Blue Margarita in the Rain
นอกจากคนเสียสติแล้วก็คงมีแค่คนอกหักอย่างผมที่บ้าจนยอมเสียเงินเป็นพันเพื่อซื้อบลูมาการิต้าพร้อมแก้วออกมาจากบาร์

อันที่จริงมันน่าแปลกใจตั้งแต่เจ้าของร้านยอมให้ผมซื้อแก้วออกมาด้วยแล้ว

ผมยืนอยู่ริมทางเท้าไม่ไกลจากป้ายรถเมล์ ในมือถือร่มคันใหญ่เพื่อบังฝน ร่มคันที่เคยมีใครอีกคนอยู่ใต้ร่มนี้ด้วยมาตลอด แต่ตอนนี้มีเพียงแค่ผม แก้วใส่ค็อกเทลสีฟ้าสวย และน้ำฝนที่สาดเข้ามาไม่หยุดหย่อนจนร่างกายครึ่งล่างเปียกปอนไปหมด

ร่มคันใหญ่นี้แทบไม่ได้ช่วยให้ผมรอดพ้นจากฝนแห่งความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามาได้เลย แต่เสียงฝนที่ตกกระหน่ำรบกวนใจของผมมากกว่าท่อนล่างที่ชุ่มไปด้วยน้ำและสายตาคนรอบข้างที่มองมายังแก้วในมือซะอีก

ผมประคองแก้วนี้ไว้ตลอดทางที่เดินจากบาร์ออกมา เหมือนกับที่ผมพยายามประคองความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่ไว้ แต่สุดท้ายมันก็ค่อยๆหกออกไป เรื่อยๆและเรื่อยๆ

หวังว่าในตอนที่ผมถึงบ้าน...เครื่องดื่มสีฟ้าใสที่เหมือนกับดวงตาของเธอจะยังมีเหลืออยู่

“โทษนะคะ ขอทางหน่อยค่ะ”

เสียงเล็กที่ฟังดูคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูกดังขึ้น ผมก้มลงมองใครบางคนที่ดูท่าทางเร่งรีบและเปียกโชก เธอคนนั้นเงยหน้าขึ้นมา สายตาของเธอดูมีพลังพอจะหยุดทุกอย่างไว้ได้รวมถึงลมหายใจของผมด้วย

“อ้าว” เธอทัก ท่าทางรีบร้อนนั้นหายไปเมื่อเห็นว่าผมเป็นใคร ร่างเล็กสั่นเทาจากความหนาวเพราะเปียกฝน

ใต้ร่มนี้ไม่ได้มีแค่ผม แก้วบลูมาการิต้า และน้ำฝนที่สาดเข้ามา แต่กลับมีใครคนนั้นอยู่ด้วยอีกครั้ง

“อ้าว” ผมทักอย่างดีเลย์ สายตามองเธอที่ไม่ขยับออกไปไหน คงเพราะที่พักใต้ป้ายรถเมล์เต็มหมดแล้ว ร่มคันนี้เลยเป็นจุดเดียวที่เธอพอจะหลบฝนได้

“นั่นอะไรอ่ะ” เธอมองแก้วในมือผม เครื่องดื่มสีฟ้าเหลืออยู่เพียงครึ่ง

ไม่มีคำถามว่ามาทำอะไร ไม่มีคำถามว่ามากับใคร เพราะความผูกพันธ์และเคยชินทำให้เรารู้ดีว่าต่างคนต่างมาที่นี่ทำไม มากับใคร แม้กระทั่งกำลังจะไปที่ไหน

ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม เพียงแต่เราไม่ได้ทำมันไปด้วยกัน

“บลูมาการิต้า”

“อ๋อ ที่เธอเคยบอกว่าเหมือนสีตาเราอ่ะหรอ” คนตัวเล็กช้อนตาขึ้นมามอง

ดวงตาของเธอยังคงสวยงามสำหรับผมเสมอ มันสวยกว่าเครื่องดื่มในแก้วนี้ สวยกว่าน้ำทะเลมัลดีฟส์ และสวยกว่าอัญมนีชนิดไหนๆ คงเป็นเพราะมันมีความหมายกับผมมากเหลือเกิน มากกว่าทุกสิ่งที่กล่าวมา

“ไม่อ่ะ ตาเธอสีสวยกว่า”

“....แล้วทำไมมายืนถือแก้วอยู่ตรงนี้อ่ะ”

“ก็ซื้อมา แล้วมารอรถเมล์กลับบ้าน”

“เรารู้ว่ารอรถกลับบ้าน แต่ทำไมถือมีแก้วมาด้วย?”

“ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนั้นคิดอะไรอยู่ แต่ก็ซื้อมาแล้ว”

“แปลกคน” สายตานั้นเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ สุดท้ายก็หันกลับไปมองถนนด้านหน้า

ไม่นานรถเมล์คันที่ผมคุ้นตาวิ่งมาจอดด้านหน้าป้าย ปกติตั้งนานกว่าจะมา พอครั้งที่ไม่อยากให้รีบมาก็มาทันทีเหมือนพระเจ้ากำลังกลั่นแกล้งผมไม่มีผิด

“ไปนะ ขอบคุณที่ให้หลบฝน”

“อืม กลับดีๆ”

“ขอให้อร่อยกับบลูมาการิต้า” เป็นการอวยพรที่แปลกพอกับที่ผมยืนถือแก้วค็อกเทลอยู่ใต้สายฝน เธอวิ่งออกไปจากร่มคันนี้ก่อนจะหายไปกับฝูงชนที่ทยอยขึ้นไปบนรถเมล์

ครั้งนี้เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ที่ผมรู้สึกขอบคุณฝนขึ้นมา เพราะฝนพาเธอให้มาใกล้ชิดผมมากขึ้นเสมอ
แม้ตอนนี้เราจะใกล้กันในฐานะคนรู้จักที่ผ่านมาหลบฝนก็ตาม แต่อย่างน้อยร่มคันนี้ก็มีเธออยู่

แม้เพียงครู่เดียว ผมก็ยังรู้สึกขอบคุณ ทั้งร่มคันนี้ ฝนที่ตกกระหน่ำ และแก้วบลูมาการิต้า
SHARE
Writer
Hoegaarden
Dreamer
dawn; hers — dusk; his

Comments

feelblue
6 months ago
So good 💙💙
Reply