Toxic Patriarchy | ซ้อนความสัมพันธ์ ผ่านดอกส้ม
พอมาถึงจุดที่ต้องพูดเรื่องผัวๆเมียๆ มิรันดาชอบโครงสร้างนวนิยายเรื่อง "มงกุฎดอกส้ม/ดอกส้มสีทอง" บทประพันธ์ของถ่ายเถา สุจริตกุล มากเลย คือเป็นการเอาโครงสร้างชายเป็นใหญ่มาแบ แถมยังตั้งกระจกสะท้อนให้เห็นสภาพอันอเนจอนาถ ของผู้หญิงในระบบสังคมแบบนี้ด้วย

ในมงกุฎดอกส้ม "คำแก้ว" เป็นเด็กสาวแรกรุ่นที่เรียนในโรงเรียนคอนแวนต์ ซิสเตอร์ประจำโรงเรียนบอกกับเธอว่าเวลาผู้หญิงมีความรัก และได้แต่งงาน พวกเธอจะมีมงกุฎที่ทำจากดอกส้มสีขาว สวมเป็นเทียร่าในวันเข้าพิธีสมรส คำแก้วก็ใฝ่ฝันว่าวันนึง เธอจะได้เป็นผู้หญิงที่รักของใครซักคน แต่หลังจากพ่อของเธอถูกฆ่า ครอบครัวของเธอ ยังคงมองว่าการมีลูกนั้นมีค่าเท่ากับเป็นทรัพย์สินของพ่อแม่ เขาขายเธอให้กับเจ้าสัวเช็ง ชายแก่ผู้มั่งคั่งชาวจีน ที่อายุคราวพ่อคราวปู่ เธอได้รับตำแหน่งเป็น "เมียน้อยคนที่ 4" ของบ้านตระกูลเช็ง ย่านภาษีเจริญ

วัฒนธรรมอันประหลาดพิลึกของบ้าน โครงสร้างระบบที่ยกให้เจ้าสัวเช็ง เป็นจักรพรรดิ มีสิทธิเด็ดขาดกับทุกชีวิตในบ้านหลังนั้น ผู้หญิงตั้งแต่เมียเอก ไล่ลงไปยันคนใช้ มีไว้สำหรับเป็นเครื่อง "บำเรอ" แล้วแต่ว่าในค่ำคืนนั้น "โคมแดง" จะไปวางอยู่หน้าห้องของใคร ความฝันที่คำแก้วจะได้แต่งงานกับคนที่เธอรักดับวูบลง เธอไม่มีทางได้สวมมงกุฎดอกส้มอย่างที่เธอหวังไว้ตลอดกาล เธอต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับวัฒนธรรมแบบจีนปนไทยที่น่ากลัวและเคร่งครัด ร่วมกับเหล่าบรรดาเมียๆที่พยายามไต่เต้าตัวเองขึ้นเป็น "เอก" ของเจ้าสัวเช็ง

ความลับ และการพยายามดิ้นหนีออกจากกรอบของบรรดาเมียๆ แตกต่างกันออกไป แต่สิ่งที่เมียทุกคนต้องเรียนรู้คือ พวกเธอไม่มีสิทธิมีอิสระเป็นของตัวเองหากเจ้าสัวไม่อนุญาต เจ้าสัวมีหลายเมียได้ แต่ถ้าใครมีหลายผัว คนคนนั้นจะถูกจับไปถ่วงบ่อน้ำจนตาย "ก้องเกียรติ" ลูกชายคนโตของบ้าน ที่รู้สึกเป็นห่วงเป็นใยคำแก้ว เด็กสาวที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน แต่ดันต้องมาเป็นแม่เลี้ยง จึงกลายเป็นความหวังให้คำแก้วรู้สึกว่า เขาจะสามารถพาเธอออกไปจากกรอบสังคมนี้ได้

น่าเศร้า ที่ทั้งเธอและก้องเกียรติไม่อาจจะออกไปจากระบบอำนาจของเจ้าสัวเช็งได้ทั้งคู่ เจ้าสัวสั่งประหารคนที่ดิ้นรนออกจากกรอบเพื่อเฉือดไก่ให้ลิงดู เพื่อให้เห็นว่า หากอยากเป็นผู้หญิงที่ดี และมีครบทุกอย่าง ต้องอยู่ในกรอบแบบนี้เท่านั้น คำแก้วที่ทนรับระบบแบบนี้ไม่ได้ ก็พ่ายแพ้จนสูญเสียสติไป เช่นเดียวกับก้องเกียรติที่ถูกบีบคั้น แม้กระทั่งรสนิยมทางเพศที่แท้จริงของเขากับเพื่อนสนิทจะต้องถูกทำเป็นเหมือนไม่เคยเกิดขึ้นก็ตาม

แต่เรื่องราวทุกอย่างในบ้านเจ้าสัวเช็ง มันดันอยู่ในสายตาของลูกคนใช้ที่วิ่งเล่นอยู่ในบ้านมาตลอด เด็กสาวที่มองเห็นว่า ถ้ามีคู่หลายคน มันจะมีค่าเท่ากับอำนาจ เงินตรา และคำว่า "เมีย" เป็นสิ่งที่ทรงพลังเหลือคณานับสำหรับมนุษย์ผู้ชาย เด็กสาวตัวดำตัวเล็กๆคนนั้น ใฝ่ฝันว่าวันนึงเธอจะได้เป็นนางฟ้า เธอจะต้องบินไปให้สูงและมีอำนาจยิ่งกว่าเจ้าสัวเช็งและบรรดาเมียเอกทั้งหลายที่กดขี่เธอมาตั้งแต่เด็กๆ เด็กสาวคนนั้นถูกคำแก้วตั้งชื่อให้ว่า "เรยา"

จะต้องวิ่งหามงกุฎดอกส้มมาสวมหัวในวันแต่งงานในโบสถ์ไปทำไม ในเมื่อเราสามารถเป็นดอกส้มที่ทรงคุณค่าเมื่อไหร่ก็ได้ 
เรยาเติบโตขึ้นไปและใช้ความเป็นเครื่องบำเรอพาเธอไปยังจุดสูงสุดของชีวิต เธอใช้ความเป็นหญิง ต่อรองอำนาจกับตระกูลผู้มีอิทธิพลอย่าง "ชลธี" และตบเงินมาจากพวกเขาได้ถึง 20 ล้าน โดยไม่ต้องใช้ทะเบียนสมรส ทั้งยังมีหน้าที่การงานโดยที่เธอยังเรียนไม่จบ เธอเรียนรู้ที่จะหาช่องทางประสบความสำเร็จให้ได้ ในโลกที่ผู้ชายเป็นผู้กุมอำนาจ

โลกสมัยใหม่และความตะวันตกคืบคลานเข้ามาในบ้านของเจ้าสัวเช็งผ่านคุณนายที่ 5 ที่เป็นชาวอเมริกัน เธอไม่สน และไม่แคร์กฎระเบียบใดใดของบ้าน และพยายามอย่างสุดความสามารถ เพื่อจะมีชีวิตรอดในระบบ บรรดาเมียเอกที่เหลือ ที่หลงคิดว่าการกำจัดเมียนอกขนบออกไปได้จะหมายใจว่าตัวเองได้รับชัยชนะ ก็ทำได้แค่นั่งเก็กซิมให้ชีวิตผ่านไปแต่ละวัน ฝากให้เจ้าสัวที่อายุค่อนร้อยปีเป็นผู้กุมชะตาไว้ ภาระทั้งหมดจึงตกเป็นของลูกชายคนโตเพียงคนเดียว ที่จำต้องกล้ำกลืนทิ้งเพศทางเลือกของตัวเอง กลับมาเป็นหัวหน้าครอบครัวอย่างที่ลูกตระกูลคนจีนคาดหวัง เขายอมแต่งงานกับผู้หญิงที่เพรียบพร้อมที่ทางบ้านคลุมถุงชนเลือกให้

แต่ทว่า บ้านหลังนี้มีแต่เรื่องซวยๆ มีทั้งคนตาย คนเป็นบ้า ผิดลูกผิดเมีย มันผิดตั้งแต่หัวขบวนลงมา

ลูกชายคนโตที่พยายามตั้งตรงอยู่ในกรอบที่บ้านวางไว้ ก็มิวายจะไปมีบ้านเล็กบ้านน้อย จนมีลูกชายตาดำดำออกมาคนนึง ลูกของผู้หญิงหยำฉ่าที่เคยวิ่งเล่นเป็นลูกคนใช้อยู่ในบ้าน ผู้หญิงที่อยากจะไต่เต้าตัวเองให้เหนือกว่าเจ้าสัวเช็ง ผู้หญิงที่ชื่อ "เรยา"

สมบัติมากมายของตระกูลเช็ง ดันตกไปอยู่ในมือของลูกเมียน้อยที่เกิดจากคนใช้ ลูกของผู้หญิงที่พยายามทำทุกอย่าง เพื่อดึงตัวเองให้เสมอกับระบบชายเป็นใหญ่ให้ได้ ในขณะที่เจ้าสัวเช็งก็ตายไป ทิ้งไว้เพียงบาดแผลให้กับบริวารของคนในอาณาจักรให้เผชิญความอัปยศที่ตัวเองได้สร้างขึ้นเอาไว้ก็เท่านั้น

สุดท้ายเรื่องผัวๆเมียๆแบบตะวันออก มันก็วนอยู่ในระบบชายเป็นใหญ่รากนี้ด้วยกันทั้งนั้น บรรดาผู้หญิงที่พยายามไต่เต้าไปให้ถึงความ "เป็นเอก" ในคราบเมียหาใช่คราบมนุษย์ ต่างมองไม่เห็นแสงที่ปลายทางใดใด เหมือนกับการวิ่งไล่ดอกส้มที่หลุดลอยไปเรื่อย

ในขณะที่ผู้ชาย สามารถกุมอำนาจทุกอย่างไว้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ
และเดินจากไปโดยไม่ต้องรับผิดชอบสิ่งใดใดเลย
SHARE
Writer
Miranda
Bitchy Writer
I'm a bitch. I'm a lover. I'm a child. I'm a mother. I'm a sinner. I'm a saint. I do not feel ashamed | นามปากกา "มิรันดา" ผู้ใช้ภาษาแปลกประหลาด ผิดจริตและดัดจริต | มุมมองชีวิต ความรัก สังคม วัฒนธรรม และการเมือง ที่เผ็ดแสบร้อนเหมือนตะกอนลาวา |

Comments

Sunflower38
5 months ago
น่าสนใจค่ะ เคยดูละครผ่านๆแต่ไม่เคยรู้เนื้อเรื่องจริงจังเลย พอเห็นบทความนี้แล้วรู้สึกว่าต้องไปหาอ่านบ้างแล้วค่ะ
Reply