ชีวิตจะ Productive กว่านี้ ถ้าไม่มีคำว่า “เดี๋ยวค่อยทำ”
พอเริ่มมีอายุมากขึ้น เราเองรู้สึกว่ายิ่งต้องกอบกู้ความมี ‘วินัย’ กลับมาแล้วก็ต่อต้านอาการผัดวันประกันพรุ่งออกไปจากชีวิตให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ คุณผู้อ่านเห็นด้วยไหมครับ ว่าแล้วก็ขอไปนอนเอาแรงสักงีบเพื่อที่จะได้มีพลังกลับมาเขียนประเด็นนี้ต่อ

ฮั่นแน่! อารมณ์แบบนี้แหละครับตัวดี อารมณ์ผสมกับความคิดที่บอกเราให้ไปงีบเมื่อกี้นี่แหละที่ทำให้เราทำงานไม่เสร็จจนยืดเยื้อไม่จบไม่สิ้น

คำถามคือเราควรจัดการอย่างไร ก็บังเอิญไปอ่านบทความจาก The Atlantic ในหัวข้อ The Procrastination Doom Loop—and How to Break It Delaying hard work is all about your mood. ซึ่งภาพรวมก็ไม่ได้เจอคำตอบที่แน่ชัดว่าจะแก้ไขได้สักเท่าไหร่ แต่มีประเด็นที่น่าสนใจเล็กๆ น้อยๆ ครับ

ผู้เขียนบทความนี้คือ Derek Thomson เป็นนักเขียนหนุ่มในเว็บ Atlantic เนี่ยแหละ เคยออกหนังสือแนววิทย์ อย่าง Hit Makers: The Science of Popularity in an Age of Distraction มาแล้ว

บังเอิญว่าหัวข้อที่พี่ Thomson เขียนเนี่ยมันน่าสนใจ พออ่านเอาใจความสำคัญก็พบว่าเรื่องอาการ ‘โรคเลื่อน’ หรือ ‘ผัดวันประกันพรุ่ง’ เนี่ย มันต้องเช็คดีๆ นะว่าเราเป็นแบบไหนระหว่าง Reasonable Delay กับ True Procrastination พอจะนึกออกใช่ไหม

ประเภท Reasonable Delay บางคนอาจไม่ได้เป็นโรคชอบเลื่อนหรอก แต่มันมีเหตุผลของมันให้จำเป็นต้องเลื่อนออกไป โดยที่เราไม่ได้กำหนดหรือตัดสินใจเลื่อนเอง เช่น เลือกตั้ง....เอ้ยไม่เอาสิๆ เออแบบลองคิดเองก็ได้ ส่วนประเภท True Procrastination ก็ตามชื่อเลยจ้า

อาการโรคชอบเลื่อนนั้นมันเกิดจากเส้นบางๆ ในความคิดและอารมณ์ของเราซึ่งมันส่งผลแบบเฉียบพลันแบบที่เราไม่ทันตั้งตัวเลยทีเดียวนะ อาการมันจะออกคล้ายเราคุยกับตัวเอง ถ้าเราใช้คำที่คุยกับตัวเองผิดไวทยากรณ์แม่งมีโอกาสเลื่อนทันที เช่น เราจะตอบอีเมลกลับไปถ้าผมมีเวลาว่างนะ ลองไปฟังอีกแบบ เราควรตอบอีเมลกลับไปเดี๋ยวนี้! ไหนๆ เราก็อยู่หน้าคอมแล้วนี่หว่า

ในขณะเดียวกันนักวิทยาศาสตร์ก็มีการศึกษาอาการโรคเลื่อนได้อย่างน่าสนใจว่ามีสาเหตุใดบ้างที่จะทำให้เราไม่เกิดอาการโรคเลื่อนกำเริบ แล้วก็พบว่าสาเหตุที่จะทำให้เราลงมือทำเลยคือ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นโดยทันทีแบบไม่ต้องรอมากนัก ในบทความนี้ยกตัวอย่างการไปหาหมอฟัน แน่นอนว่าเรารู้ว่าเสียเงินแน่ๆ เสียวฟันแน่ๆ ทรมาณจากเสียงขูดหินปูนแน่ๆ แต่ทำแล้วฟันสะอาดและขาวโดยพลันในระยะเวลาอันสั้น โอ้ย...ไปทำเลยดีกว่ายอมอารมณ์ประมาณนี้

นอกเหนือจากนักวิทย์แล้วนักจิตวิทยาอย่าง Joseph Ferrari จาก DePaul University ยังกล่าวแซมจิกกัดโรคเลื่อนผัดวันประกันพรุ่งอีกว่า เป็นโรคที่ Time Management ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลย แถมอาจารย์ Ferrari ยังระบุว่าโอกาสเกิดโรคเลื่อนนี้มีอยู่ 2 เหตุผลคือ

1. เราอยู่ในโหมดอารมณ์ศิลปินมากเกินไป คือ เอาอารมณ์เป็นที่ตั้ง มีอารมณ์ค่อยกลับมาทำ

2. เป็นประเภทคิดเยอะ อารมณ์แบบ ถ้าเราทำแบบนี้ตอนนี้...อีกหน่อยเราจะ...บลาๆ

แต่สำหรับข้อ 2 โดยส่วนตัวผมมองว่าน่าจะเป็นแบบ Reasonable Delay มากกว่า True Procrastination นะ ซึ่งทั้ง 2 ข้อที่เอยมานี้อาจารย์บอกว่ามีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิด วงจรอุบาทว์ของการผัดวันประกันพรุ่งนะ คือมันจะค่อยๆ ถอดสิ่งสำคัญที่เราต้องทำออกไป และสุดท้ายมันจะทำให้เรารู้สึกแย่ รู้สึกผิด จนกระทั่งเกิดความละอายแก่ใจ เฮ่อ...

ถามว่ามีทางออกในการแก้ไขสถานการณ์พวกนี้ไหม มีแน่นอน ด้วยการออกแบบเดทไลน์ให้มันเกิด Productive มากขึ้นไง อ่าว...ออกแบบยังไงว่ะ จริงก็ออกแบบอย่างที่หลายคนทำไว้คือ การตั้งเวลาเตือนให้ทำในสิ่งที่ต้องทำ ณ เวลานั้น หรือการเตือนว่าถ้าเราไม่ทำแล้วจะส่งผลกระทบอะไรต่อคนอื่นๆ บ้าง ข้อหลังก็เป็นกุศโลบายในการเตือนตัวเองว่าถ้าไม่อยากให้คนอื่นเดือดร้อน จงทำซะอย่ารีรอ

แต่เอาเข้าจริงถึงแม้ว่าจะลองตั้งแล้ว แต่โรคเลื่อนก็กลับมาอยู่ดี มีอีกวิธีคือการทำให้สร้างตัวเลขหรือสิ่งที่เราต้องศูนย์เสียโอกาสแบบจับต้องได้ จากกรณีศึกษาของ Dan Ariely ที่ได้มีการทำการทดลอง ด้วยการให้นักเรียนจำนวน 60 คน แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ทำการตรวจคำผิดคำถูกในบทความจำนวน 3 บทความ 

โดยแต่ละกลุ่มจะมีเวลาในการตรวจแตกต่างกันออกไป เช่น กลุ่มหนึ่งมีเวลา 3 สัปดาห์ กลุ่มที่สองมีเวลาสัปดาห์เดียว กลุ่มที่สามไม่กำหนดเวลาให้ ที่เหนือสิ่งอื่นใดคือกฏที่ตั้งไว้ว่า ถ้าบทความของกลุ่มไหนมีคำผิดและส่งงานล่าช้าจะต้องจ่ายเงินชดเชยจากเงื่อนไขดังกล่าวไป

ผลปรากฏว่ากลุ่มที่สามทำออกมาได้เร็วที่สุด เพราะรู้ว่าอย่างน้อยถ้าจะรอดจากการโดนลงโทษก็ต้องทำให้เร็วกว่ากลุ่มที่สองและต้องละเอียดมากกว่ากลุ่มที่หนึ่งซึ่งมีเวลามากกว่า เรียกได้ว่าพอเรารู้ว่าโอกาสที่เราจะศูนย์เสียจากการไม่ลงมือทำเลยนั้นต้องแลกมาด้วยอะไรบ้าง เราจึงไม่ลังเลยที่จะเฉยเมยกับสิ่งที่ต้องจัดการตรงหน้า ซึ่งเราสามารถเอาไปประยุกต์ใช้กับสิ่งอื่นๆ ได้มากมาย เช่น การออกกำลังกาย การเก็บเงิน หรือแม้กระทั่งการทำความสะอาดบ้านที่หลายคนขี้เกียจแต่ก็ต้องทำเพราะอยากให้ภรรยาอารมณ์ดี

ไม่ใช่ชีวิตคนอื่นคนไกล...ชีวิตของผมเองล้วนๆ ครับ :) 
SHARE
Writer
Ohmsiri
Writer
Page CreativeSalary / Books: สิ่งที่เจ้านายไม่เคยบอก / เปิดเทอมใหญ่วัยทำงาน / Podcaster ออฟฟิศ 0.4 / คอลัมนิสต์ aday Bulletin

Comments

Milkyway_1989
3 months ago
เขียนดีค่ะ
Reply
Ohmsiri
3 months ago
ขอบคุณครับคุณมิลค์ 
Khrtti
3 months ago
เห็นภาพตัวเอง​5555😆
Reply