โรแมนติก พระจันทร์ และ ริมฝีปากสีแดง


สีแดงคือสีโปรดผม แต่ตอนนี้ผมชักสงสัยแล้วแหละว่าถ้าผมได้ลองสัมผัสมัน ผมจะยังชอบอยู่มั้ย

เพลง body and soul ของ Frank Sinatra บรรเลงขึ้น
ผมยิ้มพลางหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก

เธอคนนั้นยังคงนั่งอยู่ที่เดิม นิ้วเรียวยาวกำลังลูบไล้แก้วไวน์ บ้าชะมัด ผมหยุดมองเธอไม่ได้เลย



เสียงเพลงยังคงบรรเลงต่อไป

เธอยกไวน์ขึ้นมาจิบ 

 ให้ผมเดานะ ผมว่าเธอน่าจะเริ่มเมาแล้ว

ศีรษะภายใต้ผมบ๊อบเริ่มส่ายไปมา




ผมละลายสายไปจากเธอชั่วครู่นึงเพื่อมองแก้วไวน์ที่ตั้งอยู่เบื้องหน้าหล่อน

มีรอยลิปสติกติดอยู่ที่ขอบแก้ว ลิปสติกสีแดง 

สีโปรดของผม

อย่างที่ผมบอก ผมละสายตาไปจากเธอได้เพียงชั่วครู่นึงเท่านั้น เพราะอะไรบางอย่างมันเรียกร้องให้ผมกลับไปจับจ้องเธออีกครั้ง

เธอยกมือขึ้นมาเล็กน้อยให้กับบาร์เทนเดอร์ ไม่นานไวน์สีม่วงเข้มก็ถูกรินลงสู่แก้วไวน์ของหล่อนอีกครั้ง 

ผมเผลอสำรวจเรือนร่างของหล่อน อย่างห้ามไม่ได้



ผิวขาวเหมือนหิมะ กับผมบ๊อบสีดำสนิท เข้าได้ดีกับริมฝีปากอิ่มสีแดงสด

สายตาผมค่อยๆไล่ต่ำลงมา คอเรียวยาว ไหปลาร้า และ เนินอก ที่โผล่พ้นชุดเปิดไหล่รัดรูปสีแดง ขับให้เธอดูร้อนแรงที่สุดในแจ๊สคลับวันนี้



เธอยกไวน์ขึ้นจิบอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ดูเหมือนว่าเธอจะควบคุมตัวเองไม่ค่อยได้แล้ว

ไวน์จากแก้วได้ไหลออกจากริมฝีปากสีแดงสด ไหลลงมาตามคอเรียวยาว ไหปลาร้า และเนินอกของหล่อน ก่อนจะหายลงไปภายใต้ชุดรัดรูปสีแดงของหล่อน 



เสียดาย! ผมอยากรู้จริงๆว่าไวน์หยดนั้นตอนนี้มันอยู่ที่ไหน



เหงื่อของผมได้หยดลงบนโต๊ะ และแน่นอนมันไม่คงจะไม่ใช่หยดเดียวแน่ๆ



เสียงแซกโซโฟนบรรเลงขึ้นไปพร้อมกับเสียงเปียโน

เธอเท้าคางฟังพร้อมกับหลับตา 

ริมฝีปากเธอคลี่ยิ้มนิดๆ

อะไรบางอย่างในอกผมเริ่มเต้นอย่างบ้าคลั่ง



Autumn leaves ถูกบรรเลงขึ้น

ผู้คนส่วนหนึ่งในแจ๊สคลับเริ่มเคลื่อนย้ายร่างกายและจิตวิญญานไปยังfloorของทางร้าน

ผมปลดกระดุมที่อกออกหนึ่งเม็ด สูบบุหรี่อีกหนึ่งครั้ง ก่อนจะลุกออกไป



“เต้นรำกันมั้ยครับ”

“คะ?”เธอดูตกใจเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะออกมา

“ฉันเต้นรำไม่เก่งหรอกค่ะ”

“ผมก็เต้นไม่เก่งครับ”

“อย่าเลยค่ะ เราต่างเต้นรำกันไม่เก่ง ฉันกลัวว่าฉันจะทำให้บรรยากาศของคุณเสียเปล่าๆ”

“นั่นคือคำปฏิเสธใช่หรือเปล่าครับ”

“คือฉันว่าคุณน่าจะลองไปชวนสาวกลุ่มนั้นดูนะคะ พวกหล่อนดูสนใจคุณ และ ฉันค่อนข้างมั่นใจว่าพวกหล่อนจะต้องเต้นรำเก่งแน่ๆค่ะ อย่างน้อยก็เก่งกว่าฉัน”เธอยิ้มให้ผมอีกครั้ง ก่อนจะหันหลังกลับไปสนใจนักดนตรีที่กำลังบรรเลงเพลง

“อันที่จริงผมก็ไม่ได้อยากเต้นรำเท่าไรหรอกครับ”ผมพูดขึ้นในตอนที่เธอไม่ได้หันมาทางผม

“แล้วคุณมาชวน…”

“จริงๆคือผมอยากอยู่ใกล้ๆคุณมากกว่าซินะครับ”

เธอหันมาสบตากับผมพอดี

เธอลุกขึ้นยืน

ผมด่าตัวเองในใจ นี่ผมทำอะไรไปเนี่ย

“จะยืนอยู่อีกนานมั้ยคะ”

“ครับ?”

“ฉันคงไม่อยากเต้นรำในตอนที่เพลงบรรเลงจบไปนะคะ”

ผมยิ้ม มือที่เคยอยู่นิ่งๆกลับอยู่ไม่สุข จนต้องนำไปเกาท้ายทอย 

อันที่จริง จะว่าเขิน ก็น่าจะใช่นะครับ
ท่ามกลางผู้คนมากมายในแจ๊สคลัับ ผมกับเธอกำลังเต้นรำกัน

 
แต่สำหรับผม ตอนนี้มีแค่ผม กับเธอ และแสงจากดวงดาวบนท้องฟ้าเท่านั้น

เราสองคนเคลื่อนย้ายร่างกายไปตามเสียงเพลง


และ 1 เซนติเมตรคือคำอธิบายของระยะห่างระหว่างผมกับเธอ

มันใกล้ ใกล้จนผมรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นๆของเธอ

“โรแมนติกดีนะครับ”

“คำว่าโรแมนติก มันออกจะอุดมคติไปหน่อยนะคะ”

“คงงั้นครับ”

เธอยิ้มจางๆ

“วันนี้พระจันทร์สวยจังเลยนะครับ”

“วันนี้เป็นคืนเดือนแรมนะคะ ฉันว่าไม่น่าจะมีพระจันทร์”

เธอนี่ใจร้ายสุดๆไปเลย



0.5 เซนติเมตร คือ คำอธิบายของระยะห่างระหว่างผมกับเธอ

“คุณสวยมากจริงๆ”ผมพูดในขณะที่หน้าผากของผมแนบชิดติดกับหน้าผากของเธอ

“คุณก็ดู…”เธอเงียบไปเหมือนหยุดคิดคำที่จะอธิบายความเป็นผม

“ดูอะไรครับ”

“โดดเด่น มั้งคะ”เธอยิ้มพลางหลบสายตาผม

“รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งครับ”

เธออมยิ้ม 

น่ารักเป็นบ้า



และตอนนี้ 0 เซนติเมตรคือค่าตัวเลขที่อธิบายระยะห่างระหว่างผมกับเธอได้สมบูรณ์แบบที่สุด

“วันนี้พระจันทร์สวยจริงๆนะครับ”

“คุณนี่ ฉันบอกแล้วไงว่าคืนนี้มัน…”

“คุณไงพระจันทร์ของผม”



เธอหยุดเต้นรำ ดวงตากลมโตดูจะโตขึ้นเล็กน้อย

ผมมองริมฝีปากที่ถูกเคลือบด้วยสีโปรดของผม สีแดงสด

ผมชอบที่จะมองสีแดง 

แต่ตอนนี้ผมชักสงสัยแล้วหละ ว่า แล้วผมจะชอบที่จะสัมผัสมันมั้ย



มือเรียวยาวแตะปลายคางของเธอให้เชิดขึ้นเล็กน้อย

ผมโน้มตัวลงมาจนจมูกเราชิดติดกัน

เธอหลับตาลงเหมือนรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นนับต่อจากนี้

“สีแดงคือสีโปรดผม และตอนนี้ผมอยากจะสัมผัสมันเหลือเกิน”ผมกระซิบบอกเธอ

ไม่รอช้าริมฝีปากของผมก็ประทับอยู่บนริมฝีปากสีแดงสดของเธอ 



ตราบนานแสนนาน ก่อนผมจะถอนริมฝีปากออก



ผมยกนิ้วหัวแม่มือขึ้นมาสัมผัสริมฝีปากของเธอซึ่งตอนนี้มันเป็นของผมไปแล้วอย่างแผ่วเบา

“แล้วตอนนี้คุณยังชอบมันอยู่มั้ยคะ” เธอถามเบาๆ

“ที่สุดและตลอดไปครับ” ผมยิ้ม

เธอกำลังกอดผม และศีรษะของเธอก็ซบอยู่บนแผงอกผม

เราเคลื่อนตัวไปตามเสียงเพลงอย่างช้าๆ 

และผมสาบานได้ว่าหัวใจของผมมันเต้นแรงมาก แรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอกผมแล้ว



เพลงสุดท้ายได้บรรเลงจบลง ผู้คนเริ่มทยอยกันกลับไปยังที่นั่งของตน



“จะว่าไป…”เธอช้อนตาขึ้นมองผม

ผมมองเธออย่างรอคอยว่าเธอจะพูดอะไรออกมา

“จะว่าไปมันก็ โรแมนติกดีนะคะ”

ผมยิ้มออกมา และแน่นอนเธอก็ยิ้มออกมา

มันโรแมนติกดีนะครับ คุณว่ามั้ย ;)








SHARE
Writer
Apisaraa
The youngest sister
LIVING ON MY PLUTO

Comments

khaikung
1 year ago
งดงามฮะ :)
Reply
Apisaraa
1 year ago
ขอบคุณนะคะ:)
Namkhing
1 year ago
ยิ้มบ้าเป็นวรรคเป็นเวร แงงงงง เขิงงงงงงง
Reply
Apisaraa
1 year ago
ขอบคุณนะคะ:)
Afternoonrain
1 year ago
ชอบมากค่ะ🍅 ขอสมัครเป็นfc รอติดตามเรื่องต่อไปนะ
Reply
Apisaraa
1 year ago
ขอบคุณที่ชอบนะคะ :)