someday—                          someday someday


"someday you will miss today"

1


หลังเลิกงาน ผมนั่งอยู่ที่บาร์ริมทะเล รอคอยพระอาทิตย์์์ตกเช่นทุกเย็น 

ผมยังคงใช้ชีวิตเช่นเคย-แบบเดิม

หากกลุ่มถ้อยคำเก่าๆ ยังคงล่องลอยไปมาอยู่ตรงหน้า 

ถ้อยคำที่เคยมีชีวิต... เคยเกิดขึึ้นจริง 

หากตอนนี้คงเหลือแต่วิญญานของถ้อยคำเหล่านัั้น 
.
..
...

ที่ยังคงวนเวียนอยู่รอบๆ ตัว






2


"กลางวัน"


"กลางคืน"


"ไม่สิ จริงๆ แล้วผมชอบตอนเย็นมากกว่า มันอยู่ระหว่างทั้งสอง"


"โกงนี่ ให้เลือกได้แค่สองช้อยส์นะ" 




"อ้า... แล้วเธอว่าทำไมกลางคืนคนเราถึงรู้สึกอ่อนไหวมากกว่ากลางวัน"   เธอถาม มองลึกมาในแววตา

"อืม..." 




ผมถอดแว่นสายตาออกมาเช็ด ภาพข้างหน้าพร่่่่่่่าเลือน

ผมมองไปรอบๆ
มองไปในความมืืืืืดมิดของท้องทะเลลึก 




"ในความมืด ใส่แว่นกับถอดแว่นไม่ต่างอะไรกันเลย"




"ต่างสิ ถ้าเธอรู้สึก" 


...


.............


.....................


ผมมองลึกไปในดวงตาเธอ เอามือสางผมสั้นๆ ที่ต้นคอเธอแผ่วเบา...  หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้า





"ท้องฟ้ามืดเร็วนะหน้าหนาว"

 เธอบอกออกมาลอยๆ 









2


ค่ำคืน-แสงสีเขียวจากเรือประมงเรียงรายอยู่ตรงเส้นขอบฟ้า 

เรากำลังขับรถเลียบไปตามชายหาด
มีเสียงเพลง Someday ของ Tatsuro Yamashita จากเครื่องเล่่นเทปคาสเสทท์ในรถเป็นแบ็คกราวด์ 


"someday  someday... 

someday" 


"ร้องได้แค่นี้เหรอ" 

"อือ" ผมตอบ 

เราต่างหัวเราะ




"เธอเคยเขียนแคปชั่นในไอจีว่า เส้นขอบฟ้าคือที่ๆ ท้องฟ้ากับทะเลมาพบกัน แต่มันไม่เคยมีิอยู่จริง เธอหมายถึงใครตอนนั้น"

"อืม... มันนานแล้ว ผมจำไม่ได้ แต่เส้นขอบฟ้าไม่เคยมีอยู่จริง นั่นแหละ.... 

-ใครบางคนก็แบบนั้น" 


"แต่เราจะมองเห็นได้ที่เดียว 

-คือที่ทะเล" 

เธอยิ้มหลังคำพูด





ผมเปิดกระจกรถ 
ลมทะเลพัดวูบเข้ามาจนผมเธอปลิว 
ผมมองเธอจากด้านข้าง ใบหน้าเธอสว่างและมืดลงตามระยะห่างของเสาไฟริมทาง
แสงที่ตกลงฝั่งเดียวทำให้จมูกเธอดูโด่งกว่าความเป็นจริง... เธอดูสวยกว่าทุุุุุกวัน


"ไหวนะ"  ผมถาม

"สบาย" 


เรานั่งดื่มกันที่่่่บาร์ตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ตก และเป็นผมที่ดื่มมากไป จนต้องให้เธอขับรถแทน

"ไปไหนต่อดี"

"ไม่รูู้สิ ขับช้าๆ ไปเรื่อยๆ ก่อนได้ไหม"  ผมบอก

"เธอติดนิสัยเรื่อยๆ เกินไปนะ"

"ทุกอย่างมีจังหวะเวลาของมัน เรื่ิิอยๆ แต่ไม่เคยหยุดนะ"

"เก็บเกี่ยวระหว่างทางว่างั้น"

ผมหัวเราะ 

"ความจริงความเรื่่อยๆ ของผม มันไม่เรื่อยนะ คุณอาจยังเห็นผมแค่ด้านเดียว"


"เหมือนที่เรามองเห็นดวงจันทร์" 



"dark side of the moon คุณยังไม่เคยเห็น" 

"แค่นี้ยังไม่พอเหรอ" 



เธอยิ้ม สูดหายใจลึก 



"อากาศดีจังคืนนี้" 





เราจอดรถที่ริมทะเล  ยืนเอนหลังพิงรถนิสสันบลูเบิร์ดสีีีดำ ปี 89'  มองดวงดาว และดวงจันทร์รูปเคียว


เธอจุดบุหรี่คาเมล เอามือป้องลม แสงไฟแช็คสว่างวาบขึ้นในความมืด ใบหน้าเธอชัดเจนขึ้นวูบหนึ่ง ก่อนมืดไป 

"เมื่อไหร่จะเลิก ดูดให้น้อยลงเถอะ"

"เธอก็ดูดนี่"  

"แต่ผมดูดไม่จัดเท่าคุณนี่ ว่าจะเลิกแล้วด้้้วย"

เธอโรยควันสีเทาจางออกมาเป็นสายขณะพูด

"ถึงเวลาเราก็เลิกเองแหละ เราเคารพในความคิดของคนอืื่นเสมอ คนเราคิดเองได้แน่นอน อันไหนดีไม่ดี"

"อยู่ที่จะทำหรือปล่าว" 

"บางเรื่องนะต่อให้ใครพูดยังไง เราก็ไม่ทำหรอก แต่พอถึงเวลาต่อให้ไม่มีใครบอก ก็ทำเองแหละ".   เธอพูดยาว 

"คุณมันดื้อชะมัด" 







"ทะเลกลางคืนจะไม่สวยเลย ถ้้้าไม่่่มี
ดวงดาวและดวงจันทร์" เธอพูดพลางเอามือซ้ายรวบผม 

"อือ.. ทะเลกลางคืนสีดำ กลางวันสีคราม ทั้งๆ คือที่แห่งเดียวกัน แสงสว่างทำให้เรามองเห็นความสวยงาม" 

"แต่ถ้าเราเห็นอะไรคนเดียว ไม่สวยงามเท่าเห็นด้วยกันหรอก ว่าไหม การแบ่งปันกัน ทำให้โลกงดงามขึ้น"

"อือ" 




"เวลามองทะเล เราก็มองเห็นท้องฟ้า ต่างแยกออกจากกันไม่ได้ เธอลองมองทะเลอย่างเดียวสิ มันไม่สวยเท่ามองรวมกันกับท้องฟ้าหรอก"  


ผมสูดหายใจลึก รู้สึกหนาวจนต้องเอาแขนเสื้อเชิ้ตลง 


"เหมือนเวลาเราอยูู่กัับใครบางคน" 








ภาพตรงหน้าพร่่่่่่่าเลือน 
ผมถอดแว่นสายตาออกมาเช็ด 

ก่อนมองไปรอบๆ 
มองไปในความมืืืืืดมิดของท้องทะเลลึก

"ในความมืด ใส่แว่นกับถอดแว่นไม่ต่างอะไรกันเลย"

"ต่างสิ ถ้าเธอรู้สึก" 


จากนั้น...

ผมรู้สึกถึงความหวาน-ซ่านที่ปลายลิ้นเจือกลิ่นเย็นบางๆ ของบุหรีี่ camel midnight ซึมซาบเข้ามาในช่องปาก 


และนั่นคือรสจูบแรกของเธอ 


ผมเอามือสางผมสั้นๆ ที่ต้นคอเธอแผ่วเบา ก่อนที่เธอจะถอนริมฝีปากออกไป



.


..


...





3

หลัังเลิกงาน
ผมนั่งอยู่ที่บาร์ริมทะเล รอคอยพระอาทิตย์์์ตกเช่นทุกเย็น



"วันนี้ขอ non alcohol เบียร์ครัับ istak ก็ได้" 

ผมบอกบาร์เทนเดอร์คนเก่า  ผมเห็นเขามาหลายปี ตั้งแต่เขายังผอมกว่าตอนนี้มาก

"วันนี้มาแปลกนะครับ เออ.."

เขาหยุดเหมือนกำลังคิดว่าจะพููููููดอะไรออกมาดีไหม 

"เอ่อ... แล้วคนนั้นไปไหนล่ะครับ" 

"ก็รู้นี่" ผมยิ้ม

"กี่คนแล้วครับ" เขาถามด้้้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง 

"ที่คุณเห็นกี่คนล่ะ" 

เขายิ้มแทนคำตอบ  วางขวดเบียร์ istak ตรงหน้าผม 



"ทำไมวันนี้ไม่เห็นสูบบุหรี่เลย"

"ผมว่าจะเลิก ไม่ยึดติดกับอะไรแล้วล่ะ การติดอะไรเป็นทุกข์ทั้งนั้น" 

"มาแนวสัจธรรมนะครับวันนีี้"




"วันนี้คุณดูเมากว่าดื่มเบียร์แรงๆ เสียอีก
เมาความรัก หรือความเศร้าครัับ"

"อืม เอาเถอะ ผมเคยเฝ้ารอเวลาก่อนนอนทุกคืนเพื่อที่จะได้คุยกับเธอ ผมเล่าเรื่องผีให้เธอฟังทุกคืนเลย"

"คนเราหลับได้ด้วยเรื่องแบบนี้เหรอ" เขาทำหน้าประหลาดใจ

"อืืืม จริงๆ คนเราไม่ควรรอคอย มันเปลืองเปล่า เรารอคอยพระอาทิตย์ตก รอคอยฝนฟ้า ยังแน่นอนกว่ารอคอยใครบางคน"

"แต่คุณก็รอ"

"คนเราบางทีก็แบบนี้" 

ผมมองไปที่ใบหน้้าเขา ก่อนเอ่ยถาม

"มีความสุขไหมครับชีวิตตอนนี้" 

"มีสิ ผมมีตลอดเวลา ได้ทำสิ่งที่รักแค่นี้ก็มีความสุขแล้วครับ"

"ความรักคุณล่ะเป็นยังไง" ผมถามต่อ และเป็นครั้งแรกที่ผมถามเขาเรื่องนี้ 

"อย่าพูดถึงเลย ผมไม่เคยมีความรักหรอก" 

"เป็นไปได้เหรอ ที่คนเราจะไม่มีความรัก"

"อ่า... อย่างน้อยผมก็รักพ่อแม่นะครับ" 

"เป็นความรักที่ไม่มีวันเจ็บปวด" 

"แน่นอนครับ ไม่มีวันเสียใจ...  
เอ่อ ฟังเพลงอะไรไหมครับ" 

"เอาแผ่นเดิมแล้วกัน...  
วันนี้คนน้อยนะ"

"วันธรรมดาก็แบบนี้แหละครับ"

"แน่นอน 
ชีวิตคนเรามีวันธรรมดามากกว่าวันพิเศษเสมอ"







4


ผมหยิบช่อกุหลาบขาวจากหลังรถ แล้วยื่นให้เธอ 

"อะ ผมให้"

"วันนี้ไม่ใช่วาเลนไทน์นี่ เอ๊ะ... หรือนี่โอกาสพิเศษอะไรเหรอถึงให้เรา"

"ไม่มีหรอก อยากให้ก็ให้  พิเศษทุกวัน ก็กลายเป็นธรรมดาแหละ"

"ขอบคุณนะ" 

"อือ"

"น่ีๆ เรานึกถึงประโยคในหนังสือเล่มหนึ่งของ โรอัลด์ ดาห์ล ที่บอกไว้ทำนองว่า... ชีวิตประกอบไปด้วยเรื่องราวพิเศษจำนวนน้อย และเรื่องราวธรรมดาจำนวนมาก"  

" ....แต่เรามักจดจำแต่เรื่องราวพิเศษเลยหลงลืมเรื่องราวมากมายที่เหลือไป" 

"เรื่องราวที่ทำให้เราสุขสุดโต่ง หรือทุกข์เจียนตาย นั่นแหละ คนเรามักจดจำได้ดี" 

"แต่เรื่องราวมากมายที่ทำให้ยิ้มบางๆ กับลืม"  ผมพูดต่อประโยคน้ัน

"อือ แบบนั้นล่ะ"

"แค่มีใครบางคนข้างๆ ทุกวันก็คือวันพิเศษแล้ว" 




"ขนาดนั้นเลย" 

ผมยิ้ม
 








"อืมม ความจริงเราไม่ค่อยชอบทะเลหรอก เราชอบแม่น้ำมากกว่า  แต่เราชอบทุกที่ที่มีน้ำ 
เวลาอยู่ใกล้น้ำ มันทำให้ใจเราสงบขึ้น" 

"แต่ผมชอบทะเล แล้วมาทำไมล่ะถ้าไม่ชอบ"
 
เธอหันมาสบตา ทำหน้ากวน





เสียงคลื่นตอนนี้เหมือนดังขึ้น


"สี่ทุ่มแล้วนะ" 

ผมพยักหน้า ก่อนหยิบกีตาร์จากหลังรถ จัับคอร์์ด DM ขึึ้นต้้้น ดีดคลอไปกับเสียงคลื่น 

"เอาเพลงนั้นสิ"

"ผมจำคอร์ดไม่ได้แล้ว...

Am G F แล้วอะไรนะ" 

"อะไร ลืมง่ายชะมัด"

"ก็ไม่ได้เล่นนานแล้ว"


หลังจากนั้นเราต่างเงียบ 


...



.....



........



วันหนึ่งเธอจะลืมเราไหม ?

แล้วเธอพูดออกมาลอยๆ










5

ในความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียก กฎมันมีอยู่ว่า หากใครเริ่มรู้สึกมากกว่า

-คนนั้นพ่ายแพ้-



ตกดึกคืนนั้น
เราเล่นดอกไม้ไฟกันเหมือนเด็กๆ กวัดวาดเป็นรูปต่างๆ แล้้วทายถามกัน

คืนนั้น-เรานอนด้วยกันในรถ






7

ผมนั่งอยู่ที่บาร์ริมทะเลเช่นทุกเย็น ถ้อยคำเก่าๆ ล่องลอยไปมาในอยู่ตรงหน้า

"เหงาไหมครับ" บาร์เทนเดอร์คนเดิมถาม ขณะที่กำลังใช้ผ้าเช็ดแก้วตรงหน้า 

"ผมนั่งดื่มคนเดียวจนชินแล้ว"

80% ของการด่ืม ผมชอบดื่มลำพังปล่อยความคิดไป หรือบางทีก็นั่งอ่านหนังสือ

แน่นอน
ผมเคยเหงายากกว่านี้ ก่อนที่เธอจะเข้ามาในชีวิต

"ทำไมการที่ใครบางคนเข้ามาในชีวิตกลัับทำให้เราเหงากว่าเดิม" 

ผมรู้สึกแบบนั้นตั้งแต่ที่เธอยังไม่จากไป 

"คุณเอาใจไปฝากไว้ที่คนอื่นยังไงครับ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้มันอยู่กับคุณมาตลอด"

"อืม คงใช่ คุณพูดถูกใจชะมัด" 

"กลับมารักตัวเองนะครับ เอาใจกลับมาไว้กับตัวเอง" 

เขายิ้ม มือยังคงง่วนอยู่กับการเช็ดแก้ว 

ผมพยักหน้้า ยิ้มตอบ





7



เวลาที่เราเจ็บปวด สูญเสีีย สิ่งที่เยียวยามักเป็นน้ำที่มีรสเค็ม
ทะเล เหงื่อ หรือแม้แต่น้ำตา...

ไอแซค ไดนีเสน


ผมจอดรถที่ริมทะเล ยืนเอนหลังพิงรถนิสสันบลูเบิร์ดสีีีดำ ปี 89' มองดวงดาว และดวงจันทร์รูปเคียว

กลิ่นทะเลลอยมาแตะจมูก
ทะเลคืนนี้ดูเงียบและคลื่นสงบ 

พระจันทร์เสี้ยวแขวนอยู่กลางฟ้า
แต่มันดูไม่สวยงามเท่าคืนนั้น

ผมจุดบุหรี่คาเมล มิดไนต์ตัวสุดท้ายในซอง
และสัญญากับตัวเองว่า  มันจะเป็นตัวสุดท้ายในชีวิต 

รสชาตินั้้นไม่เหมือนเคย
มันฉุนกว่าทุกวัน 

และแน่นอน ไม่หวานเท่าผ่านริมฝีปากเธอ 









8


Silent is the best answer
  

ผมเปิดไลน์ของเธอซ้ำไปซ้ำมา 

เธอยังคงไม่อ่านข้อความสุดท้าย



ความเงียบคือคำตอบที่ไม่ต้องเปล่งเสียง 




"วันหนึ่งเธอจะลืมเราไหม?.

คำถามเก่าล่องลอยมาตามสายลม

เถอะนะ... 

"ผมไม่รู้"





ใช่ ทะเลกลางคืนจะไม่สวยเลย ถ้้้าไม่่่มี
ดวงดาวและดวงจันทร์ 


บางที สักวันหนึ่ง -- เราอาจโคจรมาพบกันอีก


แม้ตอนนั้้นเราอาจจะแก่หง่อมไปตามเวลา


และทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิมแล้วก็ตาม...




"someday_  someday  someday" 




























































SHARE
Written in this book
dialogue 0.1
Writer
standfast
Wednesday's child
the sun is gone, but I have a light

Comments

pigyaoi26
2 years ago
สนุกดีนะแต่เสียดายอะเราชอบชายชายอะ555จะพยายามอ่านให้จบนะ^^
Reply
standfast
2 years ago
ขอบคุณครับ^^
Tannumwan
2 years ago
ไม่ได้ถึงกับ ร้องไห้ฟูมฟาย
แต่หน่วง ไปกับ
ความมืด ในเวลากลางคืน
สีเทา ของควันบุหรี่
ความหวาน ของริมผีปากที่ผสมกินบุหรี่จางๆ
ขอบคุณที่แบ่งบันประสบการณ์มาให้อ่านนะคะ
Reply
standfast
2 years ago
ขอบคุณมากครับ^^
N_Jarupong
2 years ago
เป็นเรื่องสั้นที่ บรรยาย จนคนอ่านเเทบจะพูดอะไรไม่ออกเลยครับ
Reply
standfast
2 years ago
ขอบคุณมากครับ^^