สวัสดีอีกครั้งนะ เจ้าก้อนเศร้า
ไงเพื่อนใหม่ สวัสดีนะ
ไม่สิ 
หล่อนอาจจะเป็นเพื่อนเก่าที่มุดอยู่ในหัวเรามานานแล้วก็ได้ 
ออกมาทักทายกันหน่อยก็คงไม่เสียหายอะไร .. 

วันนี้ เป็นเราไปหาหมอมา ..
ใช่ .. ไม่รู้ความคิดไหนเหมือนกันที่ทำให้เราตัดสินใจไปหาหมอ 
น่าจะเป็นเพราะว่า 

เรารบกวนชาวบ้านมากเกินไปละมั้ง .. 


มีช่วงนึงเราหนักมากเลย 
เจ้าก้อนเศร้าทับเราจนเราหายใจไม่ออก 
แล้วก็กดเราให้ดิ่งอยู่อย่างนั้นเป็นเดือน ..

เราร้องไห้เป็นบ้าเป็นบอ 
หลังจากนั้นก็พลางโทรหาเพื่อนไป 2-3 คน
ลามไป เผลอๆ ก็มีโทรหาเพื่อนไปแล้ว 7-8 คนแหน่ะ .. 
ผลทั้งหมดคือ เราร้องไห้ใส่เพื่อนไม่หยุด 
ไม่ว่าเหตุผลที่เกิดสิ่งเหล่านี้มันเล็กน้อยมาก มันแทบจะไม่ต้องร้องเลยก็ได้นะ 

แต่การร้องไห้ต่อกันทั้งคืนมันเกินไปสำหรับคนที่เราคิดว่าเราแกร่งนะเอาจริง 
ใช่ เมื่อก่อนเราแกร่งมากกว่านี้มากเลย
หลังจากที่นัดหมอ ราวๆ เดือนนึงได้มั้ง 
เจ้าก้อนความเศร้าเหล่านั้นก็ยังไม่หายไป 
ยังคงครุกรุ่น หลบไปซ่อนมาอยู่ในหัวเรา .. 
ไล่จับกันมันส์เลยค่ะ 

ตอนแรกคิดว่าจะไม่เหลือชีวิตมาให้หมอตรวจแล้วด้วยซ้ำ .. 
น่าจะโดดตึกตายห่าไปแล้ว 
แต่บุญยังมี ที่เรากลัวความสูง 
ยังไงก็ได้ เราก็ไม่อยากตายเพราะโดดตึกสูงๆ อยู่ดี ..

วันนี้ เราก้าวข้ามขั้นไปแล้ว
เราไปหาหมอคนเดียว 
เราตื่นเช้า แต่งตัว แต่งหน้าให้มั่นใจนิดนึงแหละ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม 
พร้อมตะโกนในหัวแข่งกับก้อนเศร้าว่า .. ไอ้สัส อย่ากลืนกู กูกำลังจะมาสู้กับมึงนะ .. 

ก่อนจะคิดเรื่องนี้ซ้ำ ๆ 
เท้าของเราก็ย่างก้าวเข้าไปในโรงพยาบาลแล้ว ...

แผนกผู้ป่วยจิตเวชเอาจริง .. ความรู้สึกแรกเลยคือ
' กูมาทำอะไรที่นี่ .. กลับมั้ยมึง กลับบบบ '
" เฮ้ย ไอ้บ้า เอาหน่อยหน่ะ มาถึงขนาดนี้แล้ว "
' แต่กูไม่ได้เป็นบ้านะ '
" นั่นสิ "
' กูมาทำอะไรที่นี่ '
" มารักษาตัวเองไง "
' รักษาเหี้ยไร กูไม่ได้เป็นอะไร '
ฯลฯ 

คำพูดเหล่านี้แม่งตีกันวายวอด
ระหว่างที่ฉันกำลังขึ้นทะเบียนผู้ป่วย นั่งรอเขาเรียกชื่อ​ไป ..
ทำอะไรดีวะมันคือคำถามปลายเปิดเหี้ยๆ สำหรับเรา 
หมายถึงว่า 
เราจะก้าวเท้าออกไปเลยดีไหม 
หรือนั่งอ่านหนังสือรอไป 
ไม่อ่ะ เราสมาธิสั้นเกินจะอ่านหนังสือด้วย 
ฟังเพลงมั้ย 
เอ๊ะ เดี๋ยวเค้ามาเรียกแล้วจะไม่ได้ยินชื่ ..

อ่ะ เรียกชื่อกูพอดีเลยกลับลำไม่ทันแล้วน้า .. 

เราผ่านด่านคัดกรองเบื้องต้น 
โอโห บอกเลย แค่เบื้องต้นเราก็เหนื่อยแล้วอ่ะ 
เราเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเราให้หมอฟัง 

ผลคือ 

เราร้องไห้ไม่หยุดเลย ตามที่คาดไว้อ่ะแหละ
กองทิชชู่คือจะบังหน้าหมอแล้ว 
เล่าไปเหนื่อยไป ปาดน้ำตาไป กลั้นน้ำตาแล้วเล่าต่อ 
เราเล่าสาเหตุ สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น 
และสิ่งอื่น ๆ ที่ส่งผลให้เราเป็นอะไรไม่รู้อยู่ถึงทุกวันนี้
และตอนนี้ คิดอะไรอยู่ ..

เหมือนคำถามมันเบสิคมาก 
แต่คำตอบนี่สิ ผุดมาจากใจเลย 
เป็นวันแรกที่พูดรู้เรื่องกับคนอื่นได้มั้ง

ภาพสุดท้ายที่มองหน้าหมอ คือหมอจดประวัติเราไป 2 หน้าได้ล่ะมั้ง 
เราก็พูดไปเรื่อยๆ 
ค่อยๆ ปลดล็อคตัวเองออกมาอ่ะแหละ 
แต่ก็ยังไม่สุดหรอก เราไม่กล้าเล่าดีเทลไปมากกว่านี้ .. 

สภาพเราเหมือนเราไปบีบมันไว้ว่า อย่าออกมา เราเก่งเว้ย เราเก่งอยู่แล้ว
 
แต่ทุกคนเห็นเป็นอย่างอื่น .. 

ทุกคนเห็นว่าเราเป็นอะไรแหละ 

แต่เราโดนก้อนเศร้าบังซะมิดเลยนะ อิหนู .. 

เหนื่อยมั้ยที่ทำเป็นเหมือนไม่เป็นอะไรมาตั้งนานอ่ะนะ ...
พบแพทย์รอคิวค่อนข้างนาน เพราะมาครั้งแรก
เราก็ไม่รุ้ต้องไปหาหมอไหน .. 
รอคิวต่อไป 
จนกระทั่ง
ถึงคิวพอดี

เหมือนเล่าเหตุการณ์จากจุดคัดกรอง ซ้ำอีกรอบ 
แต่เราลงดีเทลต่าง ๆ 
และก็อย่างนั้นเลย เราร้องไห้ไม่หยุดเหมือนเดิม 

แถมคือพูดไม่รู้เรื่องด้วย 
เพราะเราลงดีเทลนี่แหละ

อาการกลั้นน้ำตาพูดนี่มันแย่นะ .. 

หมอค่อยๆ บอกให้ใจเย็น ๆ 
เราก็ทำได้แค่
ฮึ้บบ 
 
แล้วเล่าต่อ
อยู่อย่างนั้นจนเราคิดว่า ยังไงดีวะชีวิตนี้

เอาตามตรง 
ตอนหมอบอกรายละเอียดอาการ ให้ทำอะไรบ้าง ลองทำนี่นั่นดูมั้ย
คือเข้าหูซ้ายทะลุหูขวามาก 
มันไม่โฟกัสอะไรแล้ว มันร้องไห้อย่างเดียวเลย ไอ้บ้าเอ้ยยย 


หมอเริ่มลงรายละเอียดเรื่องยา พร้อมกับบอกอาการ ..
" ยังไม่น่าจะเข้าข่ายเป็นซึมเศร้านะ .. 
เดี๋ยวหมอจ่ายยาปรับอารมณ์ให้
แล้วก็ยานอนหลับด้วย ค่อย ๆ ทาน ฯลฯ ..." 

" ตอนนี้ชีวิตเราเหมือนเรือ 
แล้วมันมีคลื่นหลายลูกที่เราต้องไปเจอ .. 
ตอนนี้คลื่นหนูสูงมากเลย 
ยาพวกนี้จะเข้าไปทำให้คลื่นมันไม่แรงมาก .. 
แต่หนูต้องประคองตัวเองด้วยนะ 
ปกติงานอดิเรกทำอะไร .. 
ออกกำลังกายมั้ย หรืออ่านหนังสือรึเปล่า .. ฯลฯ "

หมออธิบายแบบนี้ ทำให้เราเห็นภาพต่าง ๆ ได้ชัดขึ้นมากเลย .. 

ในใจคือ
ไม่รุ้จะดีใจ หรือควรรู้สึกยังไงดี 
โอเค เราไม่มีเกณฑ์ที่จะทำร้ายตัวเอง หรืออยากฆ่าตัวตาย 
แต่มันก็ไม่ได้อยากอยู่แล้วอ่ะ โลกมันมืดไปหมด
ต้องลาออกจากงานมาดูแลรักษาตัวเองมันก็ไม่ใช่แล้วป่ะวะ 
เป็นหนักมากๆ จนทำงานไม่ได้ ไม่มีสมาธิ โฟกัสงานไม่ได้ 
เลยต้องออกมา 

เนี่ย เอาตรงๆ กูออกมาแล้วมันก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย เยดแหม่ม 

แต่ก็ดีแล้ว 
ขอเรียกว่า สภาวะ Pre-MDD แล้วกัน 
ถ้าเราเจอหมอเร็วกว่านี้ น่าจะเป็นไปแล้ว 
เพราะตอนนั้น พร้อมโดดตึกมาก 
แต่ก็ดีแล้ว 

เดือนหน้ามาพบหมอด้วยนะ 
ทานยาแล้วไม่ดีขึ้นยังไง เรามาคุยกัน 

โอเคค่ะหมอออ .. 

จนไปรับยา 
เหลือเชื่อ .. ไม่ถึงร้อยบาท .. แม่จ้าวววว คุ้มมากที่ตื่นเช้ามา 
แต่ระบบการจ่ายยาคือช้านิดหน่อย 
แต่ก็โอเค กูไหวแหละ 
เพียงแค่ว่า ต้องเททุกอย่างมาเพื่อการนี้เท่านั้น

เราอ่านชื่อยา 
... 
ยาปรับอารมณ์อะไรฟะ 
มันก็คือยาต้านเศร้าไม่ใช่เหร๊อะหมออออออ 
อีกตัว ยาคลายเครียด  
ไหนว่าเป็นยาง่วงไงหมออออ 

หลังจากเห็นชื่อยาไปนะคนับ .. นี่ก็ทำการรีเสิร์จยาอย่างหนักหน่วง ..

วันนี้ เทคยาวันแรก 
ยังไม่เห็นผลอะไร 
เท่าที่อ่านมาคือ Side Effect เยอะ แต่ก็ต้องลองดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นกะกูมั้ยน้า .. 
กลัวอยู่แหละ 

แต่ก็ต้องสู้ ๆ 

เดือนนี้ขอให้ผ่านไปได้ด้วยดี 

ขอให้อารมณ์นิ่ง 

ขอให้ทุกอย่างมันดีขึ้นจริงๆ นะ 

ขอบคุณทุกอย่างที่พาเรามาถึงจุดนี้ 

ไม่เคยคิดเหมือนกันว่าการหาหมอครั้งแรก .. ในชีวิตของเรา 
คือจิตแพทย์ ..

จริงๆ .. 

และอีกครั้งนะ เจ้าก้อนเศร้า 
อย่าโผล่หน้าออกมาบ่อยล่ะ
จะขย้ำให้แหลกคามือเลย 

เราเป็นเพื่อนกันได้เว้ย 
แต่ขอล่ะ มึงต้องเข้าใจกูบ้างนะ 

กลัวเฮี้ยนขึ้นเหมือนกันในวันที่อารมณ์มันไม่นิ่ง .. 

นะ 
ขอร้องล่ะ 
ขอให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี 
SHARE
Written in this book
ซึมเศร้า เราเข้าใจ :)
เรื่องเล่าของเรา .. ที่เราอยากทำความเข้าใจเหมือนกัน
Writer
Quartzitez
Wanderluster.
I'm also just a Silhouette girl ..

Comments

rainclouds
3 months ago
ขอให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ เดินไปข้างหน้าด้วยกันเนอะ ฮึบๆ นะคะ มากอดกันน้า
Reply
Quartzitez
3 months ago
ขอบคุณนะะะ :)