อาจเป็น
 
‘คุณเชื่อในพรหมลิขิตไหม…’ ความรักในวัยเยาว์หรือ Puppy Love ฉันรู้ว่าคุณก็เคยมี แน่นอนว่าฉันก็เป็นอีกคนหนึ่งที่มีความรักแบบนี้ ไม่ต่างกับคนอื่นๆเพียงแต่ว่าความรักของฉันมันดูแปลกไปเสียหน่อย…

ขณะนี้ฉันกำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 และฉันแอบรักเพื่อนร่วมห้อง เขาเป็นเด็กชายที่หน้าตาออกไปทางเชื้อสายจีน ตาชั้นเดียว ผิวขาว รูปร่างอวบ มีนิสัยชอบแกล้งกระเซ้าเย้าแหย่เป็นที่สุด หากแต่การแกล้งของเขามันทำให้ใจของฉันอบอุ่น…เรานั่งโต๊ะติดกันด้วยความบังเอิญจากการจัดที่นั่งของคุณครูประจำชั้น มันทำให้ใจของฉันเต้นไม่เป็นส่ำเกือบตลอดเวลา

เขาเป็นเด็กชายที่สดใสร่าเริง เป็นที่รักในหมู่เพื่อนฝูง บางครั้งก็เป็นหัวโจกเลยเชียวล่ะ ผิดกับฉันเด็กหญิงขี้อาย ที่ไม่ชอบเป็นจุดเด่นและชอบนั่งอ่านหนังสืออยู่ในมุมเงียบ ปล่อยใจให้หลุดไปอยู่ในโลกของจินตนาการมากกว่ามีปฏิสัมพันธ์กับคนจริงๆ เรียกได้ว่าต่างราวกับฟ้าและเหว แต่ฉันก็ชอบเขาตรงจุดนั้น การใช้ชีวิตที่ดูสบายๆ และมีแต่ความสุข แต่แล้วอยู่มาวันหนึ่งเขาก็ขาดเรียนไปหลายวัน…

ด้วยความที่ฉันไม่อยากให้ใครรู้ว่าชอบเขา เพราะไม่อย่างนั้นจะโดนล้อ ฉันจึงพยายามไม่แสดงความสนใจใคร่รู้ในเรื่องนี้อย่างออกหน้าออกตาจนเกินไป แต่ฉันก็เข้าร่วมวงสนทนากับเพื่อนๆอยู่เสมอ เมื่อขึ้นหัวข้อพูดคุยเกี่ยวกับเขา เนื้อหาของเรื่องราวชวนพิศวงค่อยๆปรากฏออกมาทีล่ะนิด มันเป็นความจริงอันน่าแปลกประหลาด…ได้ความว่าสาเหตุที่ ‘ภู’ เพื่อนชายที่ฉันแอบชอบ เขากำลังโดนสิ่งที่มองไม่เห็น ‘รังควาน’ อยู่จึงไม่อาจมาโรงเรียนได้

‘เจ้ากรรมนายเวร’ เพื่อนร่วมวงคนหนึ่งเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา…

ส่วนตัวฉันมองว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ คิดเพียงแต่ว่า เขาคงมีปัญหาบางประการเท่านั้น….เมื่อไม่มีภู ชีวิตของฉันในแต่ล่ะวันดำเนินไปอย่างเชื่องช้า… ในช่วงเย็นของวันหนึ่ง กลุ่มของฉันเป็นเวรทำความสะอาด และฉันมีหน้าที่กวาดพื้น ด้วยความที่อยากทำให้โต๊ะของภูดูใหม่เพื่อรอต้อนรับการกลับมาของเขาตลอดเวลา ฉันจึงบรรจงกวาดอย่างพิถีพิถัน โดยหวังว่าคนอื่นจะไม่จับได้ ถ้าโดนจับได้ฉันก็จะอ้างว่า เพราะโต๊ะของเขาอยู่ข้างโต๊ะฉัน ฉันแค่อยากจะให้ที่นั่งของตัวเองสะอาดกว่าใครก็แค่นั้นเอง…เมื่อเก็บกวาดเสร็จแล้ว ฉันขยับโต๊ะเพื่อให้เสมอกัน ด้วยแรงย้ายทำให้โต๊ะสั่นคลอน มีหนังสือเล่มหนึ่งร่วงหล่นออกมาจากใต้โต๊ะของภู…ฉันหยิบมันขึ้นมาดู หน้าปกไม่ได้เขียนชื่อวิชาไว้ หากแต่มีรูปหัวใจดวงเล็กๆถูกแต่งแต้มไว้แทนชื่อ ฉันตัดสินใจเปิดอ่านก่อนที่จะตกใจกับสิ่งที่ได้เห็น เพราะหน้าแรกของกระดาษขาวมันเปรอะไปด้วยของเหลวที่แลดูคล้ายกับเลือดแห้งกรัง หน้ากระดาษยับย่นเพราะดูดซึมของเหลวจำนวนมากเข้าไป ฉันพยายามที่จะไม่แตะโดนมัน พร้อมเปิดดูหน้าถัดไปด้วยความระวัง…มีข้อความเขียนไว้ว่า

‘เอกรักมิ้นต์ตลอดไป’

สมองทำงานอย่างรวดเร็ว มิ้นต์ไหนกันนะ? ห้องเราไม่มีคนชื่อมิ้นต์สักหน่อย เท่าที่รู้ก็มีแต่มิ้นต์ ม.5/5 แต่รายนั้นเป็นทอมเนี่ยสิ

“พลอยทำอะไรอยู่จัดโต๊ะเสร็จรึยัง ??” เสียงของออยเพื่อนร่วมชั้นที่เป็นหัวหน้าห้องร้องทักทำให้ฉันตื่นขึ้นจากการใช้ความคิด

“สะเสร็จแล้ว” ฉันตอบพร้อมยัดสมุดเล่มนั้นลงไปในกระเป๋าเป้ของตัวเอง พร้อมรูดซิปปิดอย่างรวดเร็ว ขอยืมหน่อยนะไม่ได้ตั้งใจจะขโมย พรุ่งนี้เดี๋ยวเอามาคืนที่เดิมยังไงภูก็ยังไม่ใช่อยู่แล้วนี่หน่า ฉันหาเหตุผลให้ตัวเองอยู่ในใจ

คืนนั้นหลังจากอาบน้ำเสร็จ ฉันหยิบสมุดเล่มนั้นขึ้นมาอ่านอีกรอบ ทุกอย่างยังคงอยู่ในสภาพเดิม เพียงแต่เมื่อลองไล่สำรวจในแต่ล่ะหน้า จึงพบว่าหน้ากลางมีกระดาษคู่หนึ่งที่ติดแน่นหนึบพยายามแยกอย่างไรก็แยกไม่ออกถ้าดึงแรงไปก็กลัวว่ามันจะฉีกขาด แล้วกลายมาเป็นตำหนิให้ภูสงสัยเอาได้ ฉันจึงถอดใจและปล่อยมันไว้อย่างนั้น…

เมื่อเดินทางมาถึงโรงเรียน ฉันตกใจสลับกับดีใจอย่างสุดขีด เมื่อพบว่าภูกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะประจำตัวเดิมของเขา !! เพื่อนๆกำลังรุมล้อมยิงคำถามใส่ด้วยน้ำเสียงอันเจื้อยแจ้ว เสียงหัวใจของฉันเต้นทะลุออกมายังภายนอก ใบหน้าเริ่มร้อนผ่าวขึ้นเรื่อยๆ เหงื่อซึมออกมาจากอุ้งมือจนทำให้นิ้วเหนียวติดกัน ฉันกลืนน้ำลายลงคอก้อนใหญ่ กระฉับกระเป๋าให้เข้ากับแผ่นหลังก่อนที่จะเดินเข้าไปทักด้วยน้ำเสียงที่เป็นปกติ

“ภูสวัสดี หยุดไปตั้งนานเป็นอะไร ? ไม่สบายเหรอ ?”

“เ…ธ….อ…..” ภูลากเสียงยาวและยาน เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของภูที่ฉันรู้จัก หากแต่เป็นเสียงของผู้ชายที่โตเต็มวัยแล้ว ภูหันขวับมาอย่างรวดเร็ว คอของเขาบิดเกินกว่าที่มนุษย์ทั่วไปจะทำได้ ดวงตาเบิกโพลงอย่างเต็มที่ มีเลือดสีแดงฉานไหลออกมาจากดวงตาและปาก และมีฝูงแมลงวันอันน่าสะอิดสะเอียนบินวนอยู่รอบตัวเขา

“พรหมลิขิตถูกกำหนดเอาไว้แล้ว !!” ทันทีที่ภูตะโกนก้อง ฝูงแมลงวันรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนขนาดมหึมา ก่อนที่จะพุ่งเข้าใส่ฉันอย่างรวดเร็ว !!

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด ไม่ !! ไม่ !! ฉันขอโทษๆๆ ฉันจะไม่หยิบอะไรมามั่วซั่วอีกแล้ว” ฉันวิงวอนขอความเมตตาพร้อมปัดมือไปมาทั่วทิศเพื่อปกป้องตัวเองจากฝูงแมลงวันอันน่ากลัวเหล่านั้น

“พลอย !! พลอย !! เป็นอะไรไปลูก ตื่นๆๆ” เสียงของผู้เป็นบิดาร้องถาม มือใหญ่กำยำจับที่บ่าพร้อมเขย่าร่างของฉันอย่างเต็มแรง เมื่อสายตาค่อยๆปรับสภาพได้จึงรับรู้ได้ว่าเหตุการณ์เมื่อสักครู่เป็นสิ่งที่ฉัน ‘ฝัน’ ไปเท่านั้น เหงื่อผุดขึ้นเต็มใบหน้าและร่างกาย แผ่นหลังสัมผัสได้กับความรู้สึกที่ชื้นแฉะ หยาดน้ำตาไหลรินออกมาจากดวงตาอย่างห้ามไม่ได้

“พ่อหนูฝันร้าย” ฉันพูดออกไปด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบา สมองพยายามเรียบเรียงเหตุการณ์เมื่อคืนว่าเผลอหลับไปตอนไหน

“พ่อรู้แล้ว พ่อกำลังจะขึ้นมาปลุก แต่เราดันร้องเสียงดังโวยวายขึ้นมาเสียอย่างนั้น ตกใจแทบแย่ ” พ่อพูดพลางลูบหัวปลอบใจด้วยความอ่อนโยน

“ลูกรู้ไหม โบราณเขาว่าไว้ ฝันร้ายจะกลายเป็นดี ตอนนี้ตื่นขึ้นมาล้างหน้าล้างตา ให้สดชื่นแล้วไปเรียนได้แล้ว”

“ค่ะพ่อ” ฉันรับคำด้วยความว่าง่าย ก่อนจะลุกไปอาบน้ำ หากแต่ใจยังคงวนเวียนถึงแต่ความฝันเมื่อสักครู่ ถึงมันจะเป็นฝันที่น่ากลัว หากแต่ก็มีความคิดถึงคำนึงหาซ่อนอยู่ภายใน…

…จู่ๆสมุดของภูที่วางอยู่บนโต๊ะกลับพลิกหน้ากระดาษเอง…

หลายๆคนกล่าวว่า ความรักเป็นสิ่งที่สวยงาม ไม่ว่ามันจะเกิดขึ้นและจบลงในรูปแบบใด แต่มันก็เป็นสิ่งที่สวยงามเสมอ หากแต่มันจะยังคงสวยงามอยู่หรือไม่ ถ้ารักนั้นจบลงด้วย ‘ความตาย’ ‘มิ้นท์’ หญิงสาวโสเภณี ทำงานอยู่ในสถานบันเทิงที่สร้างมาไว้ให้คุณผู้ชายทั้งหลายได้คลายความกำหนัด เธอมาทำงานนี้ด้วยความเต็มใจอย่างที่สุด ครอบครัวคือสิ่งที่เธอไม่รู้จัก เธอกัดฟันดิ้นรนให้ตัวเองได้ออกมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งหนึ่ง เพราะต้องการออกมาผจญโชค แม้งานขายเรือนร่างจะไม่ใช่สิ่งที่เธอตั้งใจจะออกมาทำ แต่ตอนนี้มันก็เป็นงานที่ช่วยหล่อเลี้ยงชีวิต ความสวยของมิ้นท์จัดอยู่ในระดับปานกลาง แต่ฝีปากจัดอยู่ในระดับปรมาจารย์ คำหวานของเธอล้วงเอาเงินจากกระเป๋าผู้ชายที่เต็มไปด้วยตันหามาได้นักต่อนัก

‘เอก’ ชายหนุ่มที่เกิดและเติบโตในเมืองกรุง ถึงแม้เขาจะเติบโตในเมืองใหญ่ แต่หัวใจของเขานั้นมันช่างกระจ้อยร่อย เขาเป็นชายขี้อายที่ไม่กล้าแม้แต่จะเข้าไปจีบสาวที่ชอบ อาจเป็นเพราะเขาชอบมองตัวเองในด้านลบ และมองว่าตัวเองต่ำต้อยกว่าความเป็นจริง ทั้งๆที่รูปร่างหน้าตาของเขาก็จัดอยู่ในระดับใช้ได้ ในคืนหนึ่งเอกที่ตกอยู่ในสภาพเมามายเพราะฤทธิ์ของสุราถูกหิ้วมายังสถานบันเทิงแห่งนี้ เพราะเพื่อนๆอยากให้เขาหลุดพ้นจากความเป็นไอหนุ่ม ‘เวอร์จิ้น’ เสียที และ ‘มิ้นท์’ คือคนที่เขาเลือกด้วยความเต็มใจ เมื่อขึ้นไปบนห้องขนาดกว้าง ที่มีอ่างอาบน้ำและเตียงกลมอยู่ในห้องเดียวกัน มิ้นท์ลงมือเตรียมอ่างน้ำ เพื่อชำระล้างร่างกายของทั้งคู่ หากแต่เอกจับแขนเธอพร้อมสั่นหัวเป็นนัยว่าให้หยุด

“คุณไม่ต้องทำอะไรอย่างนี้หรอก เรามานั่งคุยกันเฉยๆก็พอ เสร็จแล้วเพื่อนๆผมจะได้จบธุระกับผมไปสักที”

มิ้นท์เงยหน้ามองเอกด้วยความฉงน ก่อนที่ริมฝีปากอวบอิ่มจะฉีกยิ้มกว้าง

“นี่คุณแกล้งเมาใช่ไหม ?” มิ้นท์ถามพลางยื่นหน้าเข้าไปเช็คกลิ่นลมหายใจ

“ผมกินแค่โค้กใส่น้ำแข็งจะไปเมาอะไร พวกมันต่างหากที่เมา ผมเบื่อกับการที่ให้พวกมันมายุ่งเรื่องส่วนตัวของผมเต็มทีแล้ว” เอกอธิบายก่อนที่จะนั่งลงบนเตียง

“ว่าแต่เราจะไม่ทำอะไรกันจริงๆเหรอ” มิ้นท์ถามพลางทำหน้ากระเซ้า

“ผมไม่รู้ว่าผู้ชายคนอื่นเป็นยังไง แต่ผมอยากมีอะไรกับคนที่ผมรัก” เอกตอบก่อนที่ทำท่าเหมือนจะฉุกคิดอะไรได้ “แต่ผมไม่ได้หมายความว่าคุณดูไม่ดีนะ คุณดูดีและท่าทางเป็นคนจิตใจดีผมถึงเลือกคุณ” เมื่อพูดจบชายหนุ่มคนซื่อเผยให้เห็นรอยยิ้มที่มีเสน่ห์ น้ำแข็งที่เกาะกุมหัวใจของหญิงสาวค่อยๆปรากฏให้เห็นรอยร้าว…

……………………….………….…

เมื่อฉันแต่งตัวเสร็จแล้ว จึงได้เดินมาหยุดที่โต๊ะเขียนหนังสือเพื่อเก็บข้าวของลงกระเป๋า แต่แล้วก็ถึงกับตกใจเมื่อพบว่าสมุดของภูเปิดอ้าออกมาเองและหยุดอยู่ตรงหน้าที่เปิดไม่ออกเมื่อวาน มือทั้ง 2 สั่นเทา ใจกล้าๆกลัวๆ และเกิดคำถามว่ามันเปิดได้อย่างไร ? ก่อนที่อะไรบางอย่างจะแว่บเข้ามาในสมองและสั่งให้ค่อยๆเปิดดูหน้าที่ติดกันอีกครั้ง แต่คราวนี้มันกลับเปิดออกอย่างง่ายดาย ! เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่มันคือรูปของชายหนุ่มหญิงสาวคู่หนึ่งที่กำลังยิ้มอย่างมีความสุขพวกเขาแต่งตัวในสไตล์ยุค 80 ฉากหลักคือสวนสัตว์แห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงย่านดุสิต ทันใดนั้นข้อมูลจำนวนมหาศาล ไหลกลับเข้ามาในความทรงจำของฉันอย่างรวดเร็ว ราวกับกำลังชมภาพยนตร์ด้วยความเร็วสูง น้ำตาค่อยๆหลั่งริน ตาดำเหลือกขึ้นไปข้างบน ศีรษะสั่นคลอนไปมาอย่างรวดเร็ว เมื่อถึง ‘จุดจบ’ ฉันร้องไห้ออกมาและทรุดลงไปนั่งกับพื้น…

“พ่อคะ พลอยไปเรียนก่อนนะ สวัสดีค่ะ” ฉันยกมือไหว้ก่อนที่จะเดินออกนอกประตูบ้านไปอย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่สนใจคำเรียกให้กินข้าวเช้าอยู่ด้านหลัง ตอนนี้ฉันไม่ต้องการอะไร นอกจากต้องการไปที่นั่นให้เร็วที่สุด

เมื่อลงจากรถเมล์ ก็เดินไปตามซอยที่มีทางแยก 3 ทาง แยกที่ 1 เลี้ยวซ้าย แยกที่ 2 เลี้ยวขวา และแยกที่ 3 เลี้ยวขวาอีกที ก็จะเจอกับ ‘ป่า’ ขนาดย่อมที่ซ่อนตัวอยู่ในกรุง ฉันเดินเข้าไปด้วยหัวใจที่ปราศจากความหวาดกลัวเมื่อเดินเข้าไปลึกพอสมควร จึงพบว่าเขา ‘คนนั้น’ กำลังยืนรออยู่ก่อนแล้ว

“พลอยมาแล้ว รอนานไหมขอโทษที่ให้รอนานนะ ‘เอก’” หากแต่คนที่ปรากฏอยู่ตรงหน้านั้นคือภู ที่ภายในไม่ใช่ภูอีกต่อไป

“ในที่สุดก็จำได้ทุกอย่างแล้วสินะ” เอกในร่างภูเอ่ย

“เอกเองก็ทำได้แล้ว” น้ำตาของฉันรื้นขึ้นมาอีกครั้ง

“เอกบอกแล้วว่า พรหมลิขิตต้องการให้เราคู่กัน ถ้าไม่ใช่ชาติที่แล้วก็ต้องเป็นชาตินี้”

…………………………

“พวกมึงรักกันมากใช่ไหมถ้ารักกันมาก ก็ตายห่าตามกันไปเลย แต่อย่านึกว่าพวกมึงจะได้ตายสบาย !!” เจ้าของเสียงคือผู้มีอิทธิพลมากบารมีท่านหนึ่ง

เอกเลือดไหลอาบท่วมตัวจากการถูกทำร้ายมาอย่างแสนสาหัส ส่วนมิ้นต์ก็อยู่ในสภาพบอบช้ำไม่ต่างกัน ‘เสี่ยหงษ์’ คือ ตัวการทั้งหมดที่ทำให้พวกเขาเป็นเช่นนี้… เสี่ยหงษ์ลูกค้าขาประจำที่หลงใหลในตัวมิ้นต์ยิ่งกว่าผู้หญิงทุกคนที่เขาเจอมา เขาพยายามจะเอาชนะใจมิ้นต์ให้เลิกทำงานขายบริการ และขึ้นมายืนอยู่ในตำแหน่งเมียเก็บ ไม่ว่าเขาจะเอาเงิน ทอง หรือของมีมูลค่าสูง มาซื้อใจมินต์แต่เธอก็ปฏิเสธอยู่ร่ำไป จนกระทั่งวันหนึ่งเสี่ยหงษ์จ้างคนไปสืบทราบมาว่ามิ้นต์กำลังรักอยู่กับไอหนุ่มธรรมดาคนหนึ่ง ที่มีฐานะไม่ได้เท่าขี้เล็บของเขาเลยด้วยซ้ำ ความริษยาก่อเกิดเป็นเพลิงพิโรธ ถ้ากูไม่ได้ ใครก็ต้องไม่ได้ !!

ร่างของคนทั้ง 2 ถูกโยนลงในหลุมทั้งเป็น ก่อนที่ดินจะค่อยๆถมลงมาทับตัวของพวกเขา

“เอก……มิ้นต์…..รัก…..เอก…..นะ……” เสียงของหญิงสาวรวยรินใกล้จะหมดลมเต็มที หากแต่เธอก็ยังฝืนพูดออกมา เพราะสั่งลารับวาระสุดท้ายที่จะมาถึง

“มิ้นต์…เอกก็รักมิ้นต์ ชาติหน้าขอให้เรากลับมาพบกันอีก” เมื่อสิ้นคำพูดของชายหนุ่ม หญิงสาวสิ้นใจลงพร้อมกับรอยยิ้ม น้ำตาแห่งความแค้นไหลออกมาเป็นทาง เอกมองขึ้นไปยังปากหลุม ไอเสี่ยชั่วกำลังยืนมองด้วยความสะใจ

“กูขอให้เจอกับมึงด้วย !!” เอกคำรามออกมาด้วยความโกรธ ก่อนที่ก้อนดินขนาดใหญ่จะร่วงหล่นลงมาทับใบหน้า….

ใครจะไปรู้ว่ามิ้นต์ได้มาเกิดก่อน ส่วนเอกที่กลายเป็นวิญญาณแค้นยังไม่ได้มาเกิด และเมื่อโอกาสมาถึงเอกรอวันที่จะได้ครอบครองร่างของภู หรือเสี่ยหงส์ที่กลับมาเกิดใหม่ !! และสถานที่ทั้ง 2 กำลังยืนอยู่ ณ ขณะนี้ก็คือสถานที่พวกเขาได้สิ้นลมลง…

พลอยกระโดดโผเข้ากอดภูทั้งน้ำตา ภาพปรากฏให้เห็น 2 ร่าง 2 วิญญาณที่ซ้อนทับกัน หากแต่ความรักนั้นยังมากล้นคงเดิม เสียงเพลงรักในอดีตแว่วมาตามสายลม ก่อนที่ทั้ง 2 จะประทับจูบแห่งความคิดถึงเข้าหากันอย่างแผ่วเบา

….อาจเป็นเพราะเราคู่กันมาแต่ชาติไหนจะรัก รักเธอตลอดเป็นลมหายใจของกันและกัน….



SHARE

Comments

RamyHuang
11 months ago
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความรักนั้นยิ่งใหญ่นัก แม้ความตายก็มิอาจพราก (แสดงว่าภูหน้าตาดี เอกถึงอยากสิงสู่ ถถถถถ)
Reply