เมื่อธงอิสต์อินเดียคอมพานีโบกสะบัด
อิสต์ อินเดีย เทรดดิ้ง คอมพานี (East India Trading Company) หรือ บริษัทอินเดียตะวันออก มันคือหัวใจหลักของยุคล่าอาณานิคม และยังมันเป็นบริษัทที่ชั่วร้ายที่สุดในโลก  มันเป็นเหมือนปรสิต ที่เกาะและควบคุมจักรวรรดิบริเตนอันยิ่งใหญ่ของโลก ณ ศูนย์กลางที่กรุงลอนดอน บริษัทได้ก่อตั้งโดยอำนาจของควีนเอลิซาเบทที่1แห่งราชอาณาจักรอังกฤษ บริษัทเรืองอำนาจในด้านการค้าในช่วงคิงจอร์จ และ กลายเป็นบริษัทการค้าที่ได้รับการสนับสนุนหุ้นในการลงทุนเพื่อหาทรัพยากรในอนุทวีปอินเดียจากขุนนางในราชสำนัก และ บรรดาศักดินา นักธุรกิจ พ่อค้า ผู้ว่าการเขตต่างๆ บริษัทเริ่มแพร่ขยายอิทธิพล และ ทำลายอำนาจของบริษัทอินเดียตะวันออกของดัตช์ จนพวกเขาต้องยอมจำนนแก่ บริษัทอินเดียตะวันออกของบริเตน ในศตวรรษที่18 บริษัทเรืองอำนาจมาก ด้วยอำนาจที่Director ผู้อำนวยการของบริษัทได้รับพระราชทานตำแหน่งเป็น Lord ลอร์ด ผู้แทนพระราชาและราชินี ผู้มีอำนาจเต็มในจักรวรรดิอาณานิคม กองทัพเรือเริ่มถูกครอบงำโดยบริษัท บริษัทเริ่มผูกขาดกองทัพเรือ แต่บริษัทเล็กๆ ของบริเตนต่างต้องใช้บริการบริษัทอินเดียตะวันออก เพื่อที่จะมีราชนาวีคอยปกป้องพวกเขาจาก โจรสลัด บริษัทเริ่มแพร่ขยายอิทธิพล และ การทุจริต ต่างๆ ก็เกิดขึ้น แม้ว่า บริษัทอินเดียตะวันออก จะต้องได้รับการกำกับต่อรัฐสภาแห่งเกรตบริเตน แต่บริษัทก็ใช้อำนาจทางการเงินและทรัพยากร ทำให้สภาไม่สามารถที่จะต่อกรกับบริษัทได้ บริษัทเริ่มขู่เข็ญให้ผู้ว่าการอาณานิคม ภักดีต่อบริษัท เมื่อจักรวรรดิบริเตนเข้ายึดครองดินแดน บริษัทก็กลายเป็นผู้บริหาร และ ผู้จัดการดูแลอาณานิคมแทนรัฐบาล บริษัทจัดตั้งข้าหลวงใหญ่ หรือ ครอบงำ แบล็กเมล ใช้อำนาจการเงินควบคุมข้าหลวงใหญ่ ผู้ว่าการอาณานิคม นับตั้งแต่ต้นศตวรรษที่18 บริษัทไม่ได้อยู่ในเฉพาะขอบอนุทวีปอินเดีย แต่ยังรวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จีน ญี่ปุ่น แอฟริกา และ ร้ายสุดนั้นคือ เวสต์อินเดีย หรือ อินเดียตะวันตก นั้นคือ อาณานิคมในแคริบเบียน และ อาณานิคมบนภาคพื้นทวีปอเมริกาเหนือ บริษัทเริ่มหากินกำไรจากควบคุมภาษีที่ส่วนหนึ่งจะได้สู่ศักดินาราชาแห่งบริเตนแล้ว ยังจะเข้ากระเป๋าของบริษัท บริษัทเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งปัญหาในทุกๆอาณานิคม กดขี่ข่มเหงชาวอาณานิคมแม้แต่คนขาวด้วยกัน และ อาณานิคมที่มีปัญหามากที่สุด กลับอยู่ไม่ไกลจากเกาะบริเตน นั้นคือ เกาะไอร์แลนด์ 700ปีที่ถูกปกครอง ไอร์แลนด์คือดินแดนที่มีปัญหาจลาจล และ การกบฎมากที่สุด บริษัทได้เข้าควบคุมทหารเสื้อแดง ผ่านอำนาจทางทรัพยากรและการเงิน กวาดล้างพวกกบฎไอริช แลดูเหมือนจะปกป้องราชบัลลังค์ของพระราชาแห่งสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่ แต่แท้ที่จริง มันคือการปกป้องบริษัท บริษัทคือพระราชา พระราชาคือบริษัท แม้พระราชาจะไม่มีบทบาทในบริษัท แต่มันปฏิเสธไม่ได้ว่า ทั้งสองอย่างนี้ขาดกันไม่ได้ ไม่มีบริษัท ก็ไม่มีใครภักดีพระราชาและราชินี แต่ถ้าไม่มีราชาหรือราชินี บริษัทก็สิ้นอำนาจ จากการภักดีต่อระบบศักดินา และบารมีพระประมุขแห่งจักรวรรดิทำให้บริษัทเรืองอำนาจ บริษัทกุมชะตาโลกทุกอย่าง และดูเหมือนไม่มีใครที่ภักดีอย่างหาที่สุดมิได้ต่อบริษัท หลายๆคนจึงเริ่มการต่อต้านอำนาจบริษัท ต่อต้านบริษัท=ต่อต้านจักรวรรดิ เราเอาคำนี้มาพูดก่อนจะได้รู้ว่าบริบทการต่อต้านจักรวรรดิบริเตนของหลายๆกลุ่มคือการต่อต้านอำนาจบริษัทอินเดียตะวันออก และเมล็ดพันธ์ุการต่อต้านได้เริ่มขึ้น นั้นคือ "โจรสลัด" จากเดิมที่มีเฉพาะพวกที่ต้องการชิงสมบัติ ทรัพยากรเท่านั้น กลุ่มโจรสลัดหน้าใหม่ คือ กองกำลังทางนี้ที่คอยปล้น ทำลาย กองเรือราชนาวีของบริษัทอินเดียตะวันออก เพื่อหาทางตัดท่อน้ำเลี้ยงบริษัท บริษัทใช้กองทัพเรือและงบประมาณมหาสารเพื่อปราบปรามโจรสลัดในยุคที่พวกเขารุ่งเรือง แคริบเบียนคือดินแดนที่มีปัญหา ถ้าคุณได้เคยดู Pirates of Caribbean จะเห็นว่าในภาคสองของเรื่อง บริษัทอินเดียตะวันออกได้ส่งลอร์ดผู้มีอำนาจเต็มจากพระราชาและราชินีที่ชื่อ Cutler Becket สู้กับ Jack Sparrow และ โจรสลัด ในช่วงกลางศตวรรษ โจรสลัดชาวไอริชจากดินแดนที่มีปัญหามากที่สุดของจักรวรรดินามว่า anne bonny ได้กลายมาเป็นโจรสลัดผู้ต่อต้านอำนาจของบริษัท และ 13อาณานิคมก็ได้เห็นการต่อต้านนั้น ที่พวกเขาจะต่อต้านต่อภาษี กฎหมาย สิทธิ อันไม่ยุติธรรมจากบริษัท 13อาณานิคมได้ประกาศเอกราช และจัดตั้ง สหรัฐอเมริกา และที่นั้นคือดินแดนอาณานิคม ที่เกรตบริเตนจะเสียไม่ได้ บริษัทสนับสนุนกองทัพเต็มที่ ทหารเริ่มรุก แต่พวกเขาก็พ่ายแพ้ จากการไม่คาดคิดที่ฝรั่งเศสให้การสนับสนุนอเมริกา ฝรั่งเศสไม่ได้ใยดีอะไรต่อสหรัฐอเมริกา แต่พวกเขามองว่าโอกาสนี้จะเป็นการล้างแค้นและตัดเส้นทางของบริษัทอินเดียตะวันออก ที่ก็กดขี่ ฝรั่งเศส จนการเดินเรือของฝรั่งเศส ก็เกือบจะเรียกได้ว่า ยากลำบากมาก ในยุคนั้น ฝรั่งเศสเก่งจริงเฉพาะภาคพื้นทวีปยุโรป ทะเลพวกเขาสู้ด้วยไม่ได้ แต่ไม่นานเมล็ดพันธุ์ที่บริษัทอินเดียตะวันออก วางแผนไว้อย่างที่เรียกได้ว่า เลวล้ำลึก ก็เกิดขึ้น บริษัทยอมเสียอำนาจบางส่วนในทวีปอเมริกาเหนือ นั้นคือ ยอมรับเอกราชสหรัฐอเมริกา และนำส่วนที่เหลือ สถาปนาเป็น แคนาดา แต่บริษัทก็ได้วางหมาก หมากอุดมการณ์สาธารณรัฐ จากสหรัฐอเมริกา สู่ประชาชนฝรั่งเศส และท้ายที่สุด การปฏิวัติฝรั่งเศสก็เกิดขึ้น จักรวรรดิอาณานิคมฝรั่งเศสอ่อนแอในพริบตา บริษัทอินเดียตะวันออกทำให้ ยุโรปต้องตกใจเมื่อธงเกรตบริเตน จากเกาะที่ไม่มีประโยชน์อะไร แต่กลับมาสะบัดเหนือทวีปยุโรป แม้แต่จักรวรรดิสเปน จักรวรรดิออสเตรีย จักรวรรดิสวีเดน จักรวรรดิออตโตมัน ยังต้องยอมก้มหน้าให้แก่ บริษัทอินเดียตะวันออก กับหมากที่ไร้ความปรานี บริษัทที่ชั่วร้าย ได้เพาะเมล็ดพันธุที่เรียกว่า สงครามฝรั่งเศสจากนโปเลียน ซึ่งเป็นโอกาสทองที่บริษัท และเกรตบริเตนจะขยายอาณานิคมและความโหดร้ายไปทั่วโลก ขณะที่ยุโรป กำลังอยู่ในสภาวะสงคราม เมื่ออิ่มตัว บริษัทก็ยอมให้กองทัพเสื้อแดง เข้าสู่สนามสงครามยุโรป เพื่อแสดงบทบาทวีรบุรุษและมหาอำนาจจ้าวแห่งท้องทะเล ดินแดนพระอาทิตย์ไม่เคยตก ในนามของพระราชาที่อยู่ในการดูแลโดยบริษัทอินเดียตะวันออก ที่ชั่วร้าย แม้จะอยู่ในอำนาจสภา แต่อาชญกรรมมากมาย เช่นการเข่นฆ่ากลุ่มคนในอาณานิคม การทุจริตมากมาย ถูกรายงานเท็จต่อสภา และ บริษัทก็ได้ใช้กองทัพ ทั้งราชนาวี และ ทหารราบเสื้อแดง ในการสร้างผลประโยชน์ของบริษัท อย่างไรก็ตามบริษัทก็ยังคงพัฒนาอาณานิคมเหมือนบริเตน และ มอบความภักดีและทรัพยากรให้ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ และ พระราชาและราชินีเพื่อ รักษาเสถียรภาพของการเมือง ที่จะธำรงรักษาอำนาจของบริษัท แต่ใครจะไปคิดว่าคนที่จะทำลายบริษัท ก็คือ  ประมุขอาณาจักรที่บริษัทประกาศภักดี คือคนที่ทำลายอำนาจบริษัท และ การผูกขาดของบริษัท การกดขี่กลุ่มเอกชน และ ประชาชน รวมถึงการใช้ระบบศักดินาเพื่อสร้างจักรวรรดิของบริษัทอินเดียตะวันออกในจักรวรรดิบริเตนอีกที กล่าวคือ ที่ผ่านในศตวรรษที่18 จักรวรรดิบริเตน ดินแดนพระอาทิตย์ไม่เคยตก ก็คือ จักรวรรดิของบริษัทอินเดียตะวันออก เมื่อถึงยุคสมัยควีนวิกตอเรีย ต้นศตวรรษที่19 ควีนวิกตอเรียในวัยพระเยาว์มีพระชนมายุเพียงแค่ 18 พรรษา ก็ได้ขึ้นครองราชสมบัติแห่งจักรวรรดิ เหมือนเดิมทุกอย่าง สภาในอำนาจบริษัทก็เชิญพระองค์ขึ้นครองราช และหวังจะครอบงำพระองค์ ด้วยความช่วยเหลือจากหุ้นส่วนสำคัญจากราชอาณาจักรเบลเยียม  พระเจ้าเลออปอลที่ 2 แห่งเบลเยียม พวกเขาเปิดทางการที่บริเตน เบลเยียมจะรุกรานแอฟริกาได้ แต่เมื่อ ควีนวิกตอเรียอภิเษกสมรสกับเจ้าชายอัลเบิร์ตแห่งซัคเซิน-โคบวร์คและโกทา อัลเบิร์ต์คือ ผู้ที่ช่วยเหลือและให้คำปรึกษาวิกตอเรีย วิกตอเรียเริ่มเข้าใจการเมืองและเศรษฐกิจทุนนิยม แม้ตลาดจะเสรี และการผูกขาดสูงสุดกลับเป็นของบริษัทที่ควบคุมทั้งกองทัพ พระองค์ต้องแทรกแทรงรัฐสภาเพื่อทำให้อำนาจบริษัทนี้จบลง และเปิดทางโลกไปสู่เสรี ท้ายที่สุด พระองค์ยกเลิกภาษีหลายๆอย่างเพื่อหาทางทำลายกระเป๋าของบริษัทอินเดียตะวันออก และร้ายกว่านั้น พระองค์ได้ทำให้มหาราชาแห่งรัฐในอินเดียยอมรับพระองค์ในฐานะ จักรพรรดินีแห่งอินเดีย เมื่อพระราชบัญญัติรัฐบาลอินเดีย ค.ศ. 1858 ประกาศใช้ รัฐบาลเกรตบริเตน ซึ่งก็คือรัฐบาลสหราชอาณาจักร ก็เข้าควบคุมอินเดียแทนผู้ว่าการของบริษัทที่จำใจต้องทำเพื่อรักษาเกียรติในการภักดีต่อพระประมุขแห่งอาณาจักร เมื่อเสียอินเดียไป บรรดารัฐอาณานิคมต่างๆ ก็เริ่มประกาศพระราชบัญญัติใหม่ เพื่อปูทางให้ควีนวิกตอเรียบริหารโดยตรง ทรงแต่งตั้งข้าหลวงใหญ่ประจำอาณานิคม โดยไม่ต้องผ่านลอร์ดผู้มีอำนาจเต็มของบริษัทอินเดียตะวันออก ทรงได้ทำให้กองทัพกลับมาอยู่ใต้อำนาจของสภา ราชนาวีเป็นอิสระ จากเหตุผลที่บริษัทอินเดียตะวันออก ไม่สามารถผลิตเรือรบ ให้กับราชนาวี รวมถึงเงินแก่ราชนาวี ราชนาวีจึงหันหลังให้บริษัท ทยอยสร้างตัวเองขึ้นมาใหม่โดยไม่พึ่ง บริษัทอีกต่อไป บริษัทก็ค่อยๆหมดอำนาจ เมื่อเรือของบริษัทมิอาจจะเป็นทั้งหมดของราชนาวีแล้ว และราชนาวีก็ทำหน้าที่ปกป้องการเดินเรือของทุกบริษัท เอกชนเริ่มแข่งขันท้าทายบริษัท และ ด้วยโจรสลัดที่จางหายไป พวกเขาแทบไม่ต้องพึ่งราชนาวี ในยุคที่จักรวรรดิบริเตน เป็นจักรวรรดิราชาธิปไตยใต้รัฐธรรมนูญ เศรษฐกิจเสรี บริษัทอินเดียตะวันออกสูญเสียหุ้นส่วนและความน่าเชื่อถือและสำคัญสุด คืออำนาจล้นฟ้าที่พระอาทิตย์ไม่เคยตก กลับกลายเป็นของรัฐไปเสียแล้ว รัฐบาลประชาธิปไตย มาแทนที่ศักดินา ทำให้กลุ่มขุนนางที่พยุงบริษัทไม่สามารถพยุงบริษัทได้อีกต่อไป  1 มิถุนายน ค.ศ. 1874 ธงสีน้ำเงินของบริษัทอินเดียตะวันออกก็ถูกปลดลงมาจากเสา บริษัทได้ปิดกิจการ ควีนวิกตอเรียทำให้สิ่งที่ anne bonny,Son of Liberty หวังไว้นั้นคือ การทำลายบริษัทที่ชั่วร้ายที่สุดในโลก ก็บรรลุผลสำเร็จ เศษซากที่เหลือ ก็คือปัญหาต่างๆ ที่บริษัทยังทิ้งไว้ต่ออาณานิคม และ ควันหลงของกลุ่มอำนาจบริษัทที่ยังคอยแทรกซึมเข้าไปในระบบรัฐสภา และสร้างปัญหาให้จักรวรรดิก่อนการล่มสลายของจักรวรรดิ ปัญหามากมายถูกสร้าง แคชเมียร์ ปาเลสไตน์-อิสราเอล มาเลเซีย-ซาบาห์และซาราวัค เศรษฐกิจเยอรมันที่ล้มละลายหลังสงครามโลกครั้งที่1 ที่คอยเป็นตัวสร้างปัญหาที่เป็นผลให้เกิดสงครามโลกครั้งที่2 และ สงครามเย็น ชะตากรรมของโลกปัจจุบันยังมีควันหลงของธงสีฟ้าของบริษัทอิสต์อินเดีย เทรดดิ้ง คอมพานี บริษัทที่ชั่วร้ายที่สุดในโลก 
SHARE
Written in this book
East India Company
ประวัติศาสตร์ และ ควันหลงของบริษัทที่ชั่วร้ายที่สุดในโลก
Writer
NakwatHakimov
Istiklal Futurist.
Science,Physicist,Futurist,Educated,Economist and Politician in Istiklal University. นักวิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ นักอนาคตศึกษา นักการศึกษา นักเศรษฐศาสตร และ นักวิชาการอิสระ

Comments