนี่ย แค่ได้เห็นเค้าค่อยๆดูแลกัน เรียนรู้กัน เราก็ยิ้มแล้วค่ะ โอ้ย พูดเหมือนเห็นลูกหลานออกเรือน 555555 แถมได้รู้ปัญหาชีวิตที่เป็นปัญหาชีวิตจริงๆด้วยค่ะ นี่มันเคสตัวอย่างเลยนะเนี่ย! 🤔 อย่างอ่าน อย่างเห็นเค้าดูแลกันแบบนี้ไปเรื่อย //สนใจเขียนถึงตอนที่ร้อยมั้ยคะไรท์ 😂 ล้อเล่นค่ะ ส่วนคู่เด็กๆ เราแค่หวังว่าน้องเยนจะยอมรับตัวเองได้ซักทีนะคะ มาขนาดนี้แล้ว ถ้าพลาดกันไปคนที่เจ็บปวดที่สุดก็คงไม่พ้นทั้งคู่อยู่ดี 😢 ก่อนที่น้องยุจเค้าจะถอดใจไปจริงๆ ต้องทำอะไรได้แล้วนะ!!!! เจ้าเยนน //ตื่นเต้นทุกครั้งที่เห็นโนติเรื่องนี้เด้งค่ะ เราคอยติดตามอยู่ตลอด เป็นกำลังใจให้คุณไรท์เตอร์ค่า ❤️
Reply
Pvmn
4 months ago
พิมิ้นเจษแงงงงง ทำไมดีขนาดนี้ อยากรุ้ว่ามินจูคิดอะไรอยู่รู้สึกยังไง คนเราถ้าไม่รู้สึกอะไรสักนิดคงทำแบบนี้ไม่ได้รึเปล่า ยูจินเทอจะเก็บไว้ทั้งสองคนไม่ได้ (แบ่งมาบ้าง) 
//สงสารอึนบีทำไมเจอผชที่ไม่ดีตรรกะแย่มาก คือเข้าใจเลยว่าเคยเจออะไรมาแบบนั้นพอเป็นคนนี้ที่ดีมากๆก็ยิ่งแคร์มากแต่สิ่งที่เคยโดนมันหลอกหลอน 
//เห็นไรท์ลงนานแล้วแต่เพิ่งรอดจากโปรเจคมาอ่าน สู้ๆนะคะ
Reply
withmoonx
3 months ago
ตอนแรกมาเจอตอนที่ 31 ก่อนก็อ่าน ก็คิดไว้แล้วว่าจะไม่กลับไปติดฟิค แต่นี่ไรท์ทำเราติดงอมแงมเลยฮือ ไปตามอ่านตั้งแต่แรก แล้วก็ต้องอ่านวันละสองตอนด้วย กลัวจบก่อน ชอบทัศนคติของไรท์ในหลายๆเรื่องมากๆ นี่เราอ่านมาจนถึงตอนล่าสุดแล้ว อยากให้ไรท์กลับมาต่อไวๆนะ ถ้ากำลังเจอเรื่องเครียดก็ขอให้ผ่านมันไปได้นะคะ แล้วกลับมาปั่นฟิคที่ดีมีคุณภาพแบบนี้ให้เราต่อ ! รักเรือน้อยๆกาอึนบีที่สุดในโลก 💗
Reply