ปลาทอง (2)

ฉันไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่ากลับมาถึงห้องตอนไหน เหงื่อเย็นๆไหลท่วมเต็มตัว รู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ทันจนต้องสูดอากาศเข้าไปทางปาก

อรุณ...ใครคืออรุณ

อีกครั้งที่ฉันนั่งจ้องรูปถ่ายใบนั้นแม้จะรู้ดีว่าไม่หลงเหลือความทรงจำใดๆเกี่ยวกับเธอเลยแต่ฉันก็ยังภาวนาอย่างลมๆแล้งๆ

"มันต้องมี...มันต้องมีสิ"

ฉันบ่นพึมพำ รื้อทุกสิ่งทุกอย่างออกมาแผ่หราตรงหน้า ในใจมีแต่คำถามมากมายที่หาคำตอบไม่เจอ ทว่าอีกใจหนึ่งก็นึกกลัว...บางทีมันอาจจะมีเหตุผลที่ทำให้ฉันลืมเธอก็ได้

และแล้วกล่องสีแดงกล่องหนึ่งก็ทำให้ฉันหยุดชะงัก นิ่งงันเป็นก้อนหิน สีแดงของมันกำลังแผดเสียงร้องเตือนอะไรบางอย่าง กล่องนั้นถูกปิดผนึกอย่างดี มีป้ายกระดาษติดไว้ว่า

ห้ามเปิด
ลายมือแบบนั้นฉันจำได้ว่าเป็นลายมือของฉันเอง ฉันเผลอขมวดคิ้ว ทำไมกัน? มันคืออะไรกันแน่?

"โถ่ว้อย ช่างแม่ง"

แววตาของเธอคนนั้นในห้วงความคิดตัดความลังเลจนสะบั้น ฉันต้องรู้...ยังไงฉันก็ต้องรู้ว่าเธอเป็นใคร

สิ่งแรกที่ฉันเจอในกล่องคือกองรูปถ่ายมากมาย บางรูปขาดวิ่น บางรูปยับย่น แต่ทุกรูปคือรูปของเธอ...อรุณ

เธอที่กำลังดื่มลาเต้กรีนทีในร้านเดิมที่ฉันไป เธอที่จดจ่อกับหนังสือในมือ เธอที่อยู่ท่ามกลางกลีบดอกไม้ร่วงหล่นโปรยปราย

เธอที่อยู่ข้างฉัน...

แต่ฉันในรูปไม่ใช่ฉันในตอนนี้--ผู้หญิงในรูปคนนั้นเป็นเพียงผู้หญิงรูปร่างอวบคนหนึ่ง ใบหน้าปราศจากเครื่องสำอางดูไม่โดดเด่นเอาซะเลย แม้กระทั่งรอยยิ้มก็ดูแข็งเกร็ง 

เมื่อค้นลึกลงไปก็พบกับสมุดบันทึกเล่มหนึ่ง เล่มสีแดง แดงยิ่งกว่ากล่องใบนั้นอีก

.

.

.

14 กุมภาพันธ์ 2552

ฉันไม่เคยเชื่อในรักแรกพบเลย จนกระทั่งได้สบตากับเธอในวันนั้น ผู้คนมากมายกำลังเดินสวนกันไปมา แต่เธอกลับเป็นคนเดียวที่ฉันมองเห็น

ฉันตัดสินใจเดินเข้าไปหาเธอ และได้รู้ว่าเธอชื่ออรุณ...เป็นชื่อที่เหมาะกับเธอจัง


20 พฤษภาคม 2552

เธอกับดอกชมพูพันธุ์ทิพย์คือภาพที่งดงามที่สุดที่ฉันเคยเห็น ฉันตกหลุมรักเธออีกแล้ว ต้องโทษปากเจ้ากรรมที่ตรงกับหัวใจเกินไป ฉันเผลอบอกรักเธอไม่รู้เป็นครั้งที่เท่าไร และก็รู้สึกดีใจที่เธอเองก็พูดคำนั้นกลับมา

ฉันคิดว่าคำว่ารักมันดูมีความหมายเมื่ออีกฝ่ายตอบกลับมาด้วยคำเดียวกันนะ ฉันรักดวงตาคู่นั้นจัง


27 มิถุนายน 2552

รู้ตัวไหมว่าเวลาเธออ่านหนังสือน่ะมันมีเสน่ห์ที่สุดเลย รวมถึงเวลาที่เธอพูดเรื่องอนาคตนั่นด้วย ฉันดีใจนะที่อนาคตของเธอมีฉันอยู่ด้วย แต่ฉันก็กังวลนะ ฉันไม่รู้ว่าคนอย่างฉันดีพอที่จะอยู่กับเธอไหม และอีก 5 ปีถัดไปฉันจะกลายเป็นคนนั้นที่เธอต้องการได้ไหมนะ?


31 ธันวาคม 2552

ไม่อยากเชื่อว่าฉันจะมาที่นี่ บนภูเขา เหนือสุดของประเทศไทย ไม่อยากเชื่อว่าเต่าในกระดองอย่างฉันจะกล้าออกมาเที่ยวไกลจากกรุงเทพขนาดนี้ ทั้งหมดนั้นมันเป็นเพราะเธอเลยนะอรุณ ต้นกำเนิดแห่งความสว่างไสวอย่างเธอจุดประกายฉัน ทำให้ฉันกล้าทำอะไรใหม่ๆที่ไม่เคยลองทำ
คนอย่างเธอน่ะมีเพียงคนเดียวในโลก ส่วนคนอย่างฉันน่ะควานหาที่ไหนก็เจอ บางทีฉันรู้สึกเจ็บปวด เพราะเธอน่ะสว่างไสวเกินไป ความสว่างไสวของเธอทำให้ฉันดูหม่นแสงลงกว่าทุกที

แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ทำให้ฉันรักเธอน้อยลงเลย

.

.

.

สมุดบันทึกเล่มนั้นเต็มแน่นไปด้วยตัวอักษร และทุกตัวอักษรเหล่านั้นล้วนบอกเล่าเรื่องราวของเธอ ราวกับนี่คือนิยายรักที่มีเธอเป็นตัวเอก

ฉันซึมซับเรื่องราวเหล่านั้นอย่างเชื่องช้า และก้าวเดินลงไปในหลุมรักนั่นอีกครั้ง แม้เพียงตัวอักษรเธอก็ยังน่าหลงใหล มันคงดีถ้าหากประโยคจบของเทพนิยายทุกเรื่องนั้นเป็นเรื่องจริง--ไอ้ประโยคที่ว่า 'มีความสุขตลอดกาล' นั่นน่ะ มันคงดีถ้าฉันหยุดเวลาไว้ที่ตรงนั้นได้ตลอดไป

ทว่าตอนนี้เธอไม่ได้อยู่กับฉัน โลกของฉันไม่หลงเหลือร่องรอยของเธออยู่เลยสักนิด นั่นหมายความว่า ตอนจบของนิยายเรื่องนี้คงไม่ได้สวยงามอย่างที่ฉันหวังให้เป็น

.

.

.

23 พฤศจิกายน 2556

ขอโทษนะ ฉันรู้ตัวดีว่าฉันงี่เง่า งี่เง่าอีกแล้ว...
ฉันคิดว่าบางทีความรักที่เราให้กันมันก็สร้างบาดแผลให้กับเราทั้งคู่นะ--อาจเป็นเพราะนิสัยที่ต่างกันเกินไปของเรา มันถึงได้สื่อสารกันไม่เข้าใจซะที เธอมองคำว่ารักแบบหนึ่ง ในขณะที่ฉันมองมันอีกแบบหนึ่ง ลงท้ายก็กลายเป็นว่าต่างคนต่างทำร้ายกันโดยไม่รู้ตัว ฉันเหนื่อย และฉันรู้ว่าเธอเองก็เหนื่อย คนอย่างเธอน่ะ รักอิสระเกินกว่าจะมาผูกติดกับคนอย่างฉัน และคนอย่างฉันก็อ่อนแอเกินกว่าจะอยู่คนเดียว

เป็นคู่ที่นรกแตกสิ้นดี

แต่ว่านะ...บางทีที่ฉันรักเธอมันอาจเป็นเพราะเธอตรงข้ามกับฉันในทุกๆเรื่องก็ได้ ไม่ใช่สิ...ตัวตนของอรุณมันเป็นอะไรที่ฉันอยากได้มันมาตลอด ถ้าจะพูดก็คงทั้งรักและเกลียดไปพร้อมๆกันล่ะมั้ง

31 พฤศจิกายน 2556

เธอคิดว่าฉันมีความสุขอย่างนั้นเหรอ? เธอคิดว่าฉันอยากเป็นคนอ่อนไหวขนาดนี้งั้นเหรอ? พอทีเหอะ...เธอคงแบกรับด้านที่เลวร้ายของเราไว้ไม่ได้หรอก ฉันเองถ้ามากกว่านี้ก็คงไม่ไหวแล้วเหมือนกัน ยิ่งพูดเธอยิ่งไม่เข้าใจ ฉันถามเธอจริงๆเถอะ ตัวตนของฉันสำหรับเธอมันเป็นยังไงกันแน่

ฉันยอม เรายอมแล้วทุกอย่างเพราะเรารักเธอ

แล้วเธอล่ะ คิดจะเข้าใจฉันสักหน่อยไหม?

21 ตุลาคม 2557

สุดท้ายแล้วความรักก็ไม่ได้ชนะทุกอย่างเสมอไป มีปัจจัยมากมายที่ความรักไม่สามารถเอาชนะได้ ฉันไม่รู้ว่าเรื่องของเรามันดำเนินมาถึงตอนจบแบบนี้ได้ยังไง ความรักมันบอบบางเกินไป และเราต่างก็ทำลายมันจนย่อยยับ

17 กุมภาพันธ์ 2561

ทำไมความคิดถึงจึงได้ทรมาณนักนะโดยเฉพาะความคิดถึงที่ไม่มีวันได้ตอบสนอง
ความคิดถึงที่ไม่มีวันส่งถึงไปตลอดกาล
ฉันยังอยู่ตรงนี้ ฟังเพลงเดิมๆที่เธอเคยร้องให้ฟัง
จินตนาการว่าถ้าเธออยู่ตรงนี้จะดีแค่ไหน
ใครคนอื่นที่เข้ามาไม่เคยทำให้อะไรดีขึ้นเลย
กาลเวลากำลังทับถมตัวตนของเธอที่ฉันรู้จักและบิดผันให้มันแปรเปลี่ยน 

สุดท้ายก็เหลือเพียงฉัน
ในกรงขังของความทรงจำนี่
ถ้าลืมได้หมดก็คงดี
.

.

.
นั่นคือหน้าสุดท้ายของสมุดบันทึก--ความทรงจำทุกอย่างถั่งโถมกลับเข้ามาเหมือนกระแสน้ำหลาก ภาพของเธอในชุดเจ้าสาวเคียงคู่กับใครคนอื่น ภาพของแววตาเฉยชานั่น ไม่ว่าฉันจะเปลี่ยนตัวเองให้ดีแค่ไหนก็ไม่เคยทำให้เธอกลับคืนมาได้เลยเวลาเปลี่ยนทุกอย่างไปหมดแล้วแต่กลับไม่เปลี่ยนฉันไปด้วย

การลืมอาจเป็นทางออกเดียวที่สมองโง่ๆของฉันพอจะทำเพื่อประคองหัวใจที่อ่อนแอไม่ให้มันบุบสลายไปมากกว่านี้--แต่การลืมก็ไม่ได้หมายความว่าบาดแผลนั้นจะหายไป มันยังอยู่ตรงที่เดิมตรงนั้น เมื่อสัมผัสโดนก็ทุรนทุรายจนแทบทนไม่ไหว

ร่างผอมบางนั่งแก่วงขาอยู่บนขอบหน้าต่าง อรุณในวัย 19 กำลังแย้มยิ้มให้--รอยยิ้มแสนหวานที่ทำให้ฉันตกหลุมรักเสมอมา

"เธอเป็นตัวอะไรกันแน่ เธอไม่ใช่อรุณสักหน่อย"

"แน่ล่ะ เวลาผ่านมาตั้งเท่าไรแล้วล่ะสน อรุณตัวจริงน่ะเปลี่ยนไปนานแล้ว เธอก็รู้ดี"

เธอบุ้ยใบ้ไปที่โน๊ตบุค หน้าโปรไฟล์เฟสบุคเด่นหราอยู่ตรงนั้น อรุณไม่ใช่เด็กสาวร่างผอมบางอีกต่อไป แต่เธอกลายเป็นคุณแม่มือใหม่ที่เพิ่งให้กำเนิดลูกชายแสนน่ารัก เธอยิ้มกว้างเคียงคู่กับชายหนุ่มอีกคน

"ฉันเป็นเพียงแค่กลุ่มก้อนความคิดที่เธอสร้างขึ้นเท่านั้นเองสนธยา เธออยากลืมความทรงจำที่เจ็บปวด แต่ขณะเดียวกันเธอก็อยากเก็บภาพของอรุณ  'คนนี้' ไว้ตลอดกาล"

ขาเรียวเล็กก้าวย่างไปทั่วห้อง ชายกระโปรงสะบัดไหวตามจังหวะการก้าวย่าง ฉันกระชากตัวเธอมาใกล้และเหวี่ยงเธอลงกับพื้น กำมือรอบต้นคออันผอมบางนั่น

"ไม่เอาแล้ว พอที หายไปซะๆๆๆ"

ฉันพร่ำบอกซ้ำๆว่าอย่างนั้น หยดน้ำตาตกกระทบใบหน้าอ่อนเยาว์ หยดแล้วหยดเล่า รอยยิ้มของผู้ชนะได้ปรากฏขึ้น เรียวปากขยับเอื้อนเอ่ยถ้อยคำอย่างเชื่องช้า

"เราไม่มีวันตายไปจากเธอหรอกสน ตราบใดที่เธอยังหนีแบบนี้ วันนี้เธอจะลืมเพื่อที่ว่าพรุ่งนี้เธอจะกลับมาตกหลุมรักเราใหม่อีกครั้ง"



เฮือก!
เสร็จ!
อ่านแล้วชอบก็กดหัวใจให้ดิชั้นด้วยค่ะ ยกยอปอปั้นดิชั้นหน่อยเพื่อเป็นกำลังใจเล็กๆน้อยๆ ให้มีแรงฮึดเขียน ;-; หรือถ้ามีข้อติติงอะไรก็บอกกันได้นะคะ 5555


SHARE
Written in this book
เรื่องสั้นขยันเขียน
รวมมเรื่องสั้นของเก๊าเอง จับฉ่ายกันไปเลย 55
Writer
Sunflower38
Beginner
เจิดจ้า แจ่มใส ให้เหมือนทานตะวัน :) TW : Chirwa_Sunshine Joylada : Sunflower38

Comments

colorpaint
7 months ago
วันนี้เธอจะลืมเพื่อที่พรุ่งนี้จะกลับมาตกหลุมรักใหม่อีกครั้งTT
Reply
Sunflower38
7 months ago
โอ๋นะคะ ;-; แงงง