Light Up The Candle 🕯 1. "Leave it in your room."

กางเกงยีนส์สกินนี่สีซีดเหมาะกันดีกับช่วงขายาวของคนตัวสูงที่ยืนพิงกำแพงพ่นควันบุหรี่ที่ใกล้จะหมดมวนเต็มที แสงไฟบริเวณนี้เริ่มสว่างมากพอจะทำให้เห็นว่าผู้หญิงแปลกหน้าที่แนะนำเพียงชื่อของตนเองนั้นหน้าตาดีทีเดียว สันจมูกกับริมฝีปากบนที่เผยอขึ้นเล็กน้อยเพราะฟันกระต่ายที่เธอเห็นตอนอีกฝ่ายส่งยิ้มมาให้ ดวงตาสีเข้มเป็นประกายดูเจ้าเล่ห์แฝงด้วยอะไรบางอย่างอยู่ตลอดเวลา และแน่นอนหล่อนอ่อนเยาว์กว่าที่อึนบีคิดไว้มาก นอกจากกางเกงยีนส์เข้ารูปที่เข้ากันดีกับส่วนสูงแล้ว ท่อนบนก็เป็นเพียงเสื้อยืดง่ายๆ สวมทับด้วยแจ็คเก็ตยีนส์สีใกล้เคียงกับกางเกง

ก้นบุหรี่ถูกบี้ลงบนถาดทรายบนถังขยะ ยูจินเสยผมตัวเองขึ้นลวกๆ ก่อนจะหันมาทางอึนบี

"พี่บอกว่ามีคนตามมาเหรอ?"

อึนบีพยักหน้ารับ อันที่จริงเธอไม่ได้ตั้งใจจะเล่าอะไรให้คนที่เพิ่งเจอหน้ากันรับรู้ แต่อีกฝ่ายกลับเดาท่าทีไม่สบายใจของเธอได้ ราวกับมีพลังล่วงรู้ความนึกคิด ยูจินนั่งฟังเธออย่างตั้งใจแบบที่ไม่คิดว่าคนเพิ่งพบกันจะใส่ใจได้เท่านี้

"เขาชอบมาลวนลามเหรอ?"
"ทำนองนั้น"
"ก็ไม่แปลก พี่มีเสน่ห์ดึงดูดขนาดนี้"

ร่างสูงเพรียวนั้นกอดอกพูดทั้งรอยยิ้ม ดวงตาคู่นั้นเป็นประกายอีกแล้ว หากเป็นเพื่อนร่วมงานที่มักพูดจาแทะโลมเธอคงรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา แต่พอเป็นผู้หญิงตรงหน้ากลับรู้สึกประหม่ามากกว่า หญิงสาวขบเม้มริมฝีปากล่างอย่างลืมตัว

"เวลาขบปากตัวเองแบบนี้ก็ยังน่าจูบด้วย"

ยูจินพูดอย่างตรงไปตรงมาและอึนบีรู้ว่าหล่อนไม่ได้พูดส่งๆ เจ้าตัวผลุบตามองจ้องริมฝีปากของเธออย่างตั้งใจจนต้องหันหน้าไปทางอื่นเพื่อหนีจากสายตาคู่นั้น อึนบีได้ยินเสียงหัวเราะชอบใจก่อนจะรู้สึกได้ว่าคนตัวสูงขยับมายืนชิด พอหันกลับไปมองก็พบว่ายูจินทิ้งระยะห่างเพียงเล็กน้อยพลางโน้มหน้าลงมามองเธอใกล้ๆ เป็นอีกครั้งที่อึนบีได้กลิ่นเมนทอลของบุหรี่ในลมหายใจยามอีกฝ่ายเอ่ยปากพูด

"พร้อมจะกลับไปด้วยกันหรือยัง?"

อึนบีในวัยยี่สิบห้านั้นรู้ดีว่าในความหมายของคำถามนั้นคืออะไร หากเป็นในสถานการณ์ปกติเธอคงจะตอบปฏิเสธโดยไม่คิด แต่น่าฉงนที่สายตาตรงหน้ากับกลิ่นบุหรี่เย็นๆ ที่ลอยอยู่ในอากาศระหว่างเธอกับยูจินกำลังทำให้อึนบีลังเลใจในคำตอบ

"ทำไมถึงคิดว่าฉันจะต้องกลับไปพร้อมกับเธอ" ในที่สุดอึนบีก็เปล่งเสียงพูดออกมาได้ แต่น่าอายเหลือเกินที่มันดูเบาจนแทบหายไปในลำคอ และคนตรงหน้าจับน้ำเสียงเธอได้ ถึงยิ้มออกมา

"สายตาของพี่มันตอบว่าตกลงอยู่นะ"
"ฉันเปล่า..."

"งั้นเอาแบบนี้... ถ้าเดินออกไปแล้วผู้ชายที่ตามพี่ยังอยู่ ฉันจะไปส่ง ถ้าถึงประตูห้องพี่แล้วฉันยังทำให้พี่เปิดประตูเชิญชวนเข้าไปในห้องไม่ได้ ถือว่าฉันแพ้และจะยอมกลับไปแต่โดยดี โอเคไหม?"

อึนบีไม่รู้เลยว่าเธอควรตอบตกลงหรือปฏิเสธเสียตั้งแต่ตอนนี้ สิ่งที่อีกฝ่ายพูดมาก็ไม่ต่างอะไรกับการเอาตัวไปเดิมพัน แต่ถ้าไปถึงห้องแล้วเธอปฏิเสธ หล่อนคงจะไม่ดื้อดึงดันทุรังหรอกกระมัง

แต่ถ้าเธอใจอ่อนเปิดประตูเชิญชวนยูจินเองล่ะ?

มือกว้างยกขึ้นมาตรงหน้าอย่างรอคอยและใจเย็น ยูจินเลือกจะรอให้อึนบีตอบรับมากกว่าจะรุกเข้าหาเอง จากการพูดคุยเด็กสาวก็พอจะรู้ว่าอีกฝ่ายโดนคุกคามจากคนรอบตัวมาไม่น้อย และคงไม่ชอบหากจะมีคนแปลกหน้าที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่ถึงสองชั่วโมงถูกเนื้อต้องตัวโดยที่เจ้าตัวยังไม่ได้อนุญาต อึนบีมีท่าทีครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะหนึ่งก่อนจะยอมวางมือบนมือคนตรงหน้าให้พาเดินไปที่หน้าร้านด้วยกัน

เขายังอยู่ ยืนสูบบุหรี่อยู่ถัดไปสองช่วงตึก อึนบีรู้สึกกลัวขึ้นมาจนเผลอขยับตัวเข้าไปแนบชิดเกาะแขนคนที่ตัวสูงกว่า ถึงแม้อีกฝ่ายจะเป็นผู้หญิงเหมือนกัน แต่เธอกลับรู้สึกอุ่นใจอย่างประหลาดยามยืนแอบอยู่เบื้องหลังของยูจิน มืออุ่นบีบกระชับมือของเธอแล้วพาเดินไปด้วยกัน

"ปกติเขาคอยตามแบบนี้ไหม"
"ไม่ แต่วันนี้เขาดูพยายามจะชวนไปดื่ม"
"วันหลังก็บอกไปตรงๆ เลยสิว่ารำคาญ ไม่ชอบให้ตาม"
"เขาเป็นรุ่นพี่ที่บริษัท มันยากนะถ้าต้องทำงานโดยที่มีปัญหากับเขา"
"พวกผู้ใหญ่นี่ซับซ้อนกันจัง"

ยูจินพูดขึ้นเท้าก็ก้าวเดินด้วยจังหวะสม่ำเสมอโดยที่มือก็ยังจับกับมือเล็กของอึนบีไว้ไม่ยอมปล่อย หญิงสาวเริ่มสงสัยเสียแล้วว่าคนข้างตัวอายุเท่าไหร่ มาเที่ยวสถานที่อโคจรอีกทั้งยังดื่มเหล้าและสูบบุหรี่อีก

"เธออายุเท่าไหร่กันแน่?"
"แล้วพี่ล่ะอายุเท่าไหร่?"
"ทำไมถึงตอบคำถามด้วยคำถามล่ะ ฉันถามก่อนนะ"
"ไว้ไปถึงห้องพี่แล้วจะตอบ"

อึนบีย่นหัวคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยที่อีกฝ่ายทำตัวลึกลับและบ่ายเบี่ยงที่จะตอบคำถามของเธอ ระยะทางที่จะไปถึงห้องพักของอึนบีไม่ไกลนักอีกทั้งเวลานี้ยังดึกเกินจะรอรถประจำทางแล้ว หญิงสาวแอบลอบมองคนที่เดินจับมือเธอไม่ปล่อยและหลายครั้งยูจินก็มักจะรู้ตัวแล้วหันมาสบตาด้วย รอยยิ้มรู้ทันระบายบนใบหน้าโดยที่เจ้าตัวไม่พูดอะไร

"ที่นี่เหรอ?"

ในที่สุดทั้งคู่ก็มาหยุดยืนอยู่หน้าตึกหอพักของอึนบี ยูจินหันไปมองตามทางที่เดินและพบว่ามันว่างเปล่า ผู้ชายคนนั้นคงจะถอดใจไปแล้ว

"แล้วเธอจะกลับยังไง"
"เดินกลับมั้ง" ยูจินไหวไหล่เล็กน้อยพร้อมกับตอบคำถาม
"จะขึ้นไปหาอะไรอุ่นๆ ดื่มก่อนไหม..."
"นี่ถือเป็นการเชิญเข้าห้องหรือเปล่า?"

อึนบีรู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังหน้าแดง เหมือนมีก้อนอะไรจุกอยู่ที่คอจนพูดอะไรไม่ออกซักคำ หญิงสาวไม่ได้มีเจตนาเชิญชวนในเชิงนั้น แค่รู้สึกเกรงใจและคิดว่าต้องตอบแทนอะไรบ้างกับการที่อีกฝ่ายพาเธอมาถึงห้องอย่างปลอดภัย

แต่ความใกล้ชิดและดวงตาเป็นประกายตรงหน้ากลับทำให้อึนบีรู้ว่ายากเหลือเกินกับการจะวิ่งหนีหมาป่าที่แอบแฝงตีสนิทด้วยการเป็นเจ้าหมาเชื่องดูไร้พิษสง

"ขบปากอีกแล้ว ไม่มีใครเคยบอกเหรอว่าขบปากแบบนี้จะทำให้คนอื่นหมดความอดทน"

อึนบีเงยหน้ามองคนที่โน้มหน้าลงมาหา มือที่จับมือเธอไว้ยังคงไม่ปล่อย แต่ยูจินก็ใช้อีกมือช้อนท้ายทอยของเธอ ในวินาทีนั้นไม่ต้องมีใครบอกก็รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

อึนบีแทบลืมไปแล้วว่ารสจูบเป็นเช่นไร แต่เชื่อว่าไม่เคยจูบแล้วร้อนรุ่มเท่าครั้งนี้มาก่อน

แม้ว่าหญิงสาวจะไม่ได้ชอบกลิ่นของมันนัก แต่ต้องยอมรับเลยว่าตอนนี้เธอกลับรู้สึกวาบหวามยามรสจูบเจือกลิ่นบุหรี่จางในลมหายใจแบบนี้ คนตัวสูงกว่าป้อนจูบดูดดื่มจนจังหวะหายใจของอึนบีขาดห้วง ปลายจมูกเบียดกันยามยูจินเบี่ยงใบหน้าให้ริมฝีปากประกบแนบชิดและขบเม้มริมฝีปากของเธอ แม้จะเนิบนาบแต่กลับร้อนแรงอยู่ในที

ไม่เร่งเร้าแต่รุกเร้าราวหมาป่าที่กำลังต้อนกระต่ายเข้ามุมอย่างชาญฉลาด

ท้ายที่สุดแล้วอึนบีก็เปิดประตูต้อนรับยูจินให้เข้ามาอยู่ในห้องของเธอจนได้ ยิ่งไปกว่านั้นยังขึ้นมามาอยู่บนเตียงและบนตัวของเธออีกด้วย

เลือดในร่างกายสูบฉีดแรงจนรู้สึกได้ว่ามันทำให้ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวจนแทบจะระเบิด ยูจินถอนจูบออกไปแล้วแต่นั่นไม่ได้ช่วยให้ความทรมานหายไปด้วยเลย กลับกันการที่อีกฝ่ายไล่ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกจนหมดพร้อมทั้งฝากรอยจูบไว้บนเนินอกที่โผล่พ้นเสื้อชั้นในลายลูกไม้สีเนื้อยิ่งทำให้อึนบีร้อนรุ่มขึ้นเป็นทวีคูณ เรียวขายาวแทรกอยู่ในหว่างขาเนื้อผ้าสากของยีนส์ที่อีกฝ่ายสวมใส่กำลังเสียดสีกับถุงน่องสีเดียวกับเสื้อชั้นใน

"ใส่แบบนี้ทุกวันไม่อึดอัดเหรอ?"

มือกว้างปลดตะขอบราที่เกี่ยวกันอยู่ตรงกลางอกให้หลุดออกจากกัน อึนบียกมือขึ้นปิดทันทีก่อนที่ยูจินจะเห็นอะไรมากกว่านี้ คนที่คร่อมอยู่บนตัวเธอนั้นขยับยิ้ม ค่อยๆ จับข้อมือเล็กออกแล้วโน้มใบหน้าลงมาซุกทั้งจมูกและริมฝีปากกับเนินเนื้อนุ่ม คนใต้ร่างสะดุ้งเฮือกจนยูจินรู้สึกได้ ปากงับเม้มไปตามเนื้อขาวจัดที่โผล่ออกมาจากใต้ร่มผ้าทีละนิด เธอผ่อนลมหายใจร้อนออกมาเมื่อริมฝีปากสัมผัสยอดทรวงอกที่เป็นอิสระตรงหน้า

"อื้อ..."

หญิงสาวครางในลำคอเมื่อรู้สึกได้ถึงความร้อนชื้นจากปลายลิ้นที่ตวัดดุนเลียลงมา ร่างกายสะท้านและรับรู้ได้ในทันทีว่าช่องท้องขมวดเกร็ง อยากจะบีบขาเข้าหากันแต่ก็โดนอีกฝ่ายใช้ขายาวคั่นเอาไว้ราวกับรู้ทัน ปากร้อนนั้นขยับครอบครองเข้าไปเต็มคำ ยามยูจินออกแรงขบเม้มร่างกายก็ยิ่งตอบสนองออกมาที่กลางตัวจนรู้สึกชุ่มชื้น

ยูจินล่าถอยไปจากการซุกซนอยู่บริเวณหน้าอกแล้ว ดวงตาสีเข้มช้อนตามองสบตากับเธอ แต่สองมือก็รั้งถอดเอากระโปรงเข้ารูปร่นหลุดจากสะโพกออกไป อึนบีรู้สึกว่ามันน่าอายชะมัดที่ต้องมาเกือบเปลือยเปล่าต่อหน้าคนที่เพิ่งเจอกันได้ไม่กี่ชั่วโมง แต่ร่างกายก็ตอบสนองต่อสัมผัสของอีกฝ่ายจนน่าตกใจ

ราวกับยูจินล่วงรู้ถึงจุดอ่อนในตัวเธอไปเสียหมด

"พี่ตอบสนองดีจัง" ยูจินเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม อึนบีรู้ว่าหล่อนหมายถึงอะไรและมันน่าอายเกินกว่าจะกล้าสบตาตรงๆ เธอเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ถุงน่องกับกางเกงชั้นในถูกมือคู่เดิมลากถอดออกไปและหญิงสาวรับรู้ได้เลยว่ามันซับความเปียกชื้นที่กลางตัวเธออกไปด้วย คนตัวสูงที่เคยคร่อมอยู่บนตัวบัดนี้ขยับลงไปและไม่วายประทับรอยจูบผ่านหน้าท้องที่หดเกร็งเป็นระยะ ริมฝีปากอุ่นแนบจูบไปตามซอกขา

"ย...อย่ามอง"
"ห้ามได้เหรอ?"

ยูจินไม่ได้ทำเพียงแค่มองแต่ยังสัมผัสส่วนที่ตอนนี้ไวต่อความรู้สึกที่สุดด้วยริมฝีปากและปลายลิ้น อึนบีหายใจขาดห้วง สะโพกเผลอเกร็งยกจากเตียงเล็กน้อยเพราะความวาบหวามที่ยูจินปรนเปรอให้ ลมหายใจร้อนของคนที่ง่วนอยู่ในหว่างขายิ่งทำให้หญิงสาวระทวยมือไม้อ่อนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อึนบีป่ายปัดมือไปดันแก้มอีกคนออกด้วยความทรมานแต่มือกว้างของอีกคนก็จับมือเธอไว้พร้อมกับสอดนิ้วประสานกันไว้แน่น

อึนบีในตอนนี้กำลังถูกพันธนาการจนไม่สามารถจะหนีไปไหนได้อีกแล้ว

"ยู...ยูจิน เดี๋ยว..." เสียงร้องค้านเบาแทบหายไปในลำคอ อึนบีรู้สึกอายเพราะเสียงที่เปล่งออกมาสั่นสะท้าน ยิ่งยูจินลงน้ำหนักริมฝีปากกับลิ้นลงมาเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองนั้นใกล้หมดความอดทนอดกลั้นเต็มที ภายในช่องท้องร้อนวูบวาบ แค่เพียงอึดใจร่างทั้งร่างก็กระตุกอย่างแรง ปลายเท้าเกร็งจิกลงกับที่นอน สองมือที่ถูกจับยึดไว้แน่นหนาก็ระบายออกด้วยการจิกเล็บไปบนหลังมือของอีกคนที่รังแกเธออย่างแรง

ในความมืดสลัวเธอเห็นยูจินกำลังหยัดตัวขึ้น พร้อมกับปาดริมฝีปากที่กำลังยกยิ้มอย่างพอใจ อึนบีเบือนหน้าหนีไม่กล้าสู้สายตา แต่อีกฝ่ายก็ขยับขึ้นมาหาฝากรอยจูบไว้บนเนินอกอีกครั้งไล่ขึ้นมาตามลำคอที่เริ่มชื้นเหงื่อ

"พี่ตอนนี้ดึงดูดสายตาฉันยิ่งกว่าตอนที่เจอกันที่ร้านซะอีกนะ"

"ทำแบบนี้บ่อยเหรอ?"

อึนบีเอ่ยถามเสียงแผ่วหลังปรับลมหายใจให้เป็นปกติได้ เธอไม่ได้ตัดพ้อ หากแต่มันเป็นความสงสัยในตัวผู้หญิงแปลกหน้าที่ทำให้เธอสมยอมสำเร็จตามที่ได้พูดเอาไว้ จะว่าเสียใจก็ไม่เชิง อึนบีไม่ใช่สาวแรกรุ่นวัยสิบหกที่เพิ่งหัดมีความสัมพันธ์บนเตียง แต่ก็เป็นครั้งแรกที่ยอมให้คนที่เพิ่งรู้จักกันล่วงล้ำพื้นที่บนเรือนร่าง

นิ้วเรียวค่อยๆ ดันปลายคางให้อึนบีหันมาสบตาด้วย ดวงตาสีเข้มตรงหน้ามองลึกราวกับกำลังอ่านความคิด ยูจินโน้มใบหน้าลงมาหาแนบจูบอีกครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้อ่อนหวานและนุ่มนวลกว่าก่อนหน้านี้มาก นานนับนาทีกว่ายูจินจะถอนจูบออกไปแต่ริมฝีปากก็ยังคลอเคลียไม่ห่าง

"ถ้าบอกไปจะเชื่อหรือเปล่า?"
"ลองบอกมาสิ" อึนบีเม้มปากหลังเอ่ยตอบ

"พี่เหมือนดอกไม้ที่ฉันไม่สามารถเดินผ่านไปโดยไม่พยายามครอบครองไม่ได้"

ความหมายจริงๆ ของคำพูดของหล่อนมันคืออะไรกันนะ?
ควอนอึนบีที่เป็นแค่ดอกไม้ริมทาง นึกอยากจะเด็ดก็เอื้อมมือมาเด็ดไปเหรอ?
หรือเพราะถูกตาต้องใจไม่เหมือนใครจนอยากจะครอบครองเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว?

หญิงสาวไม่รู้จริงๆ ว่าเธอมีคุณค่าแค่ไหน...

"พรุ่งนี้เธอจะหายไปหรือเปล่า?" อึนบีเอ่ยถาม ยูจินขยับยิ้มจนเห็นลักยิ้มที่ข้างแก้มอีกครั้ง

"อยากให้อยู่หรือเปล่าล่ะ?"

แทนคำตอบ อึนบีใช้สองแขนรั้งคออีกฝ่ายลงมาหาและเป็นฝ่ายป้อนจูบดูดดื่มเสียเอง ไม่มีบทสนทนาด้วยคำพูดใดๆ ระหว่างคนทั้งคู่อีก แสงจากพระจันทร์ส่องลอดมู่ลี่ที่หน้าต่างเข้ามาภายในห้อง แม้อากาศภายนอกจะเหน็บหนาวแค่ไหน แต่ไออุ่นจากผิวกายที่เสียดสีกันก็ทำให้ร้อนจนเหงื่อออกชุ่มชื้นไปบนที่นอน

พายุอารมณ์สงบลงเมื่อยามนาฬิกาบอกเวลารุ่งสาง นาฬิกาดิจิตอลที่หัวเตียงดังเตือนบอกเวลาตีห้าเหมือนทุกวัน เพียงแต่วันนี้คนที่เอื้อมมือไปปิดไม่ใช่เจ้าของตัวจริง แต่เป็นคนที่ประคองกอดอึนบีที่หมดแรงแม้แต่จะลืมตามองที่เป็นคนกำจัดเสียงรบกวน

"ฝันดีนะ"

รอยจูบอุ่นที่ขมับกับเสียงกระซิบอวยพรให้กับอึนบีที่กำลังจะเข้าสู่ห้วงแห่งความฝัน

อ้อมกอดกับจูบนี่มันคือความฝันหรือความจริงกันแน่นะ?

13:01 PM.

ควอนอึนบีลืมตาตื่น แสงแดดยามบ่ายกำลังส่องลอดผ่านมู่ลี่พาดมาบนตัวของเธอ นาฬิกาดังเตือนบอกเวลา อึนบีเป็นคนตั้งมันเอาไว้เองเพื่อให้ตัวเองไม่นอนกินบ้านกินเมืองแม้จะเป็นวันหยุดของเธอก็ตาม หญิงสาวเอี้ยวตัวมองที่นอนข้างตัวและพบว่ามันว่างเปล่า

เป็นอย่างที่คิดจริงๆ หายไปราวกับไม่เคยมีอยู่จริง

เธอรวบกอดผ้าห่มที่ห่อร่างเปลือยเปล่าของตัวเองแล้วหยัดตัวขึ้นนั่ง ท้องน้อยเสียววูบวาบราวกับย้ำเตือนว่าเรื่องเมื่อคืนระหว่างเธอและผู้หญิงแปลกหน้าเกิดขึ้นจริง ไม่ใช่เพียงความฝันยามค่ำคืนของเธอเพียงฝ่ายเดียว

แต่อึนบีก็คิดไว้อยู่แล้วว่ามันก็คงเท่านี้ พอเช้าหล่อนก็จะจากไป คำพูดหวานหูก็เป็นเพียงกับดักให้เธอหลงกล เผลอหลงระเริงก็จะรู้สึกไม่มีค่าอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้

หญิงสาวถอนหายใจ นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยได้ไม่นานก็บอกตัวเองว่าควรจะลุกจากที่นอนและทำตัวให้มีประโยชน์มากกว่ามานั่งคร่ำครวญถึงวันไนท์แสตนด์ที่เธอเองก็เต็มใจ แต่ยังไม่ทันลุกจากเตียงสายตาก็ไปสะดุดกับแจ็คเก็ตยีนส์สีซีดที่ถูกแขวนไว้บนที่แขวนเสื้อโค้ทข้างโค้ทสีฟ้าของเธอ ซึ่งอึนบีมั่นใจมากว่าในชีวิตไม่เคยมีเสื้อแบบนี้มาก่อนในชีวิต

เสื้อของยูจิน?

ที่กระเป๋าเสื้อมีปลายกระดาษโผล่ออกมาอย่างจงใจ

แจ็คเก็ตตัวเก่งของฉัน ถือว่าเป็นตัวประกัน
ฝากเอาไว้ก่อน แล้วฉันจะมาเอามันคืน
ขอโทษด้วยที่ทำได้แค่มองพี่ตอนหลับ
แทนการรอให้พี่ตื่นมาเจอหน้า
หวังว่าจะได้เจอกันอีกเร็วๆ นี้นะ

อันยูจิน 

แจ็คเก็ตของยูจินที่มีกลิ่นบุหรี่จางๆ น่าตลกชะมัดที่อึนบีกำลังยิ้มให้กับแจ็คเก็ตและกระดาษที่มีลายมือหวัดๆ ใบนึงอยู่คนเดียว

เราจะเจอกันอีกเมื่อไหร่กันนะอันยูจิน...


                                                                            To Be Continued...

แต่งก่อนไฟจะดับตอนแปดโมงครึ่ง... อยากเขียนให้จบตอน เพราะนั่งคิดนอนคิดมาหลายวันแล้วว่าจะเขียนต่อยังไงดีน้า ติดเกมแต่เล่นเกมไปก็คิดฟิคไป 555555 ฉากเอนซีอาจจะไม่หวือหวา(หรือเปล่า?) แต่ก็อยากเก็บความหวือหวาไปไว้ตอนอื่นๆ บ้างเนอะคะ มันเพิ่งเริ่มต้น 

ฉากสูบบุหรี่มันเป็นเพียงเรื่องสมมติของตัวละคร ไม่ได้มีเจตนาทำให้น้องเสื่อมเสียนะคะ ถ้าใครไม่พอใจก็ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย ใครที่อ่านก็ขอให้สนุกน้า เจอกันตอนหน้าค่ะ ขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนงานของเราเสมอมา ทุกคอมเม้นท์ทุกทวีตที่ติดแท็กฟิคเป็นกำลังใจสำหรับเราอย่างดีจริงๆ ขอบคุณกมากๆ เลยนะคะ



SHARE
Written in this book
Light Up The Candle (Yujin x Eunbi)
Hastag #TheCandlex on Twitter.
Writer
sky_H
Writer / Gamer
My sky losing the BLUE color.

Comments

gamgub
4 months ago
ก็คาดไว้ว่าน่าจะมาแนวนี้ แต่ไม่คิดว่าจะตั้งแต่ตอนแรกเลยอ่ะค่ะพี่ กรี้ดดดดด5555555
ตามมาจากในทวิตและจอยค่ะ หนูยังคอยตามอ่านอยู่เสมอ รอยุจคังตามที่พี่เคยบอกว่าถ้าเปิดได้ใครจะแต่งยุจคู่คนนั้นด้วย
รอตอนต่อไปนะคะ แม่ไม่จิงงงงงงง
Reply
Methi_
4 months ago
บ้าบอออ!!! เทออันยูจินน เทอน่ะร้ายที่สุด หลอกล่อเก่งนักนะ ดูเปนคนคาดเดาไม่ได้เลยจริงๆ /อหหหนี่ขนาดพี่บอกncไม่หวือหวา แต่ท้องคนอ่านนี่วูบวาบหมดแล้วค่ะ ฟฟ
Reply
DragonSlayer
4 months ago
ติดตามค่า ภาษาสวยมั่กๆๆ
Reply
JinZhou
3 months ago
ร้ายจริงๆอันยูจิน มีเสน่ห์มากเจ้าเด็ก ฟิคของคุณนี่สมูธมากจริงๆ ชอบทุกฉากเลยค่ะ เข้ากันมาก เอนซีไม่หวือหวา !!!! นี่ขนาดไม่หวือหวา!! ดิฉันใจเต้นมาก! หน้าร้อน แล้วหวือหวาจะขนาดไหน กรี๊ด
Reply
farasmars
3 months ago
ยุจ เทอมันร้ายที่สุดดดด เขินมากเขินไม่ไหวแล้วค่ะ สู้ๆนะคะ ชอบมากเลยค่ะ;-;
Reply