ARITA : เมื่อความไร้เดียงสาของชีวิตได้หายไป

                       ######
"ฉันจำไม่ได้ว่า “อาริตะ” ปรากฏกายขึ้นครั้งแรกเมื่อใด....แต่มันคงหลายปีมาแล้ว"

....เรื่องมีอยู่ว่า ฉันเองก็ไม่เคยนึกสงสัยถึงการมีอยู่ของมัน.แม้ว่าฉันมีอายุมากพอจะทราบว่าซานตาครอสไม่มีอยู่จริง

พ่อของฉันทำธุรกิจอะไหล่รถยนต์ พ่อเคยบอกฉันครั้งหนึ่งว่า เคยฝันอยากเป็นจิตกรเมื่อครั้งยังเด็ก นั่นจึงอธิบายได้ว่าทำไมฉันมีพรสวรรค์ด้านนี้

...มันเป็นความผูกพันกับการขีดเขียนของตัวเองตั้งแต่ยังเป็นเด็กหญิงตัวจ้อย

แน่นอน...ฉันยังเก็บภาพเขียนสมัยเด็กไว้อยู่ แท้จริงแล้วมันไม่มีอะไรมากกว่าลายเส้นขยุกขยิก
เหมือนๆ กับเด็กแบเบาะวาด แต่พวกผู้ใหญ่ต่างบอกฉันว่านี่ไม่ใช่ผลลานที่ฉันวาด...เพราะมันดีเกินกว่าจะเป็นผลงานของเด็ก

หลายปีต่อมาแววศิลปินของฉันก็เริ่มฉายแวว และด้วยการดูแลของพ่อ แววศิลปินของฉันเริ่มจรัสแสง ฉันชนะรางวัลตั้งแต่เรียนเกรด 3 แต่อาริตะ ก็ยังปรากฏในทุกสิ่งที่ฉันวาด

ช่วงเวลานี้ อาริตะ เหมือนจะเป็นภาพวาดน่าเกลียดสำหรับเด็กวัยนี้...ฉันยังเคยวาดรูปการ์ตูนที่ฉันจินตนาการขึ้นมาเอง และ อาริตะ ก็ยังคงปรากฏในทุกภาพ

และมันยังปรากฏในกระดาษทุกแผ่นรอบตัวฉัน สมุดวิชาภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา มันปรากฏในสมุดจดงานที่ฉันใช้ในโรงเรียน


แม้ดูเหมือนว่าประหลาด แต่ อาริตะ กลายเป็นสิ่งปรกติสำหรับฉัน

ฉันเคยคิดว่าทุกคนต่างมี อาริตะเป็นของตัวเอง

แต่ดูเหมือนว่าไม่มีใครจะคิดเช่นนั้น
ฉันหมายความว่าหากจะมีใครคิดจริงจัง...อย่างน้อยผู้คนมักยกหัวข้อเรื่องบางเรื่องมาพูดในช่วงเวลาเดียวกัน แต่ฉันไม่เคยได้ยินใครพูดถึงเกี่ยวกับมัน

วันหนึ่งฉันเป็นหวัดและขาดเรียนไปหนึ่งอาทิตย์ นาโอมิเพื่อนฉันมาเยี่ยม และโชว์สมุดจดงานที่เธอทำในชั้นเรียนฉันไม่เชื่อตาตัวเอง “ไม่มีอาริตะสักตัวเดียว” ในสมุดจดของเธอ

ฉันไม่สามารถเก็บความสงสัยไว้ในใจ ฉันเลยถามเธอ...ทำไมไม่มีอาริตะในสมุดจดของเธอ
เธอมองฉันอย่างงงๆ และเอ่ยปากถามว่า อาริตะคืออะไร

...ฉันบอกกับตัวเอง “ฉันเดาว่าบางคนอาจไม่มีอาริตะ ในชีวิตของพวกเขา”

วันหนึ่งขณะเรียนพละศึกษา ขณะที่ทุกคนกำลังวิ่งเล่นที่สนาม ฉันค้นสมุดของเด็กคนอื่นๆ และก็รู้ความจริงว่า ไม่พบอาริตะในสมุดจดของคนอื่น ยกเว้นแต่ของฉัน


อาริตะมีชีวิตเป็นของมันเอง

อาริตะที่เธอรู้จักในหนึ่งวินาที

ไม่ใช่ อาริตะเดียวกับตัวที่พบในอีกวินาทีถัดมา

ฉันไม่ทราบว่า อาริตะ ปรากฏบนกระดาษได้อย่างไร


...มันอาจแค่ปรากฏกายจากความหมองเศร้า

ไม่สำคัญว่าฉันมองใกล้เพียงใด อาริตะ มักปรากฏก่อนที่ฉันรู้ว่ามันจะมาถึง


...ถึงอย่างไร อาริตะก็ไม่เคยทำอันตรายใดๆ


ปัญหาอย่างเดียวคือมันปรากฏในทุกแห่ง

มันเคยปรากฏกายแม้กระทั่งบนกระดาษข้อสอบของฉัน
ฉันไม่สามารถลบมันด้วยยางลบ

ฉันจึงไม่มีทางเลือกที่จะต้องส่งกระดาษคำตอบ ที่เต็มไปด้วยอาริตะ หยอกล้อรอบตัวฉัน...แต่ว่าคุณครูไม่เคยดุด่าฉันเกี่ยวกับมันเลย

ดังนั้นจึงเป็นความจริงที่ว่า ฉันมีชีวิตอยู่กับอาริตะ ใน 22 ปีที่ผ่านมาได้อย่างไร

อาริตะกลายเป็นความลับที่ฉันต้องเก็บรักษาไว้อย่างดี ไม่กล้าแม้กระทั่งจะบอกคนอื่นทราบ

.....................

จนฉันเริ่มออกเดทกับใครคนหนึ่ง

ทำให้ฉันตัดสินใจให้เขาล่วงรู้ความลับของฉัน

แต่อาริตะก็ไม่เคยปรากฏกายให้เขาเห็น ฉันเองก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพื่ออธิบายตัวเองให้กับเขา

เป็นครั้งแรกในรอบ 22 ปีที่ เกิดคำถามในใจฉันว่า “อาริตะ” คืออะไร

ทำไมถึงเรียกมันว่าอาริตะ มันได้ชื่อนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่คำตอบเหล่านี้ก็ยังหาคำตอบไม่ได้ อาริตะก็ยังคงซ่อนตัวเป็นความลับดำมืด

อย่างน้อยฉันอยากรู้ว่า อาริตะมีชีวิตจริงๆ หรือไม่ จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อฉันเผามัน!


แต่แล้วฉันก็พบว่า มันวิ่งพล่านไปทั่วกระดาษอย่างทุรนทุราย จนแอบเข้าไปอยู่ในหนังสือเล่มหนึ่ง และเปลี่ยนรูปแบบไป

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน อาริตะยังคงซ่อนตัวอย่างเงียบๆ อยู่ในหน้า 50 หรือว่ามันอาจตายแล้ว

....นี่ฉันได้ฆ่าสิ่งที่น่าสงสารลงไปแล้วหรือ...ฉันทำอะไรลงไปเนี่ย....ตัวฉันขณะนี้ฉันรู้สึกว่างเปล่าราวกับว่าวิญญาณได้ละทิ้งร่างไปแล้ว

ไม่มีใครรู้ว่าจิตวิญญาณมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร มันอาจเป็นไปไม่ได้ที่ล่วงรู้ถึงจิตวิญญาณของตัวเอง แม้ว่ามันได้ปรากฏต่อหน้าคุณ

...อาจบางทีกระมัง อาริตะคือจิตวิญญาณของฉัน บางทีจิตวิญญาณของฉันอาจถูกแผดเผาเหลือเพียงเถ้าถ่านเมื่อฉันเริ่มแผดเผามันในวันนั้น

...อาจเพราะแฟนฉันทิ้งโดยไม่บอกล่วงหน้ากระมัง ตอนนั้นฉันอยู่ในภาวะสับสนไร้จิตวิญญาณ


จู่ๆวันหนึ่งอาริตะกลับมามีชีวิตอีกครั้ง แต่อาริตะตัวใหม่ไม่เหมือนกับอาริตะตัวก่อนหน้านี้

ฉันวาดอาริตะตัวหนึ่ง และนำไปวางคู่กับตัวที่หยุดนิ่ง แต่มันไม่เกิดแม้ความเคลื่อนไหว


ฉันแบ่งอาริตะออกเป็นสองส่วน เพื่อให้มันง่ายต่อการเข้าไป แต่มันก็ยังคงสงบนิ่งไม่ไหวติง มันไม่อึกทึกเหมือนเดิมให้วุ่นวาย

...อาริตะตายแล้วจริงๆ เหรอ มันอาจเป็นจิตวิญญาณของฉันได้หรือไม่... แล้วฉันจะมีชีวิตอยู่อย่างไรโดยปราศจากจิตวิญญาณ



ฉันกลัว

...กลัวแม้กระทั่งจะเขียนสิ่งอื่นใด
...กลัวแม้กระทั่งจะจับปากกา

ฉันเลยตัดสินใจเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา นั่นคือวิธีที่ฉันจะทำให้คุณได้รู้จักอาริตะที่ฉันได้สัมผัสมาเกือบทั้งชีวิต และที่สุดแล้วฉันคิดว่า อาริตะน่าจะมีความหมายคือสิ่งที่เราด้วยรักความบริสุทธิ์ใจ

ซึ่งอาริตะจะค่อยๆ หายไปเมื่อเราเติบโต หรืออาจถูกทำลายลงอย่างรวดเร็วหากมีสิ่งหนึ่งมากระทบต่อจิตใจ

...สำหรับฉัน...ฉันคิดว่า อาริตะ อาจจะคล้ายๆ กับ....

“จิตวิญญาณ หรือ ความไร้เดียงสาของเรา”


...ที่เรามองไม่เห็นการมีอยู่ของมัน

คล้ายๆ กับที่เราลืมนึกไปว่าเรากำลังหายใจ


แล้วคุณล่ะ...คิดว่าแท้จริงแล้วอาริตะหมายถึงอะไร?

.............................................................

“มีกี่ครั้งที่เราเห็นตุ๊กตามอมแมม หรือหุ่นยนต์ตัวเก่า สภาพไม่สมประกอบถูกทิ้งไว้ในลังกระดาษเต็มไปด้วยของเล่นเก่า...ว่า “ไร้สาระ” ทั้งที่ครั้งหนึ่งนี่คือสิ่งมีค่าสำหรับเด็กตัวเล็กๆ อย่างพวกเรา”

เราอาจไม่รู้ว่า “ความไร้เดียงสาในวัยเยาว์นั้นหายไปเมื่อไหร่” เพราะนี่คือความเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป คล้ายๆ กับที่เราหลงลืมไปว่า “การที่เรากำลังหายใจนั้นคือการที่เรากำลังมีชีวิตอยู่”

...แต่ขณะเดียวกันก็มีเด็กน้อยอีกจำนวนมากที่รู้ว่าความไร้เดียงสาสูญสลายไป เมื่อชีวิตถูกกระทบด้วยบางเรื่องราวอย่างรุนแรง

ใน STAND BY ME ภาพยนตร์เรื่องโปรดของใครหลายๆ คน จากฝีมือการกำกับของ ร๊อบ ไรเนอร์ ...ความไร้เดียงสาของกลุ่มเด็กๆ วัยมัธยมต้นซึ่งออกตามหาศพของหนุ่มคนหนึ่งริมทางรถไฟในป่า ได้สูญสลายเมื่อพวกเขารู้ว่า “ความตายนั้นใม่ใช่เรื่องสนุก” และ “ไม่ใช่เรื่องตื่นเต้นสำหรับผจญภัย” สิ่งเข้ามาแทนที่คือ “มุมมองที่เรียนรู้โลกมากขึ้น” อันเป็นจุดสิ้นสุดความบริสุทธิ์เชิงจิตวิญญาณของวัยเยาว์

“อาริตะ” ก็เช่นกัน...แม้สิ่งมีชีวิตประหลาดในจินตนาการ ที่ปรากฏบนหน้ากระดาษของสาวน้อย จะไม่มีใครเข้าใจและมองเห็น เธอยังคงเชื่อถึงการมีอาริตะเสมอมา

แต่แล้ววันหนึ่งเมื่อเธอเติบโตเข้าสู่วัยสาว “การอกหัก” จากหนุ่มซึ่งเป็นรักแรกได้เกิดขึ้น สายตาที่เธอมองโลกในแง่ดีมาโดยตลอดได้เปลี่ยนไป ในทางกายภาพอาจหมายถึงความบริสุทธิ์ได้ถูกทำลายไปจากการที่เธอมอบให้คนรัก

...หญิงสาวอยู่ในความมืดหม่นของความรัก ได้จุดไฟเผากระดาษเพื่อให้รู้ว่าอาริตะคืออะไร จึงสะท้อนว่าความไร้เดียงสาได้ถูกทำลายลงไปอย่างไม่มีทางหวนคืน

........................................................................................................................

ARITA คือ หนึ่งในสั้นชุด JAM FILM : 1 ซึ่งรวมผลงานภาพยนตร์สั้น 7 เรื่อง จากผลงานการกำกับของ 7 ผู้กำกับรุ่นใหม่ไฟแรงของญี่ปุ่น ถ่ายทำในปี 2001 และออกฉายประมาณปลายปี 2002 นอกจากนี้ยังมี JAM FILM ที่สร้างต่อมาอีก 2 โครงการ ได้แก่ JAM FILM : 2 และ JAM FILMS ซึ่งได้สร้างกระแสความนิยมเช่นเดิม

สำหรับเรื่องราวทั้ง 7 ใน JAM FILM :1 ได้แก่
1. MESSENGER : REQUIEM FOR THE DEAD ผลงานของผู้กำกับสุดเพี้ยน KITAMURA RYUHIE ผู้สร้างผลงานกระฉ่อนจาก “AZUMI” และ “VERSUS" เป็นเรื่องของ ผู้ส่งสารสาวลึกลับเดินทางมาส่งข้อมูลให้กับชายหนุ่มหัวหน้าแก๊งค์อาชญากรรมว่า “เขาจะต้องตาย!”

2. KENDAMA กำกับโดย SHINOHARA TETSUO เมื่อภรรยากำลังจะทำแฮมเบอร์เกอร์ จึงวานสามีไปซื้อหอมหัวใหญ่ แต่คุณสามีดันไปเดินชนหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งถือถุงกระดาษแบบเดียวกัน เมื่อกลับถึงบ้านจึงเปิดดูก็พบว่ามันคือของเล่นญี่ปุ่นที่ชื่อ “คันดาเมะ” (けん玉) ทำด้วยไม้มีด้ามคล้ายค้อนยื่นออกมาจากแท่งที่อยู่ตรงปลายสองด้านโดยโยงเชือกติดตุ้มไม้ทรงกลม...ทั้งสองทะเลาะกันจนบ้านแทบแตก แต่แล้วในลูกกลมๆ นั้นกลับซ่อนรางวัล “ตั๋วเครื่องบินไปออสเตรเลีย” ไว้ข้างใน!

3. COLD SLEEP กำกับโดย GEORGE IIDA เมื่อชายหนุ่มตื่นขึ้นมาจากเครื่อง COLD SLEEP แต่กลับพบว่าตนเองอยู่ในโรงเรียนประถมแห่งหนึ่ง ซึ่งผู้คนรอบข้างต่างเป็นคนปัญญาอ่อน จนได้มาพบผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งซึ่งเธอบอกกับเขาว่า “ที่นี่ไม่ใช่โลกมนุษย์”

4. PANDORA – HONG KONG LEG กำกับโดย MOCHIZUKI ROKURO เป็นเรื่องแปลกๆ พิลึกๆ ของสาวสาวซึ่งเผชิญกับโรค “ฮ่องกง ฟูต” จนเธอต้องรักษากับซินแสท่านหนึ่ง ด้วยวิธี “เลียเท้า”

5. HIJIKI กำกับโดย SUTSUMI YUKIHIKO...เป็นโชคร้ายของโจรกระจอกที่จับครอบครัวหนึ่งเป็นตัวประกัน ทว่าการพูดคุยกับสมาชิกในครอบครัว กลับทำให้เขาเปลี่ยนใจคิดมอบตัว แต่แล้วเหตุการณ์ร้ายที่ไม่มีใครคาดฝันก็เกิดขึ้น!

6. JUSTICE กำกับโดย YUKISADA ISAO หนังสั้นทะลึ่งๆ เมื่อชั่วโมงเรียนวิชาภาษาอังกฤษอันน่าเบื่อหน่ายโดยอาจารย์ชาวตะวันตก ทำให้นักเรียนหนุ่มคนหนึ่งหาอะไรทำแก้เซ็ง ด้วยการ “จดแต้ม” กลุ่มนักเรียนหญิงเรียนวิชาพละกลางสนามด้วยการโดดรั้ว ซึ่งพวกเธอจะต้องดึงขอบข้างกางเกงวอร์มตัวสั้นให้กระชับ จนนักเรียนหนุ่มเผลอโดนอาจารย์ฝรั่งจับได้!

7. ARITA จาก “ผู้กำกับหนังเหงา” SHUNJI IWAI นำเสนอประเด็นของสิ่งมีชีวิตเล็กๆ แสนมหัศจรรย์ แทน “ความไร้เดียงสา และความบริสุทธิ์ของวัยเยาว์” นำแสดงโดยนักแสดงสาวแสนน่ารัก “เรียวโกะ ฮิโรสุเอะ”

.........................................................................................................................

ที่สุด ภาพยนตร์สั้นเรื่อง อาริตะ ได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจ เพื่อเขียนงานคารวะ แด่ “ชุนจิ อิวาอิ” หรือที่คนทำงานด้านภาพยนตร์เรียกว่า “การบูชาครู”
และผู้เขียนเชื่อว่า “คนทุกคนล้วนมีอาริตะที่ต่างกัน”

...แม้วันนี้ “อาริตะ” ของหญิงสาวอาจจะไม่กลับคืน เหมือน ผู้คนบนโลกใบนี้ต่างสูญเสียความไร้เดียงสาให้กับ “การเติบโต” ตามระยะเวลาของชีวิต แต่สิ่งหนึ่งที่เธอและทุกคนได้กลับมา นั่นก็คือ “การได้เข้าใจในชีวิตมากขึ้น” เพื่อที่จะได้ก้าวต่อไปอย่างมั่นคง
SHARE
Writer
Kissda
writer
writer

Comments