กลับจากนรก
มันไม่เคยเหมือนเดิมเลยตั้งแต่วันนั้น....

ในยามเช้าเข้ามา และยามเย็นผ่านไป

เวลาที่วนเวียนไปเช่นนี้ตัวฉันก็ยังคงเหมือนเดิม สติเลื่อนลอย ไร้เป้าหมาย ไร้ซึ่งสิ่งใด...

ความหวังที่อยากจะมีชีวิตก็กลายเป็นแสงริบหรี่ เหมือนเทียนใกล้ดับ เป็นเช่นนั้นเสมอมา

มันไม่เคยมีอะไรที่เหมือนเดิมเลย มันเปลี่ยนไปตั้งแต่วันนั้น....วันที่ฉันอยากจะฆ่าตัวเอง

พอมาคิดดูแล้วก็นึกขึ้นได้ ว่าจริงๆแล้ว
ฉันอาจจะกำลังหัวเราะกับตัวเองอยู่ก็ได้
คงกำลังมีความสุขบนความทุกข์ของตน ทั้งที่เป็นแบบนั้น ครอบครัวที่เหมือนจะดีขึ้นก็ไม่ได้ต่างจากเดิม กลับห่างไกลมากไปและบางทีก็เข้าใกล้มากเกิน

ความอึดอัดทำให้อยากหนีด้วยความตายนั้นกลายเป็นความมืดที่กัดกินจิตใจจนบอบช้ำ

แม้ในหลายเดือนต่อมาจะได้พบกับคุณที่เฝ้ารอมาเสมอก็ตาม...แต่ว่า....มันยิ่งทำให้ใจเราเลื่อนลอยมากขึ้น

เป้าหมายสำเร็จไปหนึ่ง และไม่เหลืออะไรให้ทำแล้ว คงตายได้แล้ว เป้าหมายที่สอง สาม สี่ ไม่จำเป็นแล้ว แม้จะมีให้ทำก็ไม่อยากทำแล้ว

พอแล้ว ตายไปเลยน่าจะง่ายกว่า แม้ว่าจะเป็นแบบนั้นก็ยังวาดภาพสาเหตุการตายของตัวเองไม่ได้เลย

อยากตายแบบไหน? ตายแบบไหนที่ง่ายดี?

ฉันที่เอาแต่คิดเรื่องพวกนั้นวนไป ใพรจะมาพูดอะไรฉันก็ไม่ฟังแล้ว พอแล้วล่ะกับการมีชีวิต

ฉันไม่ได้หวังว่าอนาคตฉันจะได้อะไร ไม่ได้หวังว่าอยากจะมีอะไร พอแล้วล่ะกับชีวิต

พอคิดแบบนั้นเลยทำให้ความปรารถนาที่แรงกล้าและเป็าหมายเพียงหนึ่งได้เกิดขึ้น
การตายที่ดีที่สุด
นั่นคือความคิดที่เกิดขึ้น

หลายคนอาจจะบอกว่า ทำไมอ่อนแอจัง? แค่นี้ทำไมทนไม่ได้? ฉันอยากจะบอกคนเหล่านั้นว่า ฉันไม่ได้อ่อนแอ ฉันแค่ทนมามากพอที่จะไม่ทนอีกแล้ว

อาจจะมีคำถามที่ผู้เป็นแม่ของฉันถามมาเสมอว่า อย่าตายเลย คิดถึงพ่อแม่บ้างนะ ฉันที่อยากพูดแต่พูดไม่ได้อยากจะบอกคำนี้ไปนะว่า คิดดีแล้ว การไม่มีฉันอยู่จะทำให้แม่สบายขึ้น การไม่มีฉันอยู่จะทำให้น้องสาวได้เรียนในสิ่งที่รัก การไม่มีฉันจะทำให้แม่พ่อและคนในครอบครัว มีชีวิตที่ดีขึ้น โดยไม่ต้องมากังวนกับค่าใช้จ่ายที่ต้องให้กับฉัน

ฉันอยากจะให้เรื่องที่ฉันเขียนเป็นคำตอบให้ใครหลายคนที่ไม่รู้ว่าทำไปทำไม? ให้พอได้คำตอบบ้าง

ถ้าถามว่า ถ้ามันไม่เป็นแบบนั้นล่ะ? มันจะเป็นแบบที่ฉันคิด เพราะการที่ภาระคนหนึ่งหายไป จะทำให้ค่าใช้จ่ายและหนี้สินเบาลง

ฉันคิดมาดีแล้ว
บอกตรงๆเรื่องที่ผ่านมาที่ฉันเขียนมันอาจจะดูไม่มีอะไรเป็นหลักเป็นแหล่ง แต่เรื่องนี้จะเป็นเรื่องเดียวที่เขียนเกี่ยวกับชีวิตฉัน....

หลังจากกลับมาใช้ชีวิต
ฉันได้เริ่มทำงานอีกครั้ง แต่สุดท้ายกลับถูกเขม่นจากหัวหน้างานและถูกบีบออกจากงานในที่สุด

มันไม่มีความสุขเลยที่จะต้องทำงานกับกลุ่มคนที่ไม่คิดจะเปิดใจให้ใคร มันทรมานกับการที่ต้องมาทุกข์ทนกับกลุ่มคนที่เกลียดตัวเอง

พอกันที นั่นคือคำที่ฉันเอ่ยออกมา ก่อนกรีดแขนให้ตัวเองช้ำจนเป็นรอย

พอได้รับงานใหม่งานเหมือนจะดี กลุ่มเพื่อนก็เหมือนจะดี แต่สภาพฉันมันแย่จนไม่รู้ว่าจะทำไหวไหม?

จนสุดท้ายก็ฝืนทำจนครบสองเดือนและจบการทำงานที่ทำ

ตอนนี้คงเป็นเพียงแค่คนเลื่อนลอยไร้หลัก ใช้ชีวิตบนเงินของคอรบครัว ใช่ มันแย่มากสำหรับฉัน เพราะเป็นแบบนั้น
การตายจึงเป็นเหมือนการไถ่บาปและการจบปัญหา
หากมีสักวันที่พร้อมจะบอกลา ฉันก็จะบอกลาและปล่อยให้เรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องเล่าและตายจากไป....

SHARE
Writer
Petoosan
Petoosan
Depression

Comments