My heart will go on.
Every night in my dream I see you, I feel you. That is how I know you, go on.
หนึ่งในเพลงอมตะจากหนังโรแมนติกฟอร์มยักษ์ที่สุดแห่งทศวรรษเรื่องหนึ่ง "Titanic" ว่าด้วยเรื่องราวของโรส สาวผู้สูงส่ง กับแจ็ค หนุ่มชนชั้นแรงงานผู้ถูกรางวัลได้ล่องเรือสุดหรูหรา แถมยังได้ชื่อว่าใหญ่ที่สุดในโลก 

ชีวิตรักของทั้งสองเริ่มขึ้น จากฝ่ายโรสที่พยายามปลิดชีพเพื่อหนีความเบื่อหน่ายในชีวิต พลางมองหาอิสระที่แท้จริงจากโลกหน้า ทว่าแจ็คก็เป็นคนที่เข้ามาขวางไว้

ดูเหมือนว่าการเข้ามาของแจ็คจะเป็นกุญแจสู่อะไรบางอย่างที่โรสค้นหามาตลอด แจ็คได้นำโรสเข้าสู่ชีวิตอย่างชนชั้นกรรมาชีพ ใต้โถงเรือ ผู้โดยสารชั้นสามอาศัยกันอยู่อย่างเนืองแน่น ภายใต้สภาพที่อยู่กันอย่างอัตคัด กลับมีร่องรอยความสดใส และมีชีวิตชีวาจากการเต้นรำ และเสียงดนตรี ความโหวกเหวกสลัดหน้ากากที่ต้องสวมใส่ตลอดเวลาจนหมดสิ้น

โรสได้รู้จักกับอิสระครั้งแรก

นอกจากเสรีภาพที่แจ็คได้มอบให้เป็นของขวัญ ยังมีวิถีการดำเนินชีวิต โมเมนต์อันล้ำค่าบนเรือของทั้งสองคนเริ่มสร้างความสัมพันธ์อันซ้ำซ้อนให้ก่อตัวขึ้นทีละน้อย ฟูมฟักจนเบ่งบานขึ้นเรื่อย ๆ ภาพวาดอันวิจิตรที่ถูกร่างขึ้นอย่างประณีต ทีละเส้น ด้วยความเสน่หา เหมือนเป็นชิ้นส่วนสุดท้ายที่ทำให้ทุกอย่างชัดกระจ่างกลางใจ 

แล้วทั้งคู่ก็โถมเข้าหากันด้วยความปรารถนาที่จะรวมหัวใจให้เป็นอันหนึ่งอันเดียว

ทว่าโชคก็ไม่เข้าข้างทั้งคู่นัก ความดำมืดในจิตใจของผู้ที่สูญเสียของล้ำค่า กระทั่งศักดิ์ศรีชักนำให้ฮอคลีย์ดำเนินการอย่างอุกอาจ ใส่ร้ายป้ายสีแจ๊ค แล้วนำเขาไปคุมขังไว้

วาระสุดท้ายของไททานิคคืบคลานเข้ามาอย่างเงียบงัน จนกระทั่งเสียงดังสนั่นพร้อมแรงสั่นสะเทือนกระจายไปทั่วเรือ เหมือนกับตันจะรู้อยู่ก่อนแต่ก็สายเกินแก้ไปเสียแล้ว หลังจากวินาทีนั้นความอลหม่านก็เริ่มขึ้น เมื่อทุกชีวิตต้องหาทางเอาตัวรอด

ความตายไม่เคยแบ่งแยกชนชั้น

การอับปางลงของเรือที่ใหญ่ที่สุดในโลกเริ่มขึ้น ดูเหมือนมหาสมุทรในคืนนี้จะไม่เงียบเหงาเท่าใดนัก เสียงร้องระงม หวีดร้องอย่างหวาดกลัว แฟลร์นับร้อยดอกถูกจุดอย่างต่อเนื่อง หากมองเผิน ๆ ก็คงนึกว่าเป็นปาร์ตี้ที่ออกจะโหวกเหวกไปหน่อยท่ามกลางมหาสมุทร ถ้าไม่เข้าไปดูใกล้ ๆ ให้รู้ว่าความฉิบหายกำลังกลืนกินเรือทั้งลำ

หากเป็นมุมมองจากในหนังจะพบว่าคู่รักคู่หนึ่งกำลังดิ้นรนหาทางช่วยเหลือกัน ตัดภาพมาที่แจ็คผู้ถูกคุมขัง เขากำลังจะพบกับจุดจบของชีวิตอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทว่าครั้งนี้โรสเป็นคนช่วยยื้อชีวิตของเขาเอาไว้

กว่าสามชั่วโมงที่ท้องทะเลใช้ไปกับการกลืนกินเรือทั้งลำ แล้วทึ้งซากไว้ในเบื้องลึก หนึ่งพันห้าร้อยกว่าคนลอยเคว้งอยู่ท่ามกลางเศษซากที่อับปาง ร่องรอยความพินาศคลาคลุ้งไปทั่วผืนน้ำ เหลือเพียงชื่อ และเรื่องเล่าจากผู้รอดชีวิตไว้ให้จดจำ

My heart will go on ผลงานเพลงอมตะ หนึ่งในหลักฐานชั้นรองที่่ยืนยันความพินาศครั้งใหญ่ที่สุด ที่เกิดขึ้นกลางมหาสมุทรแอตแลนติก ประพันธ์โดยโปรดิวเซอร์มือทองอย่าง James Horner ร่วมกับ Will Jennings โดยได้นักร้องผู้เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์อย่าง Celine Dion มาขับขานให้เป็นที่โจษจัน นับเป็นหนึ่งในเพลงดังแห่งทศวรรษที่ 20 อย่างแท้จริง

ให้ใจของฉันล่องลอยไป นี่คือสิ่งที่ผมได้รู้จากการถามความหมายของชื่อเพลงกับเพื่อนตอนอยู่ ม.1 แต่ในบริบทการแปลจริง ๆ จนถึงตอนนี้ผมก็ไม่มั่นใจนักว่ามันแปลว่าอะไร แต่เท่าที่ดูมันจะออกไปแนวทางรักที่มั่นคง รักนิรันดร์เสียมากกว่า

เพลงค่อนข้างตรงตัว ไม่จำเป็นต้องคิดอะไรให้มากมายจริง ๆ แค่ปล่อยหัวใจไปกับเสียงเพลง และความหมายของมัน คุณก็สามารถเข้าถึงได้ไม่ยาก 

ทั้งดนตรี และเซลีน ดิออน ขับกล่อมออกมาได้อย่างหมดจดจริง ๆ เรียกได้ว่าสมกับชื่อเพลงจนน่าขนลุก

ไม่รู้ทำไมผมถึงได้นึกถึงเพลงนี้ ในวันที่ผมรู้สึกอกหัก (ไม่มากก็น้อย) อย่างเมื่อคืนที่ผ่านมา
เอาจริง ๆ ผมไม่ได้รู้สึกเหนียวแน่น ผูกพันอะไรขนาดนั้นนะ แค่รู้สึกดีด้วยเฉย ๆ แล้วอยากที่จะเริ่มต้นจริงจัง

แต่มาถึงตอนนี้ผมก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน ก็ได้แค่ปล่อยให้หัวใจล่องลอยไปกับความรู้สึกคิดถึงคุณสักพัก ก่อนจะกลับมาสู่ที่เดิมของมัน
SHARE
Writer
prestkt
Dreamcatcher
ผู้แสวงหาวิถีชีวิต

Comments