ปลาทอง (1)

ความทรงจำของฉันมีอายุแค่หนึ่งวัน เมื่อรุ่งเช้าของวันพรุ่งนี้มาถึง ไม่ว่าความทรงจำที่สุขสมหรือเจ็บปวด ก็จะหายไปจากความคิดของฉันเหมือนหมอกยามเช้าที่ละลายไปกับแสงแดด

ฉันเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าอะไรคือสาเหตุหรือจุดเริ่มต้น ทุกๆวันฉันจะตื่นมาด้วยความว่างเปล่าเหมือนโทรศัพท์มือถือที่ไม่มีข้อมูลอะไรอยู่ในนั้น

เช้าวันนี้ก็คงจะเหมือนเมื่อวานหรือวันก่อนๆ 

ฉันลืมตาตื่นและเปล่ากลวง ไม่มีความทรงจำใดๆหลงเหลืออยู่ โชคยังดีที่ฉันยังจำของมูลพื้นฐานอย่างชื่อ หรืออายุของตัวเองได้ไม่อย่างนั้นคงใช้ชีวิตลำบากกว่านี้แน่

สิ่งแรกที่ฉันทำคือเดินไปเข้าห้องน้ำ เงาของหญิงสาวรูปร่างดีคนหนึ่งปรากฏอยู่บนกระจก เรือนผมยาวตรงทิ้งตัวลงบนทรวงอกอิ่มเต็ม เอวคอดและสะโพกที่ดูนุ่มนิ่ม ฉันคิดว่านั่นน่าจะเป็นหุ่นที่หญิงสาวหลายคนใฝ่หา แต่ฉันก็ไม่ได้รู้สึกยินดีกับมันสักนิด มันดูไม่มีความหมายอะไรเท่าไร

เช้าวันนี้อากาศเย็นชื้นเล็กน้อย หยดน้ำที่ตกต้องตัวทำให้รู้สึกหนาว ร่างกายของฉันสั่นริกๆตอนที่เดินออกมาจากห้องน้ำ เมื่อกวาดสายตามองไปรอบห้องชุดที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายก็เห็นสมุดบันทึกเก่าๆเล่มหนึ่งวางอยู่ สมุดเล่มนั้นหน้าปกสีน้ำเงินดูเก่ายับเยินเหมือนผ่านการเปิดมาแล้วนับร้อยรอบ เมื่อเปิดดูก็พบกับรายการสิ่งที่ต้องทำมากมาย ฉันเพียงแค่ต้องทำตามลำดับเหล่านั้น

ฉันต้องทำความสะอาดห้อง เพราะวันนี้เป็นวันหยุด ต้องเคลียร์งานที่ค้างจากวันศุกร์ ต้องออกไปซื้อของ แล้วก็...

เอ๊ะ...นี่คืออะไร

รูปถ่ายใบหนึ่งตกอยู่ใต้เตียงสะดุดสายตาฉัน

มันคือรูปถ่ายฟิล์มเก่าสีซีดจาง ในรูปมีเด็กสาวคนหนึ่งยืนตัวตรงอยู่ท่ามกลางสีเทาอมส้มของท้องฟ้ายามเย็นและทิวเขาทอดยาว หากแต่รูปใบนั้นถูกฉีกขาดไปค่อนใบ จึงทำให้ส่วนที่เป็นดวงตาของเธอหายไป หลงเหลือเพียงรอยยิ้มสว่างไสวและร่างกายครึ่งล่างที่ผอมบางราวกับจะปลิวไปตามแรงลม เธอใส่ชุดสีฟ้าอ่อนดูกลืนไปกับผิวขาวซีดเหมือนกระดาษเก่าๆตัดกับเรือนผมสั้นสีดำสนิท ปลายผมดูพลิ้วไหวเล็กน้อย--ในวันนั้นคงมีลมแรง ฉันจ้องรูปนั่นอยู่นานเกือบห้านาที พยายามรื้อค้นในลิ้นชักความทรงจำว่ามันหลงเหลืออะไรเกี่ยวกับเธอบ้างไหม 

แต่ก็เปล่าประโยชน์...มันอย่างกับหน้ากระดาษเปล่าๆที่ไม่มีอะไรบันทึกไว้เลย

เมื่อพลิกกลับไปด้านหลังก็เห็นลายมือเป็นระเบียบเขียนว่า
 หวังว่าปีหน้าจะได้มาดูด้วยกันอีกนะคะคุณสนธยาจาก อรุณ

อรุณ...นั่นน่าจะเป็นชื่อของคนในรูป ซึ่งก็ดูเข้ากับเธอดี เพราะรอยยิ้มนั่นเจิดจ้าราวกับยามเช้า--แต่ปัญหาก็คือ ฉันไม่รู้จักเธอเลยสักนิด และไม่รู้ด้วยว่าทำไมรูปของเธอถึงได้มาอยู่บนห้องฉัน

ท้องฟ้าวันนี้ครึ้มฝน เมฆสีหม่นบดบังดวงอาทิตย์ ดูราวกับดวงตาช้ำชอกของหญิงสาวอกหัก คราบน้ำตาเปรอะเปื้อนฉ่ำชื้นเต็มผืนดิน ละอองฝนปรอยๆรินรดหยดมาไม่หยุด มันกระทบลงโดนร่มใสเป็นร่องรอยด่างดวง

ในหมู่ผู้คนมากมายที่กำลังเดินสวนผ่านกันไปมา--ฉันเห็นเธออยู่ในนั้น...ร่มสีแดงสดตัดกับชุดกระโปรงสีขาว แม้เราอยู่ห่างกันเกือบร้อยเมตรแต่ดวงตาคู่นั้นเรียกร้องให้ฉันต้องหันมอง ลบเลือนเหล่าผู้คนรอบข้างให้เหลือเพียงเราสอง

เราสบตากันชั่วเสี้ยวนาที  เรียวปากสีสดแย้มเป็นรอยยิ้ม รอยยิ้มที่ฉันคิดว่ามันช่างงดงามจนแทบหยุดหายใจ เมื่อกระพริบตาหนึ่งครั้งเธอก็หายไปในหมู่ผู้คน ฉันหัวเราะเบาๆคนเดียว รู้สึกว่าฟ้าหม่นๆก็ไม่ได้เหงาอย่างที่คิด 

พนักงานในซุปเปอร์มาเก็ตยิ้มทักทายเมื่อเดินเข้าไป อาจเป็นเพราะวันนี้วันต้นเดือนจึงทำให้มีคนมาเดินซื้อของกันเยอะแยะวุ่นวาย ฉันหยิบเอารายการของที่ต้องซื้อขึ้นมาดูและเลือกหยิบซื้อของตามรายการที่จดไว้ พยายามจะจดจ่อกับรายการนั้นแต่ภาพบางภาพยังวนเวียนอยู่ในความคิด มือฉันกำลังหยิบคะน้าลงตะกร้าส่วนหัวใจยังวนเวียนอยู่กับดวงตาคู่นั้นของหญิงสาวแปลกหน้า 

ความรู้สึกบางอย่างในหัวใจกำลังเคลื่อนไหว ฉันบอกไม่ถูกว่ามันคืออะไร รู้แต่ดวงตาของเธอติดตรึงในใจเหลือเกิน ฉันลบมันออกจากหัวไม่ได้ 

ไม่ชอบที่ตัวเองเป็นแบบนี้เลย ไม่ชอบที่ความรู้สึกกำลังไม่ฟังคำสั่งของเหตุผล ทว่าลึกๆแล้วฉันกลับคุ้นเคยกับมันอย่างประหลาด...ฉันมั่นใจว่าเรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นแล้ว

ผักกาดขาว แครอท และ--ฉันชะงัก แครอทในมือร่วงหล่นลงพื้น ร่างกายทุกส่วนของฉันเหมือนโดนไฟฟ้าช็อต นั่นคือปฏิกิริยาที่ฉันตอบสนองต่อเธอ

เธออยู่ตรงนั้น กำลังจดจ้องกับแอปเปิ้ลในมือ ยกมันขึ้นดมพิสูจน์กลิ่นหอมหวาน มุมปากระบายรอยยิ้มพึงพอใจ และฉันไม่สามารถละสายตาจากเธอไปได้เหมือนถูกมนต์สะกด

จนกระทั่งดวงตาสีอ่อนตวัดมองกลับมา แล้วเธอก็ยิ้มกว้างขึ้น--เป็นรอยยิ้มของคนเหนือกว่า เชิญชวนให้ฉันเดินเข้าไปหา แมงเม่าอย่างฉันก็ได้แต่บินไปด้วยความเต็มใจ 

"โอ๊ย!"

เสียงไม่คุ้นเคยดังขึ้น ดึงฉันให้หลุดจากภวังค์ ตะกร้าผักหล่นกระจายเต็มพื้น ป้าคนหนึ่งกำลังจ้องมาด้วยดวงตาขุ่นเขียว ปากพ่นถ้อยคำตำหนิ

"เดินยังไงให้ชนคนอื่น ระวังๆหน่อยสิ"

"ขอโทษค่ะ"

ฉันเลยต้องก้มลงช่วยเก็บ ถึงแม้จะรีบร้อนเก็บอย่างไวแล้วก็ยังต้องใช้เวลาเกือบสิบนาที พอเงยหน้าขึ้นมา...เธอก็ไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว

ความรู้สึกที่ระบุชื่อไม่ได้ลิงโลดในใจขึ้นมาเหมือนตะกอนใต้น้ำที่ฟุ้งขึ้น กล่องใบหนึ่งในหัวใจกำลังส่งเสียงดังระงม แต่อีกเสียงเล็กๆในใจกลับร้องเตือนให้ฉันหยุดคิดถึงเรื่องราวเหล่านั้นซะที

ขาของฉันก้าวเดินต่อไป หมุนฟันเฟืองชีวิตให้ก้าวต่อ--ซื้อของจากซุปเปอร์มาเก็ต แวะดื่มกาแฟที่ร้านประจำก่อนกลับ ในสมุดมีเขียนดอกจันไว้ด้วยว่าอย่าลืมทักทายเจ้าของร้าน

"สวัสดีค่ะคุณสน"

หญิงสาวใบหน้ากลมยิ้มตอนรับ ฉันยิ้มตอบเธอก่อนจะเดินเข้าไปในร้าน คิดว่าฉันคงเป็นลูกค้าประจำร้านนี้ เธอถึงจำชื่อฉันได้

"รับเหมือนเดิมนะคะ"

น้ำเสียงเธอดูกระตือรือล้น หยดกาแฟกระเซ็นเปรอะบนเสื้อเชิร์ตสีขาว 

"ค่ะ"

ฉันเลือกนั่งโต๊ะริมหน้าต่างตรงที่มองออกไปเห็นร้านหนังสือมือสองฝั่งตรงข้าม ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์กำลังเบ่งบานสีชมพูสะพรั่งท่ามกลางสีครึ้มของเมฆฝน 

"คุณคงชอบหนังสือเรื่องนี้นะคะ"

มอคค่าหอมกรุ่นและเค้กช็อกโกแลตถูกวางตรงหน้า ไอร้อนของมันทำให้กระจกขุ่นมัว

"คะ?"

"ก็คุณอ่านเรื่องนี้ทุกวันเลยนี่คะ"

ฉันหัวเราะให้แทนคำตอบ ตลกดีเหมือนกัน ถึงแม้ว่าความทรงจำของฉันจะหายไปในทุกวันแต่ความชอบกลับไม่หายไปด้วย ปลาทองตัวหนึ่งบนเคาท์เตอร์ว่ายวนในอ่างแก้ว มันไม่ลังเลที่จะงับอาหารของโปรดของมันในตอนที่เจ้าของร้านโปรยให้ ฉันกับเจ้าปลานั่นแตกต่างกันสักกี่มากน้อยกันนะ?

มอคค่ารสชาติกลมกล่อมและวิวนอกหน้าต่างคือสิ่งที่ทำให้ฉันมีความสุข กลีบดอกสีชมพูอ่อนจางเบ่งบานสะพรั่งและร่วงโรยภายในเวลาอันแสนสั้น ช่วงเวลาแห่งความสุขมักจะสั้นเสมอ ในขณะที่ช่วงเวลาแห่งความทุกข์ตรมนั้นดูราวกับจะไม่มีวันสิ้นสุด ฉันคิดว่ามันอาจเป็นเรื่องดีก็ได้ที่ฉันไม่หลงเหลือความทรงจำใดๆ

ในวันพรุ่งนี้ฉันจะได้เริ่มต้นมีความสุขกับหนังสือเล่มนี้และภาพดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ร่วงโรยอีกครั้ง

ละอองจุดสีชมพูพร่างพราวบนถนนเข้ากันกับสีเขียวใบเตยของร้านหนังสือนั่น--และเธออยู่ตรงนั้น อยู่ตรงหน้าชั้นหนังสือสูงจรดเพดาน ในมือถือหนังสือนิยายรักเรื่อง 'ดั่งฝันฉันใด' 

เพลงเก่าเปิดดังแว่วหวานในร้านกาแฟ ปรุงแต่งบรรยากาศให้หวานละไม 

I miss you every single day
Why must my life be filled with sorrow
Oh love you more than I can say
เธอละสายตาจากหนังสือและสบตาฉัน วินาทีนั้นฉันก็ไม่สนใจอะไรอีกต่อไป ถึงแม้เธอเป็นไฟแต่ฉันก็จะบินเข้าไปหาอยู่ดี หรือต่อให้เธอเป็นยาพิษฉันก็จะเป็นคนกระดกยาพิษนั่นลงคอเอง

"คุณชื่ออะไรคะ"

ฉันคว้าแขนเธอไว้ คราวนี้แหละฉันจะไม่ปล่อยให้เธอหนีไปไหนอีก 

"คุณอยากรู้จริงๆเหรอคะ?"

เธอยิ้ม ตรงกันข้ามกับดวงตา ทำไมกัน? ฉันไม่เข้าใจ สัญญาณเตือนภัยในหัวใจฉันร้องลั่น แต่ฉันไม่สนใจ 

"อยากรู้สิคะ"

"ฉันชื่ออรุณค่ะ"

เสียงของเธอก้องสะท้อนกลับไปมาในหัวฉัน ฉับพลันนั้นฉันก็ปวดหัวจนแทบระเบิด


ตอนแรกว่าจะพิมพ์ม้วนเดียวจบเลย แต่พิมพ์ไปพิมพ์มารู้สึกแอพมันเริ่มอืดๆ เลยตัดออกเป็น 2 ตอนละกัน คริๆ 

ชอบไม่ชอบยังไงบอกกันได้นะคะ หรือไปตามงานอื่นๆในจอยลดาก็ได้ค่ะ 5555 หรือถ้าอยากคุยกันก็ทักมาในทวิตเตอร์ด้ายย 

ปล. เพลงในเรื่องชื่อ More than I can say ของ Leo Sayer ค่ะ ลองไปหาฟังได้นะคะ จังหวะสบายๆดีค่ะ 
SHARE
Written in this book
เรื่องสั้นขยันเขียน
รวมมเรื่องสั้นของเก๊าเอง จับฉ่ายกันไปเลย 55
Writer
Sunflower38
Beginner
เจิดจ้า แจ่มใส ให้เหมือนทานตะวัน :) TW : Chirwa_Sunshine Joylada : Sunflower38

Comments