ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งถูกคนรักที่คบกันมากว่า 8 ปี "คบซ้อน"
.....ความรู้สึกของผู้หญิงคนหนึ่งที่ได้รู้ว่าเธอถูกคนรัก"คบซ้อน"มากว่า 8 ปี...โดยที่เขาบอกเธอว่า...เขาเลือกผู้หญิงคนนั้นที่พบกันเพียง "ไม่กี่ชั่วโมง"จนทำให้แอบคบกันมากว่า 1 ปี
         (เรื่องราวจากหนังญี่ปุ่นเรื่อง Presents) 


                  .     ++++++++
          
        “ยูคาริ...ฉันไปชอบผู้หญิงคนอื่น”

คือถ้อยคำจากผู้ชายคนหนึ่ง กำลัง“เริ่มต้นพูด” เพื่อ “จบความสัมพันธ์” กับหญิงสาวซึ่งคบกันมากว่าแปดปี

..................................................

                 ลมหนาว - แดดอุ่น

แสงแดดอุ่นๆ ยามบ่าย ท่ามกลางดอกไม้สีเหลืองนวลและใบไม้สีน้ำตาลดูอ่อนหวานในสวนสาธารณะ , ผู้คนในชุดเสื้อกันหนาวหลากสีเดินเคียงคู่อ้อยอิ่ง

...คือบรรยากาศสบายๆ ก่อนโมงยามที่คริสต์มาสจะมาเยือนในค่ำคืน กลับกลายเป็นความหนาวเหน็บเกาะกุมหัวใจของผู้หญิงตัวเล็กๆ ซึ่งไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะได้ยินบางสิ่งจาก....“ฮิโระคุง” คนรักของเธอ ซึ่งกำลังจะกลายเป็นเพียง “คนที่เคยรักกัน”

ฮิโระ...นัดยูคาริมาที่นี่ ก็เพื่อจะบอกความจริงบางอย่าง...ที่เขาปกปิดเขาไว้ นั่นก็คือ
เขา แอบ "คบซ้อน" กับผู้หญิงคนหนึ่งมาเป็นเวลาปีกว่าจนถึงขั้นที่ใช้ชีวิตอยู่กับผู้หญิงคนนั้นโดยที่เขาปกปิด ยูคาริ มาโดยตลอด

....เมื่อหญิงสาวทราบเรื่อง เธอเหมือนถูกเหวี่ยงจากแรงที่มองไม่เห็น ร่างกายวูบไหว หมดแรง ความร้าวรานไม่สามารถปกปิดบนใบหน้า ความรู้สึกเหล่านี้กำลังกลั่นตัวเพื่อเอ่อล้นจากดวงตา

“...เอ๊ะ”

คือสิ่งเดียวที่ยูคาริพูดได้ในขณะนั้น จนคนรักที่กำลังจะผ่านพ้นดึงเธอกลับสู่โลกของความจริง

“ฉันไปชอบผู้หญิงคนอื่น”



เมื่อเผชิญกับคำพูดตอกย้ำ...เธอพยายามตั้งสติให้อยู่กับตัวเท่าที่จะทำได้

แต่สำหรับฮิโระคุง การจบปัญหาให้เร็วที่สุด คือการพ้นจากบรรยากาศกดดันและไม่ต้องจดจำการทำให้ใครบางคนเจ็บช้ำ



“เราเลิกกันเถอะนะ...เมื่อประมาณปีนึงมาแล้ว ฉันพบคนที่ฉันคิดว่าเหมาะกับฉัน แต่ฉันปกปิดยูคาริมาตลอด เธอคนนั้นเป็นช่างภาพ อายุแก่กว่าฉันสามปี ฉันไปแกลอรี่ของเธอแล้วถูกใจมากๆ
......คือมันดีมากๆ มุมมอง ความคิด รูปถ่ายที่อยู่ในงาน ถ่ายในห้องที่มีคนมากมาย แต่เหมือนห้องร้าง
......จากนั้นเราชวนกันกินเหล้า ทั้งๆ ที่เจอกันเป็นครั้งแรก คุยกันเป็นชั่วโมง ตอนฉันออกจากร้าน ก็คิดว่าคงต้องเลิกกับยูคาริ”



ยูคาริได้แต่อึ้ง
"แปดปี" ที่คบกันฮิโระคุง
กับ "ไม่กี่ชั่วโมง" ที่เขาได้พูดคุยกับผู้หญิงที่เพิ่งรู้จัก และตัดสินใจเลิกกับคนที่คบกันมายาวนาน
หนึ่งปี ที่ถูกปิดบังและทรยศ

คือสิ่งที่เธอคิด และกำลังจะทำให้ร้องไห้ แต่ก็พยายามหลับตาข่มความรู้สึก ทว่าในวินาทีที่“ผู้ชายต้องการเป็นฝ่ายไป”

สิ่งที่ออกมาจากปากมีเพียงคำว่า

“ขอโทษนะ”

ยูคาริพยายามฝืนยิ้ม เริ่มหาเหตุผลชักจูงชายคนรักให้กลับมาในเวลาที่ไม่สามารถคิดอะไรออกได้มากกว่านี้...คล้ายๆ กับชีวิตจริงของผู้คนจำนวนมากในสภาวะเผชิญปัญหาใหญ่ๆ ปัญหาหนักๆ อย่างไม่ทันตั้งตัว


“...แต่พวกเราคบกันมานานแล้วนะ จะเลิกกันได้เหรอ?
ที่ผ่านมาก็มีเรื่องราวตั้งมากมาย แล้วก็อยู่มาได้จนถึงวันนี้”

คำพูดสั่นเครืออาจฟังดูน่าเศร้าใจ แต่ไม่สามารถหยุดยั้งการก้าวจาก

...เขาตอบเธอด้วยท่าทางกระอักกระอ่วน....

“ถึงไม่เลิกกันก็ยิ่งห่างกัน...ฉันคิดมาตลอด 1 ปี ฉันชอบยูคาริ...เวลาที่อยู่ด้วยแล้วมีความสุขจริง ๆ แล้ว เธอเคยช่วยฉัน แล้วฉันก็เคยช่วยเธอ
แต่ว่า...เรามีมุมมองที่ต่างกัน เวลาที่คิดว่าจะเดินไปด้วยกัน ฉันก็เดินออกไปอีกทางทุกที”


น้ำตาหยดเล็กๆ เริ่มเอ่อล้นจากใจ ของยูคาริ...เธอพยายามที่จะข่มมันไว้เพื่อไม่ให้เขารู้ถึงความอ่อนแอเพราะไม่อยากให้เขาเป็นกังวล “หาก” ต้องจากลากันจริงๆ


“...แล้ว...เธอคนนั้นมีมุมมองเดียวกับเธอเหรอ?”


ความคิดมักจะก้าวไปก่อนคำพูดหนึ่งก้าว...สำหรับฮิโระคุง “ผู้หญิงคนนั้นอยู่ในใจเขาเสมอ” จึงเป็นคำตอบที่สวนออกมาเพียงเสี้ยววินาที

“ฉันคิดว่างั้นนะ”

ใบไม้ที่โบกไหวปลิดจากขั้วปลิวใต้ลมหนาว หนุ่มสาวที่เดินเคียงข้างพยายามเบียดตัวเคียงคู่กลางแดดอุ่นยามบ่าย
แต่สำหรับทั้งคู่ แม้อยู่ใกล้กันเพียงแค่เอื้อมมืออุ่นๆเช็ดน้ำตา หรือลูบเส้นผมเบาๆเพื่อปลอบประโลมกันและกัน กลับไม่สามารถทำ


...ปีนี้หิมะยังไม่มา แต่พายุหิมะกลับโหมกระหน่ำอยู่ในใจ...หนึ่งคนเหน็บหนาวจากความปวดร้าวกำลังหาเหตุผลเข้าข้างตัวเอง ส่วนอีกก็แสนคนเยือกเย็นด้วยใจที่โหดร้าย


หมดหนทางที่จะยื้อ... เธอจึงต้องปล่อยเขาไป มีเพียงคำอำลาครั้งสุดท้ายจากชายคนรักที่กำลังจะผ่านพ้นว่า

“...ขอโทษนะ”

ภาพของชายคนหนึ่งในท่าทีที่เศร้าสร้อย ปลีกตัวเดินออกไปจากผู้หญิงตัวเล็กๆ หัวใจแตกสลาย ยืนลำพังอย่างเดียวดาย คือบทสรุปของแปดปีที่คบกันมา

.“ก็เพียงเพื่อจะก้าวสู่ปลายทางแห่งการล้างลา”

........ ...............................................


AI KAGI
(กุญแจคู่)

“ความรู้สึกตอนได้กุญแจดอกนี้มา...ฉันยังจำได้ดี กุญแจที่ไขไปสู่โลกใบใหม่ ดินแดนมหัศจรรย์ที่ฉันได้เดินเข้าไป...”


บ่ายวันถัดมา
แม้อากาศจะหนาวกว่าเมื่อวาน ท้องฟ้ามีเพียงสีเทาหม่น คล้ายๆ กับสายฝนใกล้จะโปรยปราย แต่ “ยูคาริ” หญิงสาว ในชุดโอเวอร์โคทสีม่วงพร้อมผมสั้นที่เพิ่งตัดมาใหม่ ยืนอยู่บนสะพานลอยซึ่งเธอกำลังคิดที่จะทิ้ง “กุญแจห้องของเขาที่เคยให้เธอเก็บไว้”...ลงบนถนน


...เธอย้อนนึกไปถึงเมื่อวันวาน ในค่ำคืนคริสต์มาส...
หญิงสาว นั่งรถเมล์กลับบ้านด้วยหัวใจที่แหลกสลายมีเพียงหยดน้ำตา และแสงไฟเฉลิมฉลองข้างทางที่ดูเศร้าสร้อยระยิบระยับอยู่สองข้างทางเป็นเพื่อนปลอบประโลม
...เธอร้องไห้ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายใครๆ

ไม่ต่างจากหญิงสาวจำนวนมากในโลกของความเป็นจริง ที่รู้สึกอ้างว้าง-โดดเดี่ยว เมื่อถูกคนรักทอดทิ้ง จนทำให้เกิดความกระทบกระเทือนใจ ซึ่งน้ำตาไหลออกมาได้อย่างง่ายดายเสียเหลือเกิน


....อย่างไรก็ตาม เมื่อเช้า“การเริ่มต้นใหม่” ได้เริ่มต้นขึ้น หลังจากที่ตื่นนอนเธอโทรศัพท์ไปบอกเพื่อนรุ่นน้องเพื่อขอลางานที่สำนักพิมพ์หนึ่งวัน

จากนั้นจึงเริ่มเก็บแผ่นซีดีเพลง และข้าวของๆ “ฮิโระคุง” คนรัก ที่กลายเป็นเพียง “คนในอดีต” ลงถุงกระดาษ เพื่อที่จะทิ้งความทรงจำเก่าๆ ให้จบลง

เพียงเท่านี้ยังไม่เพียงพอ “เครื่องดูดฝุ่น และ การทำสะอาดห้องครั้งใหญ่” ไม่ให้หลงเหลือแม้เศษเสี้ยวเส้นผมของฮิโระจัง คือสิ่งที่อาจไม่มีใครคิดว่านี่คือผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเมื่อวานที่พยายามยื้อครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อไม่ให้อดีตคนรักจากไป


เสร็จจากทำความสะอาด ยูคาริ เลือกที่จะทำเหมือนหญิงสาวเกือบทุกคนที่ “การตัดผม” คือการตัดความสัมพันธ์ และตัดเรื่องราวของ “คนเก่า” ให้ออกไปจากใจ เพราะอย่างน้อย “การเปลี่ยนแปลงตัวเองหลังจากการอกหัก” คือกำลังใจให้ผู้หญิงทั้งโลกสร้างความมั่นใจเพื่อพร้อมที่จะก้าวสู่หนทางใหม่ ไม่ใช่ “การตัดเพื่อประชดใคร หรือประกาศว่ารักร้าว” ตามที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ

“...ครั้งแรกใช่ไหมที่ตัดสั้นขนาดนี้”

ช่างตัดผมหนุ่มใหญ่ ถามถึงทรงผมที่เธอเลือกที่จะตัด

“ค่ะ”

คือคำตอบของหญิงสาวน่ารัก ผมยาวที่เฝ้าทะนุถนอมมากว่าแปดปีนั้นไม่ใช่เพื่อตัวเธอเอง แต่เป็นการดูแลเป็นอย่างดีเพื่อฮิโระคุง เพราะเขาอาจจะชอบผู้หญิงผมยาว

การทะนุถนอมและดูแลร่างกายของหญิงสาว ส่วนใหญ่ในโลกของความเป็นจริง ทั้งการซื้อเครื่องสำอางเพื่อบำรุงผิวหน้า การออกกำลังกายเพื่อรักษาสุขภาพ การลดน้ำหนักเพื่อรักษาหุ่น แท้จริงแล้ว พวกเธออาจจะไม่ได้ดูแลเพื่อตัวเธอเอง แต่เป็นการรักษา “ความสวย ความสมบูรณ์แบบ” ไว้เพื่อผู้ชายที่เธอรักแต่พวกเขากลับ “ไม่เข้าใจ” ความละเอียดอ่อนเหล่านี้ของผู้หญิง

และในห้วงหัวใจของคนอกหัก หรือคนที่เพิ่งพบกับความร้างลา สิ่งต่างๆไม่ว่าเรื่องใดก็ตามจะถูกดึงดูดเข้าหาจุดศูนย์กลางคือการพยายามทำให้เรื่องนั้น วกมาเข้าตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเพลงเศร้าๆที่พยายามหาความหมายให้ปลอบประโลม
หรือบรรยากาศท้องฟ้าสี่หม่นในวันเหน็บหนาว ที่เหมือนหัวใจแสนยะเยือก...ยูคาริเองก็เช่นกัน เธอ ไม่ต่างจากหญิงสาวทั่วไป



....“เปิดร้านอยู่ที่นี่มานานกี่ปีแล้วคะ”

คือคำถามที่เธอถามช่างตัดผม...แต่คำตอบที่เธอต้องการกลับกลายเป็นคำถามไปเสียอย่างนั้น


“ แล้วคุณอายุเท่าไหร่ล่ะครับ”


ยูคาริรู้สึกแปลกๆ กับการที่เป็นคนถาม แต่ก็ต้องกลายมาเป็นคนตอบ


“28 ปีค่ะ...”

“อืม...งั้นก็ 8 ปีแล้วล่ะครับ...ผมเริ่มมาเปิดร้านตัดผมตอนคุณอายุ 20”

“...แปดปี...แปดปีอีกแล้วเหรอ ทำไมเวลาที่ใครสักคนอกหัก ทำไมถึงมีอะไรที่เกี่ยวข้องกับตัวเอง หรือพยายามหาอะไรเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องของการอกหักจนได้สินะ”

นี่อาจจะเป็นสิ่งที่ยูคารินึกอยู่ในใจ แต่ไม่ใช่เพื่อตอกย้ำความระทมของตัวเอง
ในเวลานี้ การหาใครสักคนที่อาจจะไม่รู้จักกันมานานเป็นเพื่อนคุย อาจจะช่วยบรรเทาความรู้แสนเศร้าในหัวใจลงได้บ้าง


“ถามหน่อยค่ะ...8 ปีนี่แพ้เวลา 8 ชั่วโมงได้ไหม”

คำถามที่ไม่ได้อธิบายว่า 8 ปีที่เธอได้คบกับผู้ชายคนหนึ่ง กับช่วงเวลาประมาณ 8 ชั่วโมงที่ผู้ชายคนนั้นพบผู้หญิงคนใหม่นั้น คือสิ่งที่ทำให้ช่างตัดผมอึ้งไปชั่วครู่ ก่อนที่จะเริ่มต้นหาคำตอบสำหรับเธอ

“ อืม...ไงดีล่ะ...ถามว่าจะได้มันก็ได้นะ...แต่ไม่ได้หมายความว่าชนะกันเรื่องเวลา
ถ้าจะแพ้ล่ะก็...แพ้ความผูกพันมั๊งครับ”


ใช่...ความผูกพันอาจจะเริ่มต้นที่ใครสักคนพบกัน ในขณะที่คนอีกคนต้องเสียใจและเป็นฝ่ายพ่ายแพ้


“ความผูกพันเหรอ...ความผูกพัน”


ยูคาริ เหม่อลอยกับความนึกคิด เผลอพูดถึงเรื่องที่ความผูกพันก็ไม่สามารถให้เธอและเขา ใช้จ่ายความรักด้วยกันเกินกว่า 8 ปี ในขณะเดียวกันช่างตัดผมก็ได้หยิบกระจกมาให้เธอดู ช่างตัดผมเอากระจกให้ดู

“ดูเปลี่ยนไปนะครับ”


แม้จะเป็นการถามถึงเรื่องทรงผมที่เปลี่ยนไป แต่สำหรับเธอแล้ว อีกนานที่ต้องเยียวหาหัวใจ และอีกนานที่จะหายจากอาการอกหักครั้งนี้ และคือคำตอบนัยๆ

“ค่ะ...คงอีกนานกว่าจะคุ้น”

................................................

บนสะพานลอยที่โดดเดี่ยว ในวันหนาวเหน็บที่ท้องฟ้าสีเทาหม่น

ยูคาริ มองกุญแจห้องของฮิโระคุงห้อยด้วยพวงกุญแจตุ๊กตาหมาน้อยที่อยู่ในมือ

...และก่อนที่เธอจะตัดสินใจทิ้งทั้งสองสิ่งลงบนถนน ภาพของในคืนก่อนคริสต์มาส "เมื่อแปดปีที่แล้ว" ได้หวนกลับมา


คืนนั้นเป็นคืนที่หนาวเหน็บและหัวใจของเธอโหยหาความรัก

ยูคาริมานั่งรอฮิโระคุงอยู่นานที่หน้าห้องซึ่งมีระเบียงเปิดโล่งให้ลมหนาวทิ่มแทงผิวกาย เธอรอเขาอยู่นาน และพอเขากลับมาจึงรีบโผไปหา กอดเขา-แล้วร้องไห้


“ที่จริงเรานัดกันพรุ่งนี้ไม่ใช่เหรอ...”


ฮิโระคุงปลอบใจ และแปลกใจที่เห็นยูคาริมาหาก่อนหน้าวันนัด แต่เขาก็ไม่ลืมที่จะกอดเธออยู่ในอ้อมกอดที่อบอุ่นใกล้ๆ หัวใจ


“...แค่อยากเจอหน้าน่ะ...อยากได้ยินเสียงเธอ มือถือเธอก็โทรหาไม่ได้”


ฮิโระคุงลูบเส้นผมเธอเบาๆ หัวเราะเพื่อปลอบเหงา และบอกกับเธอว่า


“อ๋อ...แบตฯหมดน่ะ...ข้างนอกมันหนาวนะ...เราเข้าไปข้างในกันเถอะ”

เมื่อเธอเข้าไปในห้อง พระเอกของเราก็ออกไปซื้อของกินอุ่นๆ มาให้เธอกินและร่วมฉลองคริสต์มาสล่วงหน้า


ยูคาริไม่รู้ตัวว่าหลับไปเมื่อไหร่ เมื่อตื่นขึ้นมาก็พบว่าเธอหลับอยู่ในโต๊ะอุ่นขาที่อบอุ่น...เธอพยายามมองหาฮิโระคุง แม้จะไม่พบตัวแต่ก็พบรูปถ่ายโพลาลอยด์ที่ฮิโระคุงถ่ายไว้ตอนที่เธอหลับพร้อมโน้ตข้อความ

“เห็นเธอหลับสบายเลยไม่อยากปลุก...วันนี้มีงานยุ่งแต่เช้าขอออกไปทำงานก่อนนะ”


ยูคาริ ยิ้มอย่างมีความสุข และเดินไปข้างๆ เก้าอี้ก็พบของขวัญวันคริสต์มาสวางอยู่ในถุงกระดาษเล็กๆ เมื่อเธอเปิดดูก็พบกับเจ้าพวงกุญแจเจ้าหมาน้อย...เธอยิ้มประทับใจในสิ่งที่เขาทำให้

และนั่นเองที่เจ้าพวกกุญแจหมาน้อย พร้อมกุญแจห้องของฮิโระคุงได้มาอยู่กับเธอนับแต่นั้นเป็นต้นมา

ณ เวลานี้

บนสะพานลอยที่ไร้ผู้คน จากความทรงจำดีๆ ในวันเก่าก่อนที่กลับคืนมาถึงจุดเริ่มต้นเมื่อแปดปีที่แล้ว ทำให้ยูคาริ เลือกที่จะไม่ทิ้งพวงกุญแจและบอกกับตัวเองว่า

“ถ้าวันหนึ่งเวลาผ่านไป จนนึกหน้าเขาไม่ออก บางทีกุญแจดอกนี้ อาจจะมาช่วยไขความหลังให้ก็ได้”

.............................................................
SHARE
Writer
Kissda
writer
writer

Comments