ความอบอุ่นมีชัยชนะเหนือความเยือกเย็น
ความอบอุ่นมีชัยชนะเหนือความเยือกเย็น

ผมชื่นชอบประโยคนี้ของ ฌอง เดอ ลา ฟงแตน กวีชาวฝรั่งเศสขึ้นมาทันทีที่อ่านเจอในบทความชิ้นหนึ่ง จนต้องขอบันทึกเก็บเอาไว้ จนคิดไว้ว่าควรเอาประโยคเล็กๆ อันอบอุ่นเช่นนี้มาเขียนถึงสักเล็กน้อย นั่นอาจเพราะอายุอานามที่เริ่มมากขึ้นบวกกับประสบการณ์ทำงานระดับนึงจึงพบว่าความอบอุ่นที่ เดอ ลา ฟงแตน เขียนนั้นอาจหมายถึงความอ่อนโยนต่อสิ่งแวดล้อมในชีวิตก็ได้

ด้วยตำแหน่งหน้าที่การงานของผมไม่ได้นั่งโต๊ะและทำงานตรงหน้าให้เสร็จสิ้นแล้วกลับบ้าน ทว่ากลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง เพราะงานของผมต้องผ่านคนเป็นหลัก ซึ่งถือเป็นกระบวนการหลักกว่าจะได้งานสักชิ้นออกมา ไม่ว่าจะเป็น บทความ วิดีโอ หรือรายการ ทั้งหมดล้วนมีคนเชื่อมโยงเป็นกลไกสำคัญ และการจะนำพางานให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยกันทั้งสองฝ่ายนั้น โดยส่วนตัวผมมีคำว่า ‘ความอ่อนโยน’ เป็นตัวนำนั่นเอง

คำนี้ผมได้รับบ่อยมากบนหลังสมุดพก ที่คุณครูมักเขียนเอาไว้รายงานผู้ปกครอง แต่ผมกลับไม่เคยเห็นความสำคัญจนกระทั่งเข้าสู่พื้นที่การทำงาน ความอ่อนโยนไม่ได้สอนให้ยอมแพ้ผู้คน แต่สอนให้เราถอยกลับมาตั้งต้นเพื่อเรียนรู้จากสิ่งที่เราไม่รู้จริงๆ และให้เกียรติกับคนทำงานด้วยกันเองไม่ว่าจะตัวเล็กหรือตัวใหญ่

ที่สำคัญเมื่อทำแล้วมันเกิดความสบายใจที่จะทำงานร่วมกันต่อ อันนี้อาจเป็นความคิดเห็นโดยส่วนตัวมากไปหน่อย แต่นี่คือส่วนหนึ่งในการทำงานของผมทุกวันนี้

รวมถึงบางครั้ง มันสอนให้ผมมองเห็นคนที่แข็งกร้าวพ่ายแพ้ตัวเองจากอคติที่ยึดมั่นจนเกินไป ไม่ปลดปล่อยบางโอกาสให้เกิดขึ้นแบบที่ควรจะเป็นเพื่อเกิดพื้นที่เรียนรู้ใหม่ๆ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าการยึดมั่นไม่ดีนะครับ มันอาจจะดีต่อบทบาทของผู้นำหรือผู้นำทีมที่ต้องสร้างความเชื่อมั่น แต่ความอ่อนโยนนั่นอาจหมายถึงความยืดหยุ่นในเวลาเดียวด้วยเช่นกัน

ความอ่อนโยน สอนให้ผมคิดถึงความรู้สึกของผู้อื่น เอาเข้าจริงมันเหมือนเกมจิตวิทยาในการทำงานเหมือนกัน เพราะการทำงานกับคนนั้นไม่ใช่เกมระยะสั้นที่จบงานที่หนึ่ง แล้วจะไม่มีโอกาสเจอกันเลยในงานต่อๆ ไป อันนี้อย่าประมาทเชียวนะครับ เพราะโลกการทำงานที่เราคิดว่ากว้าง บางทีมันอาจจะแคบกว่าที่เราคิด หน้าที่และตำแหน่งการงานที่ไม่เกี่ยวกัน แต่โลกที่เปลี่ยนไปอาจเหวี่ยงมาให้เราได้ทำงานร่วมกันในงานพิเศษก็ได้

การดูแลทั้งงานและความรู้สึกของคนที่ทำงานร่วมกันจึงเป็นอีกทักษะที่ผมไม่แน่ใจว่าคนทำงานยุคนี้ควรพกติดตัวไว้หรือไม่ แต่อย่างน้อยผมเชื่อมั่นว่า มันน่าจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะสนับสนุนโอกาสในเส้นทางการทำงานของเราได้เยอะพอสมควร เพราะความก้าวหน้าของงานไม่ได้พึ่งแต่การมีฝีมือที่ดีเท่านั้น

แต่การมีบุคลิกและความคิดที่อ่อนโยนต่อกันและกันก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันที่ส่งผลต่อชีวิตเราได้ไม่มากก็น้อย

ปล. เขียนโดยอ้างอิงจากการทำงานของตนเองและลักษณะนิสัยส่วนตัว
SHARE
Writer
Ohmsiri
Writer
Page CreativeSalary / Books: สิ่งที่เจ้านายไม่เคยบอก / เปิดเทอมใหญ่วัยทำงาน / Podcaster ออฟฟิศ 0.4

Comments