เพื่อนกันมันก็ดีอยู่แล้ว
เป็นเพื่อนกันมันก็ดีอยู่แล้ว

ผมยิ้มให้กับประโยคที่ได้ยินจากภาพยนตร์ที่กำลังเป็นกระแสในช่วงเวลานี้เล็กน้อย เหลือบมองคนข้างกายที่ดูจะชอบอกชอบใจกับมันไม่น้อย 

มันหันมาสบตากับผม ประดับรอยยิ้มมุมปากร้ายกาจที่ผมชื่นชอบก่อนจะยื่นมือมาดึงแก้มผมด้วยความหมั่นเขี้ยว

"เข้าใจไหม?" มันยื่นหน้าเข้ามากระซิบก่อนผละห่างออกไปในเสี้ยววินาที ผมส่ายหน้าเล็กน้อย 

เข้าใจ...กูเข้าใจเลยล่ะครับเพื่อน
ก็ไอ้ผมมันติดอยู่ในสถานะ 'เพื่อน' มานาน ถึงจะอยากเป็นมากกว่านั้นก็คงยาก แต่ผมโอเคนะ บอกจากใจจริงเลย

ผมนั่งดูภาพยนตร์ฉายต่อไปกับคนข้างกาย เห็นมันยิ้มได้หัวเราะออกก็พลอยมีความสุขไปด้วย 

อืม

ผมกับมันเป็นเพื่อนสนิทที่สนิทกันกว่าเพื่อน

แต่มันชอบบอกว่า ผมเป็นเพื่อนสนิทที่มันเกลียดที่สุด

รู้สึกพิเศษจังเลย มีสถานะใหม่กับมันตั้งแต่ตอนไหนไม่อาจทราบ 

"หืม?" ผมเลิกคิ้วเล็กน้อยในยามที่ภาพยนตร์ฉายมาจนถึงช่วงท้าย มือของคนข้างกายขยับมากอบกุมมือผม

หันไปมองก็เห็นมันเอียงหน้ามองมาทางเดียวกันจนกลายเป็นว่าตอนนี้เรากำลังสบตากันอยู่เสียอย่างนั้น

ผมยักคิ้วกวนมันอย่างที่ชอบทำ แต่มันจ้องผมนิ่ง ผีเข้าเหรอวะ? 

อยู่ด้วยกันนาน ๆ นะ

เสียงในฟิล์มดังขึ้นในจังหวะเดียวกันกับที่มันพยักเพยิดหน้าส่งมาด้วยรอยยิ้ม ดวงตาใสแจ๋วเหมือนแมววาววูบล้อไปกับแสงจากจอภาพยนตร์ มันขยับใบหน้าเล็ก กดจมูกลงบนแก้มผมพร้อมผละกลับไปนั่งนิ่งอย่างรวดเร็ว

เพื่อนที่ไหนเขาหอมแก้มกันวะครับ?
ผมก้มไปกระซิบถามคนตัวเล็กกว่า 

ใครเพื่อนมึง 
ผมขมวดคิ้วเล็กน้อย ยังไม่ทันได้ถามอะไรต่อ มันจรดลงนิ้วลงบนปาก ส่ายหน้าด้วยรอยยิ้มกวนเส้นประสาท

นี่แฟน
ไอ้เตี้ยข้างกายขยับปากพูด หากไร้เสียงใดเล็ดลอดมาจากริมฝีปากได้รูป

ผมหลุดหัวเราะ ยิ้มกว้างพลางเอื้อมแขนไปกอดคอมันพลางยกมือขยี้หัวคนข้างกายอย่างหมั่นเขี้ยว

จู่ ๆ ก็มีแฟนเฉยเลยว่ะ








SHARE
Writer
Tawanwad
Writer
When life gives you lemons , make lemonade .

Comments