ฝนและน้ำตาของเธอในตอนตีสาม


นีน่าตื่นมาเพราะเสียงโทรศัพท์ตอนตีสาม ถ้ามันไม่สำคัญละก็ รับรองว่าต้องมาคนหูชาแน่ เธอกวาดมือเปะปะไปบนโต๊ะข้างเตียงเพื่อหาต้นตอของเสียง ตาหรี่เล็กเขม้นมองชื่อที่โทรเข้ามา ฉับพลันคิ้วก็ขมวดมุ่นด้วยว่าการที่เจ้าตัวโทรมาตอนนี้ช่างไม่ปกติเอาซะเลย


"ว่าไงมึง มีอะไร"

นีน่ากระพริบตาถี่ๆเพื่อดึงตัวเองขึ้นจากความสลึมสะลือ แม้กระทั่งไฟโคมสีนวลก็ยังดูสว่างจ้าเกินไปสำหรับหล่อนเมื่อมันถูกเปิดขึ้นมากะทันหันแบบนี้

"มึง ลงมารับกูหน่อยดิ กูอยู่หน้าคอนโดมึงอะ"

จบคำพูดร่างสูงก็กระโดดผลึงขึ้นจากที่นอน ก้าวถลาไปตรงหน้าต่าง เพิ่งรับรู้ว่าข้างนอกฝนตกอย่างไม่ลืมหูลืมตา หยดน้ำเย็นเฉียบตกกระทบบานกระจกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ไอเย็นลอยกระทบผิวเปลือยเปล่าชวนให้หนาวสั่น

และนุ่นอยู่ตรงนั้น ยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางม่านน้ำฝนสีขาวนั่น ผมยาวเปียกลู่แนบกับใบหน้า ไหล่บางสั่นไหว นีน่าไม่แน่ใจว่าเพราะหล่อนหนาวหรือว่ากำลังร้องไห้กันแน่

"เป็นบ้าเหรอไปยืนตากฝน เข้ามายืนข้างในนี่ เดี๋ยวกูลงไป"

ปากด่าไป แต่ใจบึ่งลงไปหาข้างล่างแล้วเรียบร้อย มือก็รีบคว้าเสื้อคลุม คีย์การ์ด และร่มแล้วเดินฉับๆออกไปข้างนอก ก่อนออกไปก็ไม่วายหยิบผ้าขนหนูผืนใหญ่ไปเผื่อคนตัวเปียกด้วย

เมื่อลงไปข้างล่่าง นุ่นไม่ได้เข้ามายืนข้างในตามที่เธอบอก หล่อนยืนนิ่งอยู่กลางฝนอย่างนั้นเหมือนตุ๊กตาที่ไร้ชีวิต ดวงตาแดงช้ำ หยดน้ำตาปะปนกับหยาดน้ำฝนจนแยกไม่ออก

"เป็นอะไร"

เสียงของนีน่าดึงหล่อนขึ้นมาจากภวังค์ มือเอื้อมคว้ายึดชายเสื้อของคนตรงหน้าด้วยมือที่สั่นไหวระริก ไม่มีถ้อยคำใดๆหลุดออกมา นีน่าเองก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เธอเพีียงแค่วางผ้าขนหนูบนหัว คว้ามือเย็นเฉียบไปกุมแล้วจูงเข้าไปในตัวอาคาร

"เช็ดซะจะได้ไม่เป็นหวัด"

นุ่นไม่ฟังเสียง เธอร้องไห้ ร้องไห้เหมือนจะแข่งกับท้องฟ้าเบื้องนอก สุดท้ายก็เป็นนีน่าเองที่เช็ดให้ในตอนที่เข้าไปในห้อง

"นุ่นเป็นอะไร บอกนีน่าได้ไหม"

สุ้มเสียงฟังดูคล้ายกำลังอ้อนวอน ปลายนิ้วปาดไล้ไล่หยดน้ำตาออกจากแก้ม นุ่นไม่เหมาะกับน้ำตาเลยสักนิด เธอเหมาะกับรอยยิ้มมากกว่า

"นีน่า ทำไมกูต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วยวะ ทำไมกูถึงไม่คู่ควรจะได้รับความรัก"

ปลายนิ้วหยุดชะงัก จ้องตรงเข้าไปในดวงตาคู่สวยตรงหน้า ถ้าหากมันไม่โดนบดบังด้วยน้ำตา บางทีนุ่นอาจจะเห็นคำหนึ่งคำที่ฉายชัดอยู่ในนั้น

"มึงไม่เคยไม่คู่ควรนะนุ่น"

ดวงตาหวานซึ้งคู่นั้นจ้องกลับมา ช่างเป็นแววตาที่ไม่เคยรับรู้อะไรแม้สักอย่าง นีน่าถอนหายใจ ลุกขึ้นยืนปุบปับ สุ้มเสียงเปลี่ยนเป็นนีน่าคนเดิมราวกับเมื่อครู่นี้คือภาพลวงตา

"ไปอาบน้ำซะ เดี๋ยวกูทำอะไรอร่อยๆให้กิน จะได้อารมณ์ดีขึ้น"

นุ่นอยากอ้าปากเถียง แต่นีน่าไม่ให้โอกาสนั้น เธอชิงพูดขึ้นมาก่อน

"ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น กูสั่งก็ทำสิ"

ทำน้ำเสียงขึงขังจริงจัง ไม่เห็นเหมือนตอนเมื่อกี๊เลย...นุ่นมองค้อนน้อยๆพร้อมกับพ่นลมหายใจออกสั้นๆอย่างขัดใจ

"เออ รู้แล้ว เป็นเพื่อนหรือเป็นแม่วะ สั่งจัง"

แต่ถึงจะขัดใจ ก็ยอมเดินลากเท้าแถ่ดๆไปห้องน้ำพร้อมกับผ้าขนหนู นีน่าอาจเป็นไม่กี่คนบนโลกที่สั่งแล้วนุ่นจะทำ

"ก็ถ้ามึงไม่สบายขึ้นมา ลำบากกูดูแลอีก"

"ค่าา จะไม่ป่วยให้ต้องลำบากเลยค่ะ"

เสียงแหลมๆดังลอดออกมาจากห้องน้ำ นีน่าเผลอยิ้มอ่อนใจก่อนจะตะโกนตอบ

"เออ รีบไปอาบน้ำ เสื้อผ้ามึงก็อยู่ในตู้นั่นแหละ"

ปากตะโกนตอบ ส่วนมือก็สาละวนเตรียมของทำมัดเค้กที่นุ่นชอบ นึกย้อนไปถึงเมื่อตอนที่ทั้งคู่ยังเด็ก นุ่นตื่นเต้นดีใจนักหนาที่นีน่าเริ่มหัดทำขนม เสียงเล็กๆตะแง้วข้างหูร้องขอให้ทำขนมอยู่ทุกวันจนนีน่ารำคาญและเผลอตวาดให้ทีนึง--เท่านั้นแหละ เหมือนกดเปิดสวิชต์ เด็กหญิงกานดานุชวัยสิบขวบร้องไห้จ้า แหกปากร้องด้วยเสียงร้อยแปดสิบเดซิเบล สุดท้ายแล้วก็ต้องยอมทำมัดเค้กช็อกโกแลตให้กิน เด็กขี้แยถึงได้ปาดน้ำตาและเผยรอยยิ้มถูกใจออกมา และเพราะว่าฟันหน้าหายไปซี่นึงมันจึงเป็นรอยยิ้มที่ดูตลก นีน่าเองก็พลอยขำไปด้วย

วัยเยาว์นั้นช่างอัศจรรย์

เสียงกระทบกันของส้อมและชามเหล็กในตอนที่กำลังผสมแป้งผสานกับเสียงฝนฟังแล้วราวกับเสียงดนตรี เสียงน้ำในห้องน้ำดังคลอมา เสียงสะอื้นดังแว่วแผ่วเบาเจืออยู่ในนั้น--นุ่นกลับไปเป็นเด็กหญิงกานดานุชที่ขี้แยคนนั้นอีกแล้ว แต่คราวนี้นีน่าไม่รู้ว่ามัดเค้กจะทำให้เธอยิ้มได้หรือเปล่า

"กูทำมัดเค้กช็อกโก้ที่มึงชอบด้วยนะ"

นีน่าคาดหวังอยากเห็นประกายวิบวับในดวงตาของเธอเหมือนทุกที แต่สิ่งที่เห็นกลับเป็นดวงตาที่หม่นสลัวด้วยเมฆฝนของความเศร้า หญิงสาวทิ้งตัวลงบนโซฟา จ้องโทรศัพท์ในมือราวกับภาวนาให้ใครโทรมา

"ไม่สนสักหน่อยเหรอ"

ไม่มีคำตอบใดๆจากนุ่น เธอเพียงแค่ส่ายหัวเบาๆ เธอไม่แม้กระทั่งละสายตาจากโทรศัพท์เครื่องนั้นด้วยซ้ำ นีน่าถอนหายใจ เดินเข้าไปหานุ่นพร้อมกับผ้าขนหนู ร่างสูงทิ้งตัวนั่งลงข้างๆแล้วเริ่มลงมือเช็ดผมให้

"บอกแล้วไงว่าอย่าให้หัวเปียก มันจะเป็นหวัด"

"ขี้บ่นว่ะ"

นีน่ารู้สึกเหมือนถูกดูดให้จมลงไปในดวงตาสีน้ำตาลเข้มตรงหน้า หวานฉ่ำและหน่วงหนืดจนแทบหายใจไม่ออก

"ก็อย่าทำตัวให้บ่นดิ"

จมูกโค้งเป็นสัน พวงแก้มอ่อนนุ่ม ระเรื่อยมาจนถึงหยักโค้งของริมฝีปากสีสดเหมือนกลีบผลเกรปฟรุต--ถ้าได้ลองชิมสักหนึ่งคำล่ะก็...

"เช็ดเองเลย กูเมื่อยละ"

ผืนผ้าขนหนูถูกโยนทิ้งเหมือนเป็นของลวกร้อน แน่นอน...แก้มของนีน่าก็ร้อนผ่าวเช่นเดียวกัน

"จ้าา แม่"

นุ่นรับคำ หยิบผ้าขนหนูขึ้นมาเช็ดต่อ แต่ตาก็ยังจ้องมองโทรศัพท์ เสียงสายฟ้าดังครืนผสมเสียงฝน ท่าทางคืนนี้ฝนจะตกอีกยาวนานทั้งคืน นีน่าถอนหายใจ เส้นประสาทตื่นตัวเกินกว่าจะนอนต่อจึงเดินไปเปิดโน๊ตบุคบนโต๊ะญี่ปุ่นเพื่อเล่นเกมที่ค้างไว้

"กูมากวนมึงป่ะ"

เสียงเล็กๆพูดแทรกขึ้นท่ามกลางเสียงฝน โทรศัพท์เครื่องนั้นถูกกดปิดเครื่องไปแล้ว เหมือนกับที่นุ่นเลิกภาวนาและยอมรับความจริง

"ไม่ ไม่ได้กวนอะไร" นีน่าพูดพร้อมทั้งปลายนิ้วที่กดเปิด "ดูหนังไหม?"

"ไม่"

เมื่อได้ยินอย่างนั้นเกมต่อสู้โง่ๆเกมหนึ่งจึงถูกเปิดขึ้น มือวางไว้เหนือคีย์บอร์ดเตรียมกด ไม่ทันที่เกมจะเริ่ม ร่างเล็กก็สอดหัวเข้ามาในช่องว่างของแขนและโต๊ะ ใช้ตักของนีน่าแทนหมอน กลายร่างเป็นเด็กหญิงกานดานุชอีกครั้ง

"เอ่า อีนี่ ถ้าจะนอนก็ไปนอนบนเตียงดีๆสิวะ"

นีน่าพูดทั้งที่สายตายังไม่ละจากหน้าจอ กลิ่นแชมพูหอมๆกำลังทำให้เธอเสียสมาธิ เกมโง่ๆที่เล่นผ่านมาเป็นร้อยครั้งก็ทำท่าจะแพ้

"ไม่เอา กูอยากนอนตรงนี้"

เสียงอู้อี้ตอบกลับมา ช่างเอาแต่ใจเสียเหลือเกิน ราวกับรู้ว่านีน่าจะยอมทำตามที่เธอขอทุกอย่าง

"เออ ลำบากกูอีก ถ้ากูแพ้นี่โทษมึงนะ"

"กูดีใจนะที่มึงอยู่ตรงนี้"

ตัวละครหมีสีน้ำตาลที่นีน่ากำลังเล่นโดนกบน้อยโจมตีอย่างง่ายดาย สันกรามนูนขึ้นเล็กน้อยเพราะเจ้าหล่อนเผลอกัดฟัน

"อือ กูเคยไม่อยู่ด้วยเหรอ"

"กูเลิกกับพริมแล้วนะ"

แล้วเจ้าหมีตัวนั้นก็โดนกบเขียวซัดจนแพ้ราบคาบ นีน่าละสายตาจากหน้าจอแล้วจ้องลงไปในดวงตาสีเข้ม ความรู้สึกลิงโลดที่น่ารักเกียจผุดขึ้นมาจากส่วนลึกของหัวใจ

"เมื่อวานยังเห็นรักกันดีอยู่เลย มีเรื่องอะไรกัน"

นีน่ายังจำได้ถึงดวงตาที่เปี่ยมล้นด้วยความสุขคู่นั้น เป็นประกายตาที่นีน่าไม่เคยได้รับจากนุ่น ของขวัญกล่องใหญ่ถูกเตรียมไว้พร้อมกับรอยยิ้มกว้างจนตาเป็นสระอิ มาถึงตอนนี้เมฆหมอกกลับปกคลุมจนหม่นมัว แม้กระทั่งยิ้ม ก็ยังเป็นยิ้มที่แสนเศร้า

"มันก็แค่...กูไม่ใช่คนที่เค้าต้องการ ก็แค่นั้น และเค้าก็ไม่กล้าพอที่จะบอกเลิกกู กูเลยต้องเป็นฝ่ายบอกเลิกเค้าเอง"

"ทำไมมึงคิดงั้นวะ"

นีน่ายังไม่เข้าใจสถานการณ์ เผลอทำคิ้วขมวดโดยไม่รู้ตัว ถึงแม้ไม่ชอบให้นุ่นไปเป็นของใคร แต่ไม่ชอบที่เห็นนุ่นเศร้ามากกว่า

"ยังไม่พูดได้ไหม"

เธอซ่อนประกายตาไว้ใต้เปลือกตาสีอ่อน ดูเปราะบางราวกับแก้ว ถ้าหากแตะเพียงนิดเดียวก็อาจแหลกสลาย

"อืม"

นีน่าทำได้เพียงประคองแก้วเปราะบางเอาไว้--ก็เหมือนที่เคยทำทุกครั้ง ห้อง 048 แห่งนี้เป็นที่พักพิงของนุ่นเสมอมา เป็นสถานที่ปลอดภัยที่เธอสามารถเปิดเปลือยบาดแผลเหล่านั้นได้ สถานที่ที่เธอไม่จำเป็นต้องแกล้งทำตัวเข้มแข็ง

"นีน่า"

"ว่าไง"

"ลูบหัวกูหน่อย"

ก็เหมือนทุกครั้งที่นุ่นร้องขอนั่นแหละ นีน่าไม่เคยปฏิเสธไม่ว่าเรื่องใด มือเรียวลูบไปตามเรือนผมนุ่ม หวังว่าไออุ่นจากมือของเธอจะทำให้น้ำตาของนุ่นเหือดหายไปบ้าง


แสงอาทิตย์โรยทาบทับใบหน้าเปื้อนน้ำตาของเด็กหญิงกานดานุชวัยแปดขวบ เป็นที่รู้กันว่าเธอเป็นเด็กหญิงเจ้าน้ำตาประจำซอย ในหนึ่งวันจะต้องมีหนึ่งเรื่องที่ทำให้เด็กหญิงมีน้ำตา

และวันนี้ก็เช่นกัน

ดูเหมือนวันนี้จะร้องไห้หนักกว่าทุกวันด้วยซ้ำ นีน่าคิดว่าถ้าน้ำตาของนุ่นเป็นมุกเหมือนนิทานที่ครูพลอยเล่าให้ฟัง นีน่าคงรวยเป็นเศรษฐีไปแล้ว

"ใครทำนุ่นร้องไห้ บอกนีน่าได้ไหม"

สุ้มเสียงอ่อนโยนเหมือนทุกที ถึงแม้อายุเท่ากัน แต่นีน่ากลับเหมือนพี่สาวมากกว่า เมื่อนุ่นเห็นนีน่า แทนที่จะหยุดร้องไห้แต่เธอกลับร้องไห้หนักกว่าเดิม นีน่าไม่เคยเชื่อคำว่า 'น้ำตาเป็นเม็ดข้าวโพด' จนกระทั่งมาเห็นนุ่นนี่แหละ

"วันนี้คุณแม่บอกว่ากลับมาไม่ได้" นุ่นว่าอย่างนั้น นีน่านึกชมตัวเองอยู่เหมือนกันที่อุตส่าห์จะฟังออก 
"นุ่นไม่ชอบเลย อยู่คนเดียวแบบนี้"

ก็น่าเห็นใจอยู่หรอก สำหรับครอบครัวนุ่นการอยู่พร้อมหน้าถือเป็นเรื่องที่นานๆทีจะมีหน ด้วยว่าทำงานหนักกันทั้งพ่อทั้งแม่ และวันนี้...วันเกิดของนุ่น วันที่เธอรอคอย นีน่ายังจำได้ดีถึงแววตาเปล่งประกายสดใสคู่นั้นตอนที่วิ่งมาบอกว่าพ่อกับแม่จะอยู่กินข้าวเย็นด้วย--มาบัดนี้ดวงตาคู่นั้นกลับรื้นด้วยน้ำตาเสียแล้ว

"ถ้างั้นเรามาเล่นกันไหมนุ่น เดี๋ยวนุ่นเป็นเจ้าหญิง ส่วนเราจะเป็นองครักษ์ แล้วเดี๋ยวเราไปหาสมบัติกัน"

นั่นเป็นอย่างเดียวที่นีน่าพอจะคิดออก นุ่นชอบเล่นเป็นเจ้าหญิงมาก แต่เธอไม่เคยเล่นกับเด็กในซอยได้เลย เพราะเล่นด้วยทีไรก็โดนเด็กผู้ชายแกล้งตลอด

"นีน่าจะเป็นองครักษ์ของเราเหรอ"
น้ำตาเม็ดข้าวโพดค้างเติ่งอยู่บนขอบตาล่างเมื่อได้ยินคำพูดนั้น มือเล็กๆปาดน้ำตาลวกๆ

"อื้ม ใช่"

"แล้วจะไม่ทิ้งให้นุ่นอยู่คนเดียวใช่ไหม"

"ไม่ทิ้งหรอก นีน่าจะอยู่ข้างๆนุ่นจนกว่านุ่นจะไม่ต้องการเลย"

มือเล็กๆของเด็กหญิงนิรมลลูบหัวคนตัวเล็กกว่าเบาๆ ราวกับนั่นคือการทำพันธสัญญาต่อกัน ในตอนที่นุ่นเผยรอยยิ้มออกมา นีน่าคิดว่านั่นเป็นรอยยิ้มที่น่ารัก และเธอชอบมันมากกว่าหยดน้ำตาเม็ดข้าวโพดเยอะเลย








SHARE
Written in this book
เรื่องสั้นขยันเขียน
รวมมเรื่องสั้นของเก๊าเอง จับฉ่ายกันไปเลย 55
Writer
Sunflower38
Beginner
เจิดจ้า แจ่มใส ให้เหมือนทานตะวัน :) TW : Chirwa_Sunshine Joylada : Sunflower38

Comments

colorpaint
6 months ago
อบอุ่นจังเลยค่ะ: )
Reply
Sunflower38
6 months ago
หวังว่าจะชอบนะคะ