ดวงจันทร์ฝากฉันมาบอก
หากเจ้าชายน้อยจากดาว B612 เดินทางไปได้ไกลถึงดาวโลก คงไม่แปลกถ้าตัวฉันจากดาวโลกจะเดินทางไปสู่ดวงจันทร์บ้าง แวะชมนู่นนั่นนิดหน่อยแล้วค่อยหาทางกลับ 

คงไม่อาลัยอาวรณ์เจ้าดวงจันทร์มากนักหรอกถ้าการไปถึงมันง่ายกว่านี้

ฉันไม่มีดอกกุหลาบสีแดงเย่อหยิ่งให้ต้องคิดถึงในตอนที่ตัวเองเดินเล่นอยู่บนดวงจันทร์ เช่นเดียวกับบนดวงจันทร์ไม่มีสุนัขจิ้งจอกสักตัวให้ฉันได้ผูกพัน

นักวิทยาศาสตร์ นักดาราศาสตร์ หรือนักบินอวกาศ บุคคลเหล่านั้นได้ทำการทดลองซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อยืนยันทฤษฎีโด่งดังที่บอกว่า “ไม่มีใครสามารถดำรงชีวิตบนดวงจันทร์ได้”

การมาถึงก็ยากแล้ว แต่การอยู่ให้ได้โดยไม่ขาดอากาศนั้นยากกว่า

เพราะเหตุนั้นดวงจันทร์ถึงได้เงียบจนน่ากลัว แต่ขณะเดียวกันก็มีอีกไม่รู้กี่คนที่ไคว่คว้าทะเยอทะยานอยาก...อยากที่จะไปให้ถึงมัน

ตอนอยู่บนโลกฉันเฝ้ามองเจ้ากระต่ายตัวน้อยที่คงจะใหญ่โตน่าดูหากได้เห็นใกล้ๆ แต่พอมาถึงแล้ว กระต่ายบนดวงจันทร์ก็เป็นแค่หุบเหวลึกที่เกิดจากแรงกระแทกจากอุกาบาตเล็กใหญ่ ราวกับแผลเป็นที่ไม่มีทางหายแต่มีโอกาสลุกลามไปได้อีก

ตอนนั้นเองฉันถึงได้รู้ ว่าดวงจันทร์น่ะไม่ได้สวยงามนักหรอก แต่ก็ไม่ได้แย่ซะทีเดียว

แน่นอน หากคุณเสียเงินทองมากมายเพื่อซื้อชุดที่คิดว่าสวยที่สุดสักตัว แล้วปรากฎว่าตอนที่มันอยู่บนร่างกายของคุณมันไม่สวยอย่างที่คิดไว้ คุณจะพยายามมองหาข้อดีของมันเพื่อไม่ให้ตัวเองรู้สึกสูญเปล่า สุดท้ายเสื้อราคาแพงก็ถูกเอาไปทำผ้าเช็ดโต๊ะ คุณยังคงเสียดายแต่ไม่เท่าโยนมันทิ้งหรอก

ฉันก็เหมือนกัน

การไปเยือนดวงจันทร์น่ะมันไม่ง่ายเลยสักนิด ในเมื่อกระต่ายตัวน้อยที่เคยเห็นจากที่ไกลๆได้สร้างความผิดหวังให้ฉันไปแล้ว ฉันจึงต้องเริ่มเดินสำรวจเพื่อหาสิ่งอื่นที่ถูกใจ

ทว่า...ว่างเปล่าที่สุด

ฉันเดินเตะก้อนกรวดขนาดเท่ากำปั้น ก้อนที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าที่นี่มีอะไรแบบนั้นเยอะมาก มันอาจจะเป็นเศษซากจากดาวดวงอื่น หรือซากความหวังของใครหลายๆคน กลัวเหลือเกินว่าสุดท้ายการมาเยือนที่นี่จะทำให้ฉันกลายเป็นผุยผงในที่สุด กลัวว่าจะหมดหวังและหมดแรง

ในตอนที่รู้สึกว่าท่อนขาล้าจากการสำรวจหลังจากนั่งนิ่งๆบนยานคับแคบเป็นเวลานาน ฉันตัดสินใจทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นผิวขรุขระ

ตอนนี้ฉันกำลังนั่งอยู่บนดวงจันทร์ล่ะ ดวงจันทร์ที่พวกคุณทุกคนอยากจะลองมาเหยียบสักครั้งนึง

ถ้ากลับไปถึงดาวโลก ฉันจะบอกพวกเขาว่าอะไรดีนะ โกหกว่าเห็นดอกไม้แปลกๆส่องแสงได้ดีมั้ย หรือหลอกว่าเจอมนุษย์ต่างดาวดี อ่า ถึงพวกนั้นไม่เชื่อก็ไม่เห็นเป็นไร อย่างน้อยพวกนั้นต้องอิจฉาที่ฉันได้นั่งอยู่ตรงนี้แน่ๆ

ในตอนที่ฉันกำลังคิดถ้อยคำโอ้อวด คิดวิธีแสดงสีหน้าที่ไม่ให้ดูน่าหมั่นไส้เกินไป เสียงประหลาดจากไม่ใกล้ไม่ไกลก็ดังขึ้น

“อย่าทำแบบนั้นเลย” เสียงนั้นดูอ่อนแรง “การเป็นดวงจันทร์น่ะ มันเหนื่ิอยนะ”

ตอนนั้นเองที่รู้ว่าเจ้าของเสียงคือดวงจันทร์ที่ฉันกำลังจับจองพื้นที่ส่วนหนึ่งของมันอยู่

“ฉันจะไปบอกเพื่อนๆว่าที่ที่ฉันนั่งอยู่ตรงนี้น่ะ มันสุดยอดแค่ไหน” ฉันดื้อดึงไม่ฟังเธอ หากที่นี่ไร้ซึ่งความประทับใจ ฉันจะสร้างมันขึ้นมาจากจินตนาการของฉันเอง

“ถ้าเป็นแบบนั้น ทุกคนจะบอกว่าฉันสวยงาม ทุกคนจะอยากมาที่ฉัน ทุกคนจะคาดหวังในตัวฉัน”

“หึ สวยงามหรอ!?” ฉันมองไปรอบตัว ไม่เลย ไม่มีอะไรเลยที่ควรนิยามมันว่าสวยงาม “ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ทุกคนก็บอกว่าเธอสวยงามจริงๆ” ฉันถึงได้มานั่งหมดหวังอยู่ตรงนี้ไงล่ะ

“ทุกคนล้วนบอกว่าฉันสวยงาม แต่นั่นไม่ใช่ฉัน ไม่มีตัวฉันอยู่เลยสักนิดเดียว คำเยินยอทั้งสิ้นคือสิ่งที่คนพวกนั้นคาดหวังให้ฉันเป็นต่างหาก” เสียงนั้นเบาลงจนฉันเริ่มนิ่งเพื่อตั้งใจฟังมากขึ้น “และฉันเหนื่อยเหลือเกินแล้ว”

“เหนื่อยอะไรกัน ฉันเดินทางมาถึงที่นี่ฉันเหนื่อยกว่าเธออีก แล้วต้องมาเห็นอะไรแบบนี้ ให้ตาย!” ความอดทนที่เบาบางราวเส้นด้ายได้ขาดลง “ฉันน่ะ...เธอรู้มั้ยว่าฉันพยายามมากแค่ไหน ในตอนที่ฉันบอกทุกคนว่าจะได้มาที่นี่ พวกเขาไม่ฟังด้วยซ้ำว่าฉันต้องอดทนอะไรบ้าง เขาแค่รู้ว่าฉันจะได้นั่งยานอวกาศแพงๆ แล้วก็พูดแต่ว่าฉันโชคดี ไม่สักนิด โชคไม่ได้ช่วยอะไรฉันเลย ฉันมาอยู่ตรงนี้ได้ก็เพราะตัวฉันเอง!!”

“...” ไม่ได้ยินเสียงของดวงจันทร์อีกต่อไปแล้ว อาจเป็นเพราะฉันเสียงดังเกินไปจนกลืนกินถ้อยคำที่เธออยากบอก หรืออาจจะเพราะเธอหมดแรงจะเถียงสู้

หรือเธออาจกำลังร้องไห้...เธอร้องไห้! ดวงจันทร์กำลังร้องไห้!

ร่างทั้งร่างฉันเปียกจากน้ำตาของเธอ และอากาศก็เย็นจนน้ำแข็งเกาะไปทั่ว ตัวฉันสั่นงก

“ร้องไห้ทำไม เป็นถึงดวงจันทร์ เป็นความฝันของทุกคนแล้วมีอะไรให้เศร้าอีกอย่างนั้นหรือ” ฉันกัดฟันสู้ พูดทุกอย่างที่ต้องการแม้รู้ดีว่าสิ่งที่ควรทำคือการปลอบให้เธอหยุดร้องไห้ก็ตาม

“ฉันร้องไห้เพราะเธอเข้าใจความรู้สึกของฉัน เข้าใจมันใช่มั้ย”

“ไม่สักนิด ฉันไม่เข้าใจสักนิดว่าการเป็นดวงจันทร์มีอะไรน่าเศร้า” กอดตัวเองแม้ทุกส่วนในร่างกายจะเย็นไม่ต่างกัน

“ไม่หรอก เธอเข้าใจฉัน” เธอพูดมันออกมาอย่างแผ่วเบา แต่ก็ดังพอให้ฉันหยุดคิดบ้าง “การที่คนอื่นมองว่าการเป็นเรามันง่ายทั้งๆที่มันยากขนาดนี้ การที่คนมองว่าฉันสวยงามทั้งที่แสงสว่างพวกนั้นไม่ใช่ของฉันเลย”

“...” บางทีนะ...แค่อาจจะ ฉันอาจจะเข้าใจเธออย่างที่เธอบอกก็ได้

“ฉันเองก็อยากจะเป็นดวงจันทร์ที่สวยงาม แต่มันไม่ง่ายเลย”

“...” คงเหมือนกับฉันที่อยากได้รับคำชื่นชม ปรารถนาในรางวัล และคาดหวังในความสำเร็จ

“เพราะว่าตัวฉันเองก็อยากเป็นดวงจันทร์ที่ส่องแสงได้เองโดยไม่ต้องพึ่งดวงอาทิตย์ แต่ฉันทำไม่ได้”

“...” คงเหมือนกับฉันที่ไม่อยากถูกคาดหวังโดยใคร แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ต้องการเป็นที่ผิดหวังของใครเช่นกัน

“แล้วเธอคิดว่าฉันเหนื่อยแค่ไหน ที่ต้องทนฟังคำวิจารณ์หลังจากคนพวกนั้นได้เห็นความเป็นตัวฉัน”

“...” ก็ฉันน่ะ สร้างทุกอย่างขึ้นมาเพื่อคนอื่นทั้งนั้นเลย ไม่มีสักอย่างที่ทำเพื่อตัวเอง คนพวกนั้นทั้งชื่นชมและต่อว่า

“แล้วคนพวกนั้นก็จากไป พวกเขามาเยือนฉัน เพื่อทิ้งเศษซากความผิดหวังไว้ที่ฉัน” ดวงจันทร์ยังคงพูดต่อ

“คนพวกนั้นมีสิทธิ์อะไร/คนพวกนั้นมีสิทธิ์อะไร“

ในตอนนี้เองที่เริ่มเข้าใจในตัวเจ้าชายน้อย ทำไมเขาถึงกลับไปทั้งๆที่ดาวโลกของเรามีดอกกุหลาบมากมายไม่รู้กี่ล้านดอก เขากลับไปเพื่อกุหลาบเพียงดอกเดียว

ฉันมาที่นี่เพื่อคนกลุ่มหนึ่ง

แน่ล่ะว่าดวงจันทร์คือสถานที่เกินเอื้อมที่หลายคนฝันถึง แต่หากมีใครสักคนยื่นโอกาสนั้นให้คุณ คุณเองคงไม่ตอบรับในทันที คงจะกลัวมากๆเลยใช่มั้ย

ฉันเองก็เหมือนกัน ตอนนั้นน่ะกลัวมากๆเลย

แต่หากไม่ไปให้ถึงก็คงได้ยินถ้อยคำถากถางไม่จบสิ้น คงต้องทนฟังอะไรแบบนั้นไปแบบไม่ได้หยุดพัก จนฉันมานั่งอยู่ตรงนี้ในที่สุด

และฉันกำลังจะกลับไปในที่ที่จากมา กลับไปเพราะคนพวกนั้นเช่นกัน กลับไปเป็นตัวฉันเองอย่างภูมิใจ และไม่สนใครหน้าไหนที่เก่งแต่ตราหน้าหากแต่ทำได้ไม่เท่าฉัน

เหมือนที่เจ้าชายน้อยจากมาเพราะกุหลาบดอกนั้น และกลับไปเพื่อเธอเช่นกัน

“โชคดีนะ” ดวงจันทร์กล่าวลาในตอนที่ฉันทิ้งตัวลงสู่ห้วงอวกาศ

ฉันลอยเคว้งไร้ทิศทาง ไร้การควบคุมจากตัวฉันเองหรือจากใคร แต่ฉันอิสระ

ครั้งแรกเลยที่ฉันรู้สึกอิสระ

ลาก่อนดวงจันทร์ วันนี้ฉันเห็นความสวยงามที่แท้จริงของเธอแล้ว และคาดหวังเหลือเกินว่าฉันจะสวยงามในแบบของฉันในสายตาของคนพวกนั้นบ้าง

แต่ถึงพวกเขาจะกล่าวถ้อยคำบั่นทอนว่าฉันอัปลักษณ์ต่อไป

ฉันก็ไม่สนใจอีกต่อไปแล้ว

เพราะฉันรู้ดีว่าฉันสวยงามกว่าพวกเขาหลายเท่านัก

สวยงามที่สุดเท่าที่ฉันจะทำได้ และฉันพอใจ







SHARE
Writer
00AM
เป็นเด็กเลี้ยงแกะ
ที่ไม่ได้พูดแต่เรื่องโกหก

Comments

rendez
12 days ago
อ่านเรื่องนี้แล้วนึกถึงโฆษณา ลลิล เลย
Reply
EpsilonOrionis
10 days ago
ขอบคุณที่เขียนเรื่องดีๆแบบนี้ขึ้นมานะครับ ขอบคุณจริงๆ
Reply
00AM
9 days ago
ขอบคุณเช่นกันค่ะ :D
Klongarom
7 days ago
I love the moon
Reply