เธอและกาแฟไอซ์ลาเต้ที่กำลังละลาย

นุ่นคิดว่าลมหนาว อากาศยามเช้า แดดใสๆ และคาปูชิโน่ร้อนๆเป็นส่วนผสมที่ทำให้เธอรู้สึกดี หญิงสาวสูดกลิ่นไอสดชื่นของสายลม ในความเย็นฉ่ำนั้นมีกลิ่นหอมอบอวลของขนมและกาแฟลอยมาด้วย กลิ่นแบบนั้นมันทำให้นุ่นนึกถึงพริม--ประกายตาวับวาวเหมือนแมวตัวใหญ่ๆ จูบรสช็อกโกแลตหวานติดปลายลิ้น


ความคิดถึงช่างเป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุม เหมือนม้าที่ไม่ยอมอยู่ในบังเหียน มันคอยแต่จะพยศ ฉุดกระชากลากเธอไปหาใครคนนั้นอยู่ร่ำไป นุ่นเม้มปากพยายามดึงเจ้าหัวใจทรยศให้กลับมาอยู่ในที่ในทาง ลมหนาวกำลังล่อลวงเธอให้กลับไปในดินแดนแห่งอดีตอีกครั้ง

มือเรียวบางประคองแก้วคาปูชิโน่ยกขึ้นจิบ กวาดสายตามองไปรอบๆร้านอย่างใจลอย โลกนี้ช่างดูราวกับโรงละครโรงใหญ่ ทุกคนต่างเป็นตัวละครในเรื่องราวของใครสักคน นุ่นชอบใช้เวลาแบบนี้นั่งมองตัวละครต่างๆกำลังทำกิจกรรมของตนเอง ทั้งบาริสต้าสาวที่กำลังชงกาแฟ หนุ่มฮิปสเตอร์ผู้คร่ำเคร่งกับหนังสือ สาวออฟฟิศและเอกสารมากมายในอ้อมแขน ช่างเป็นฉากที่วุ่นวายอะไรอย่างนั้น นุ่นนั่งเท้าคางมองดูความวุ่นวายเหล่านั้นไหลรอบตัวเอง

กาแฟไอซ์ลาเต้แก้วนั้นของเด็กสาวโต๊ะข้างๆกำลังละลาย เกือบลืมไปแล้วว่าเมื่อก่อนเธอเคยชอบดื่มมันมากเท่าไร ลมหนาวพัดมาอีกแล้ว--หัวใจไม่รักดีของนุ่นปลิดปลิวไปกับลมหนาววูบนั้น ความคิดถึงสลัดพ้นบังเหียนของเหตุผล มันบันดาลให้ผู้คนรอบข้างเลือนหาย กาลเวลาไหลย้อนกลับไปเมื่อสองปีที่ก่อน


กาแฟไอซ์ลาเต้ของนุ่นกำลังละลายเพราะเธอไม่ยอมกินมันสักที ช่วยไม่ได้ งานที่ทำกำลังติดพันเกินกว่าจะละมือไม่หยิบลาเต้มากิน ถ้าหากไม่รีบตะครุบไอเดียนั่นแล้วจับมันใส่เวิร์ดมีหวังก็บินหนีไปก่อนแน่--แต่แล้วจู่ๆเค้กช็อกโกแลตชิ้นสวยก็ถูกนำมาวางตรงหน้า มือที่กำลังพิมพ์งานลงในแลปทอปจึงชะงัก ดวงตากลมโตใต้แว่นตาหนาเตอะช้อนขึ้นมองคนตรงหน้า เด็กสาวหางม้าในชุดพนักงานเสิร์ฟ ดวงตายาวรีสีดำนั่นดูราวกับแมวแสนซุกซน

"อันนี้พี่ไม่ได้สั่งนะคะ"

นุ่นว่า ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยว่ายังไม่เข้าใจในสถานการณ์

"อันนี้ฟรีค่ะ พริมอยากให้"

เด็กสาวหางม้าคนนั้นพูด เสียงของเธอแหบเล็กน้อยฟังแล้วเหมือนเสียงลูกเป็ด จุดไฝเล็กๆบนโหนกแก้มข้างซ้ายดูดึงดูดสายตา

นุ่นเผยรอยยิ้ม รู้แก่ใจถึงจุดประสงค์ของเด็กน้อยตรงหน้า หากแต่อยากลองแกล้งเล่นอีกสักหน่อย

"แล้ว...ให้ทำไมล่ะคะ?"

"ทำตามนโยบายของร้านน่ะค่ะ ผู้จัดการบอกว่าต้องทำให้ลูกค้ากลับไปพร้อมรอยยิ้ม"

ได้ยินแบบนั้นนุ่นก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ นึกขันในใบหน้ายิ้มไร้เดียงสาที่ตรงกันข้ามกับดวงตาเจ้าเล่ห์นั่น อายุยี่สิบสี่ปีเผาผลาญความฟุ้งฝันไปจนหมดแล้ว นุ่นเลิกให้ความสำคัญกับความรักและหันมาให้ความสำคัญกับงานที่ทำมากกว่า

หากแต่ในเวลานี้ ดวงตาเป็นประกายของเด็กคนนี้ กำลังจะจุดประกายไฟที่ริบหรี่ให้หัวใจให้กลับมาทอแสงอบอุ่นอีกครั้ง

สองเดือนต่อมาโต๊ะติดหน้าต่างตรงหน้าก็กลายเป็นที่ประจำสำหรับนัดเจอระหว่างนุ่นและพริม ทุกครั้งพริมจะสั่งอเมริกาโน่ร้อนส่วนนุ่นสั่งลาเต้เย็น ทั้งสองพูดคุยเรื่องมากมายเหมือนจะไม่มีวันเบื่อ ไอน้ำจับข้างแก้วลาเต้เย็นเฉียบ แสงแดดยามบ่ายทอประกายทาบทับ รอยยิ้มของนุ่นหวานละมุนยิ่งกว่าเค้กช็อกโกแลตชิ้นนั้น และดวงตาของพริมก็อบอุ่นยิ่งกว่าแสงแดด มือของเธอก็อุ่นเช่นเดียวกัน และนุ่นชอบเวลาที่เค้าจับมือเธอไว้แบบนั้น


กริ๊งงงง


เสียงโทรศัพท์มือถือกระชากนุ่นให้กลับมายังปัจจุบัน เธอเหลือบมองชื่อที่โทรเข้ามา ถอนให้ใจระบายความรู้สึกข้นคลั่กเหล่านั้นออกมา นึกก่นด่าตัวเองที่เผลอนึกถึงเรื่องที่ควรจะลืม

"ฮัลโหล ว่าไงนีน่า"

"ทำไรอยู่วะ ไม่ตอบแชทเลย"

ปลายสายมีทีท่าหงุดหงิดเล็กน้อย แต่นีน่าเป็นแบบนี้เสมอ ขี้บ่น หงุดหงิดง่าย แต่ก็เป็นเพื่อนที่ดีมาตลอด

"กูอ่านหนังสืออยู่ไง ไม่ได้จับโทรศัพท์เลย แล้ว...โทรมานี่มีไรรึเปล่า"

ปากขยับพูด ปลายนิ้วก็กรีดไล้หน้ากระดาษหนังสืออย่างใจลอย หนังสือเล่มโปรดที่อ่านกี่รอบก็ไม่เบื่อ แม้จะรู้ตอนจบของเรื่องแล้วก็ยังละเลียดลิ้มรสอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่า

"เออ มี" นิ้วที่กรีดไล้หยุดชะงัก "พริมมันกลับมาจากเมกาแล้วนะ มันบอกอยากเจอมึง" คิ้วขมวดเข้าเมื่อได้ยินประโยคนั้น

ทั้งๆที่หัวใจสั่นไหวถึงเพียงนั้น แต่ปากกลับพูดออกไปด้วยเสียงเรียบเฉย

"แต่กูไม่อยากเจอ"

"มันบอกอยากคุยกับมึงดีๆสักครั้ง อย่างน้อยก็ในฐานะคนรู้จัก"

แล้วเสียงของนีน่าก็ดูเหมือนจะเลือนหายไป 

นุ่นจมหายไปในท้องทะเลแห่งความทรงจำอีกแล้ว โต๊ะตัวนั้นยังคงอยู่ที่เดิม นุ่นเห็นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังนั่งใจลอยอยู่หน้าแก้วกาแฟไอซ์ลาเต้--นุ่นในวัยยี่สิบห้ากำลังทำแบบนั้น เธอหมุนจี้รูปพระอาทิตย์ไปมาในมือ ปากเม้มแน่นเก็บงำความรู้สึก เสียงนาฬิกายังเดินต่อไปอย่างเชื่องช้า เลยเวลานัดมาเกือบสิบนาทีแล้ว แต่ที่นั่งตรงข้ามเธอยังว่างเปล่า

"ขอโทษนะนุ่น วันนี้เราเลิกช้า"

พริมมาถึงในตอนที่เข็มยาวเกือบจะถึงเลขหก ใบหน้ารูปไข่เปียกชุ่มด้วยเหงื่อ เรื่อด้วยสีเลือดฝาดเพราะรีบวิ่งมา เธอยังคงอยู่ในชุดนักศึกษา ป้ายเด็กฝึกงานแกว่งไปมาเมื่อเธอขยับตัว

"ไม่เป็นไร เราเข้าใจ"

"อื้อ เดี๋ยวเราเลี้ยงเค้กช็อกโกแลตที่นุ่นชอบเป็นการไถ่โทษนะ"

คนมาสายพรายยิ้มเอาใจ เป็นรอยยิ้มที่เจ้าตัวรู้ดีว่านุ่นจะต้องใจอ่อนยวบยาบ และนุ่นก็ใจอ่อนจริงๆ เธอเริ่มลังเลที่จะเอ่ยคำนั้นออกไป

"พริม"

ดวงตาเรียวตวัดขึ้นมองเมื่อถูกเรียก ประกายวับวาวในแววตาล่อลวงนุ่นอีกแล้ว นุ่นรักในดวงตาคู่นั้นเหลือเกิน รักในรอยยิ้มนั่นด้วย รักเหมือนคนบ้า

"พริมรักนุ่นไหม?"

คำถามนั้นทำให้รอยยิ้มนั้นฝืดเฝื่อน มีวี่แววไม่แน่ใจบางอย่างในแววตา นุ่นไม่ใช่คนโง่ที่มองไม่ออกว่ามันหมายความว่ายังไง

"ทำไมอยู่ดีๆถามขึ้นมาล่ะคะ"

พริมไม่ตอบคำถาม แต่ถามกลับ หลบสายตาปิดซ่อนความจริง เผยรอยยิ้มที่ดูเหมือนปกติ

"แค่ตอบก็พอพริม"

"รักสิคะ"

นุ่นแค่นยิ้มกับคำตอบ รัก...แต่ไม่มากพอสินะ
มือเรียวคนน้ำแข็งในแก้วไปมา มันเริ่มละลายลงช้าๆ นุ่นสงสัยว่าหลังจากชั่วโมงนี้ไปความสัมพันธ์ของเธอจะละลายหายไปเหมือนมันรึเปล่า

"แล้วเพลงล่ะ?"


ภาพเด็กสาวในรูปวูบวาบขึ้นในความคิด ชุดนักเรียนสีขาวและรอยยิ้มไร้เดียงสา เป็นเพลงที่ดูสดใสเยาว์วัยกว่าในจอทีวี นุ่นไม่เคยรู้ว่าพวกเค้ารู้จักกันมาก่อน

และก็ไม่เคยรู้ด้วย...ว่าพวกเค้าเคยรักกัน...

"นุ่นพูดเรื่องอะไร เรางงไปหมดแล้วนะ"

น้ำเสียงอารมณ์ดีแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม ดวงตาเวลาไม่สบอารมณ์ของพริมดูเยือกเย็นจนเหมือนมหาสมุทรลึก ให้ตายสิ แม้กระทั่งเวลาแบบนี้ นุ่นก็ยังรักหล่อน

และเพราะว่ารักมากเกินไปนั่นแหละ ถึงได้ทนไม่ไหวที่ต้องรู้ว่าพริมไม่เคยรักเธอเลย

"เมื่อวาน เราไปห้องพริม กะจะเซอร์ไพร์ส ไม่คิดเลยว่าเราจะถูกเซอร์ไพร์สซะเอง"

ของทุกอย่างในกล่องเหมือนจิ๊กซอว์ที่ต่อกันเข้าพอดี ทะเลที่พริมเคยพาไป ดอกทานตะวันที่พริมซื้อให้ หรือแม้กระทั่งรอยจูบแสนหวานบนดาดฟ้านั่น--ไม่เคยเป็นของนุ่นเลย ไม่เคยเลย เธอไม่เคยเป็นพระอาทิตย์ของพริมเลย

"นุ่น..."

แม้น้ำเสียงดูเศร้าสร้อย แต่ดวงตากลับยอมจำนน ราวกับคนที่ถูกจับได้ว่าทำผิด นุ่นนึกอยากให้เค้าปฏิเสธหรือมีคำตอบดีๆสำหรับเรื่องนี้

คำตอบที่พอจะให้เธอหลอกตัวเองต่อไปได้สักพัก...แต่ไม่เลย พริมเพียงแค่เงียบ เม้มปากแน่น และหลบสายตา

นุ่นอยากร้องไห้ แต่กลับไม่มีน้ำตาสักหยดไหลออกมา ความรู้สึกเหล่านั้นอักเสบคั่งอยู่ในใจ น้ำแข็งในแก้วละลายหมดแล้ว แสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์สาดส่องย้อมท้องฟ้าเบื้องนอกให้เป็นสีส้ม นุ่นคิดว่าวันนี้เธอคงได้กลับคนเดียว

"เราคืนให้ เราว่า เราไม่ใช่พระอาทิตย์ที่พริมตามหาหรอก"

เธอว่า วางจี้รูปพระอาทิตย์นั้นไว้ตรงหน้าพริม รู้สึกวูบโหวงตรงลำคอตรงที่ที่มันเคยอยู่ นุ่นไม่รอให้พริมพูดอะไร เธอหวังอยากให้เค้าเดินตามมา คว้าแขนเธอไว้แล้วบอกว่าทุกอย่างจะไม่เป็นไร


แต่พริมก็แค่...ปล่อยให้เธอเดินจากไปง่ายๆเพียงแค่นั้น...




"นุ่น...นุ่น...มึงฟังกูอยู่ปะเนี่ย"

เสียงนีน่าเหมือนมาจากที่ไกลๆ นุ่นตะเกียกตะกายโผล่ขึ้นพ้นเวิ้งน้ำหนาหนักนั่น เวลาไม่ช่วยเยียวยาบาดแผลเหมือนใครว่าไว้ เพราะทุกครั้งที่สัมผัสมันยังเจ็บอยู่เสมอ

"ฟังอยู่ ว่าต่อสิ"

"เออ สรุปยังไงก็จะไม่ไปเจอพริมมันจริงๆเหรอ"

"ไม่ ให้มันจบแบบนี้แหละมึง ไม่เจอกันเลยจะดีกว่า"

นุ่นหลับตา...นึกสงสัยว่าเมื่อไรจะก้าวออกจากดินแดนแห่งอดีตนี่สักที เมื่อไรจะก้าวผ่านบ่ายวันนั้นที่กาแฟไอซ์ลาเต้กำลังละลายนั่นได้ซะที








SHARE
Written in this book
เรื่องสั้นขยันเขียน
รวมมเรื่องสั้นของเก๊าเอง จับฉ่ายกันไปเลย 55
Writer
Sunflower38
Beginner
เจิดจ้า แจ่มใส ให้เหมือนทานตะวัน :) TW : Chirwa_Sunshine Joylada : Sunflower38

Comments