The more you let me down, the less I feel about you
"สักสาม-สี่ทุ่มไหม เดี๋ยวเค้าไปรับ"
ข้อความจากชายหนุ่มที่ฉันกำลังศึกษาดูใจอยู่ปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ
วันนี้เรานัดเจอกัน หลังจากที่ไม่ได้เจอกันมาร่วมสัปดาห์

"ทำไมต้องมารับล่ะคะ เค้าไปเองได้"

"ทำไมถึงไปรับไม่ได้"

"มารับได้ค่ะ แต่เค้าก็ขับรถเองอยู่แล้ว 
เธอจะได้ไม่ต้องวนรถมา แล้วพรุ่งนี้เธอจะได้ไม่ต้องมาส่งเค้า"
ด้วยความที่ฉันไม่อยากจะเป็นภาระเขา รวมไปถึงอยากจะขับรถเองเสียมากกว่า
ทำให้ฉันตอบกลับเขาไปแบบนั้น แต่ในใจลึก ๆ แล้ว ฉันก็แอบดีใจอยู่นิด ๆ 
จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามที่ทำให้เขาต้องขับรถออกมา 
หรือจะด้วยเขาต้องผ่านคอนโดฉัน เขาจึงแวะมารับ
แต่มันก็ทำให้ฉันรู้สึกว่า ฉันเองก็มีความสำคัญต่อเขาอยู่บ้าง

"เดี๋ยวไปรับเอง"

"โอเคค่ะ"


ฉันมาถึงบ้านของเขาด้วยความเหนื่อยล้าจากการทำงาน
จากที่ฉันไม่ค่อยพูดอยู่แล้ว ความอ่อนเพลียยิ่งทำให้ฉันพูดน้อยกว่าปกติ
เราใช้เวลาดูรายการต่าง ๆ บนโซฟาตัวเดิมด้วยกันเช่นเคย
แม้จะไม่มีอะไรพิเศษ แต่ฉันก็มีความสุขที่ได้ใช้เวลาร่วมกับเขา
เหมือนฉันใช้ชีวิตมาตลอดทั้งวัน ทั้งสัปดาห์ ก็เพียงเพื่อรอเวลาที่จะได้เจอกับเขา

แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม
ใช่.. ฉันมีความสุขที่ได้ใช้เวลาอยู่ข้าง ๆ เขา
แต่ในความสุขนั้นมีบางอย่างที่กวนใจฉัน
บางอย่างที่บ่งบอกว่า ความรู้สึกของฉันมันน้อยลง

จนกระทั่งฉันถามหารูปแฟนอาร์ต ที่ฉันให้เป็นของขวัญวันวาเลนไทน์เขา
เพราะตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในตัวบ้าน ฉันไม่เห็นมันอยู่มุมไหนของบ้านเลย
เขาที่กำลังนั่งพันลวดบุหรี่ไฟฟ้า ได้พยักพเยิดไปที่เคาน์เตอร์วางของมุมหนึ่งของตัวบ้าน
"วางอยู่เนี่ย"

จากมุมที่ฉันนั่งอยู่ ฉันมองไม่เห็นกรอบรูปที่ว่านั่น
ฉันจึงลุกจากโซฟาเพื่อเดินไปดูให้เห็นชัด ๆ 
แต่เมื่อถึงจุดที่สามารถกวาดสายตาได้โดยรอบ
ฉันกลับไม่เห็นกรอบรูปที่ว่าเลย

"ไหนอะ" ฉันถามเสียงห้วน 
ฉันยอมรับว่าในตอนนั้นฉันมีพลังลบอยู่ในอารมณ์หน่อย ๆ

เขาเอื้อมมือมาเปิดลิ้นชักใต้เคาน์เตอร์ ปรากฏให้เห็นกรอบรูปลายไม้
ที่บรรจุภาพแฟนอาร์ตที่ฉันออกแบบให้เพื่อนวาดให้อยู่ในนั้น

"ไหนบอกตั้งไว้ ไม่ได้ซุกไง" ฉันเดินกลับมาที่โซฟาและอัดบุหรี่ไฟฟ้าเข้าไปหลายอึก

ฉันไม่แน่ใจว่า เพราะวันนี้ฉันเงียบกว่าปกติ
หรือเพราะฉันพูดจาห้วน ๆ จากที่เคยพูดจาคะขา
หรือเพราะเขาแคร์ความรู้สึกฉัน
หรือเพราะเขาไม่ต้องการมีปัญหา
แต่เขาก็เลือกที่จะถามฉันด้วยน้ำเสียงปกติว่าฉันโกรธหรือเปล่า

ถ้าเป็นเมื่อก่อน ฉันก็คงโกรธอยู่หรอก
แต่ตอนนี้ฉันแค่ไม่เข้าใจว่าทำไมสิ่งที่เขาบอก กับสิ่งที่ฉันเห็น มันถึงไม่ตรงกัน

"ไม่อะ เดี๋ยวถึงเวลา เธอก็คงจะเอาออกมาวางเอง"
ฉันตอบกลับไปแบบนั้น ทั้ง ๆ ที่ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันจะมีวันนั้นหรือเปล่า
วันที่เขาจะมั่นใจในความสัมพันธ์ของเราทั้งสองคน
วันที่เขาพร้อมจะพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างเรา
วันที่เขาพร้อมจะเปิดเผยการมีตัวตนของฉันให้คนรอบข้างรับรู้

เขาเอื้อมมือไปหยิบกรอบรูปออกจากลิ้นชักมาวางบนเคาน์เตอร์
และเดินมากอดฉันแทนคำขอโทษขณะที่ฉันนั่งสูบบุหรี่ไฟฟ้าอยู่บนโซฟา
แต่มันไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นแล้ว ฉันเริ่มเข้าใจอะไรหลาย ๆ อย่างมากขึ้นจากเหตุการณ์ครั้งนี้

เขายังไม่มั่นใจในตัวฉัน
หรืออาจจะยังไม่มั่นใจในความรู้สึกของตัวเอง
หรืออาจจะยังไม่มั่นใจในความสัมพันธ์ของเรา
จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม
มันทำให้ใจฉันฝ่อไปมาก แต่ฉันก็เลือกที่จะเดินหน้าต่อ
เลือกที่จะทำให้ดีที่สุด อย่างน้อยถ้าวันข้างหน้ามันต้องจบลง
ฉันก็จะได้ไม่เสียใจที่ไม่ได้พยายามอย่างเต็มที่

ฉันไม่รู้ว่าเราจะได้คบกันหรือเปล่า 
แต่ฉันจะพยายามให้ดีที่สุด
เท่าที่คนอย่างฉันจะสามารถทำได้
แล้วเธอล่ะ..
จะพยายามอย่างเต็มที่ไปด้วยกันไหม 



SHARE
Writer
Loverdose
Wandering girl
My name is Love.

Comments

2morrow
4 months ago
ฮืออออออ
Reply
2morrow
4 months ago
อดทนหน่อยนะ เค้าก็คงพยายามอย่างหนักอยู่เหมือนกัน เป็นกำลังใจให้น้า ;3
Loverdose
4 months ago
เธอก็พยายามเข้านะ <3
2morrow
4 months ago
ขอบคุณน้า💛