ตายอีกครั้ง
พอมองไปที่ตาคู่นั้นแล้วทำให้เหมือนกิ่งที่เคยเกาะไว้หักลง

เมื่อกลับมายังบ้านที่เคยคิดว่ารอคอย เมื่อมาถึงหลายอย่างยังพร่ามัว แต่ก็ไม่ได้แย่นัก

พอได้กลับมาเหตุที่ทำให้กลับก็พุ่งเข้ากระแทกจิตใจ เพราะต้องเอ่ยบอกคนในบ้าน...

สิ้นประโยคแสนเจ็บ พอมองไปที่ตาคู่นั้นแล้วทำให้เหมือนกิ่งที่เคยเกาะไว้หักลง และปล่อยให้ร่างกระแทกอย่างแรงกับพื้นดินแข็งราวกับหิน

ร่างช้ำปอนด้วยเลือดนอนซมอย่างไร้ชีวาเช่นนั้นไปเรื่อย จนในที่สุดทุกอย่างก็เหมือนจะพร้อมให้ดับลงอีกครั้ง

แววตาที่ผิดหวังสุดใจนั้นเจ็บแสนเจ็บยิ่งกว่าจะเปรียบ
ในแววตาที่ผิดหวังสุดใจนั้นเจ็บแสนเจ็บยิ่งกว่าจะเปรียบ พอหลบตาร่างชาครึ่งซีก ไร้เรี่ยวแรง สิ้นหวังจนในคืนนั้นได้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดกับยาร่วม 50 กว่าเม็ด

หลังจากได้ขึ้นมานอนบนห้องชั้นสอง ร่างที่ชาอยู่ก็ยังชาอยู่เช่นนั้นราวกับว่า
ร่างแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี
ตาใกล้หลับแต่ใจไม่หลับ เมื่อมองไปยังแผงยาที่พกมาด้วยนั้นก็ทำให้นึกขึ้นมา

ถ้าไม่ตื่นมาอีกก็คงจะดี แบบนั้น.....

ความทรมานที่กัดกินใจจนชา ร่างกายที่แหลกสลาย ความสิ้นหวังที่กลืนกิน

เม็ดยาฝืนกลืนอย่างลำบากหากแต่คราวนี้หวังตายมากกว่า ความปรารถนาแรงกล้าที่จะตายมากล้น
หากแต่ใจนั้นยังมีบางสิ่งค้างคา
ใจที่แวบนึกถึงใครบางคนที่แสนรัก รักยิ่งกว่าครอบครัว รักมาพอจะเอ่ยว่าเธอนั้นสำคัญ

แม้ว่าเรานั้นจะไม่เคยเจอกันจริงๆเลยสักครั้ง

เธอคนนั้นโผล่มาให้ห้วงคนึงของใจ น้ำตาไหลอาบพลางกล่าวขอโทษในใจ ก่อนทุกอย่างจะมืดดับลง

ความสงบที่ฝันหาได้มาเยือน?
เสียงบางสิ่งกระทบประสาทที่ล้าและช้ากว่าจะได้ขยับกินเวลาร่วมหลายนาที ดวงตาปิดกดรับโทรศัพท์เหนือหัว
สวัสดีค่ะ ใครคะ?
เอ่ยกล่าวอย่างงัวเงีย เสียงใครอีกคนกล่าวแต่ได้ยินไม่ชัดมากนัก สติเลือนลอยเคว้งไปตามอากาศ
ต้องไปสัมภาษณ์สินะ
เมื่อได้ข้อสรุปจากการฟังแบบไร้สตินั้นก็ทำให้ตัดสินใจดันร่างกายที่หนักอึ้ง
เรายังมีลมหายใจ
เสียงคนึงเอ่ยแผ่วเบา ไม่รู้ว่าตนนั้นทำอะไรบ้าง ณ ตอนนั้น รู้เพียงแค่ว่าตนอยู่ในห้วงคนึงของตน
อา...อยากเจอคุณจัง
คำบ่นเอ่ยดังในใจ ร่างที่เดินสะเปะสะปะได้ร่วงกลิ้งลงจากขั้นบันได เสียงครึกโครมดังขึ้น แม้จะรู้สึกตัวแต่กลับไม่มีความเจ็บเลย
ลูก!! เป็นอะไรไปลูก!?!?
เสียงหญิงสูงอายุเอ่ย ผู้เป็นยายพูดพลางเดินเข้ามาแตะ ตาที่พร่ามัวมองที่เขาและเอ่ยบอกถึงสิ่งที่จะทำต่อไป
ไปนอนพักก่อนนะลูก เดี๋ยวยายโทรหาแม่มึงนะ
เสียงสั่นเครือราวกับร่ำไห้ แต่นั่นไม่ได้ทำให้สติฉันกลับมาเลย รู้เพียงแค่ตนเดินไปยังโซฟาไม้สักตรงมุมบ้านก่อนเอนตัวหลับไปอีกครั้ง

ไร้ซึ่งความรู้สึก ไร้ซึ่งสติ ไม่มีสิ่งใดอยู่ในร่างกายนี้เลย ยาที่ทานไปคงออกฤทธิ์อย่างรุนแรง

ความตายที่ยังไม่มาถึง ฉันยังคงภาวนาให้ตนนั้นสิ้นใจไปเสียที แม้จะไม่รู้ว่าตนนั้นอยู่ไหน ทำอะไรไปบ้างก็ตาม

หนูอยากไปดูหนัง
เสียงของฉันกล่าว แม้จะรู้ว่านั่นคือเสียงของตนแต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าตนนั้นพูด

สติที่หายไปเริ่มกลับมาอีกครั้งทีละเล็กทีละน้อย แม้จะจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่จากที่ได้ยินมาเหมือนตัวของฉันจะทำทุกสิ่งที่ตนอยากทำ 

ที่ตลก คือฉันยังไม่ตาย
และที่ตลกยิ่งกว่า คือ ฉันยังอยู่อย่างไร้ค่าเหมือนเดิม

ฉันไม่ได้มีความรู้สึกผิดที่ตนพยายามฆ่าตัวตาย และแน่นอนฉันคาดหวังให้ตนตายจริงๆ และวาดฝันว่าจะหาโอกาสฆ่าตัวตาย

หากแต่เพียงโอกาสนั้นมันยังมาไม่ถึงเพียงเท่านั้นเอง

SHARE
Written in this book
one year
ชีวิตเราใน 1 ปี
Writer
Petoosan
Petoosan
Depression

Comments