Chapter 1: Welcome to isekai
ตอนที่ 2: พบเพื่อนใหม่

“อ....เอาจริงดิ”

ถึงจะทำใจได้แล้วว่าที่นี่คือต่างโลกแต่ผมยังคงไม่ชินอยู่ดี

ป้ายบอกทางได้ชี้ทิศทางของหอกลีภูตไว้ให้ตรงไปด้านหน้า ซึ่งผมก็เห็นตัวอาคารอยู่บนเกาะอีกฟากนะ แต่ว่า....

“จะให้ข้ามไปยังไงฟร้า~!”

ไร้ซึ่งสะพาน หรือทางเชื่อมใดๆ มีเพียงช่องว่างโล่งๆ ที่กั้นระหว่างเกาะเท่านั้น

คงจะให้นั่งรอจนถึงเวลาที่กำหนดล่ะมั้ง

(เตร๊ง)

เสียงระฆังได้ดังขึ้นทั่วโรงรียนจำนวน 6 ครั้ง คงเป็น 6 โมงเย็นของโลกนี้.... สินะ

(ครืนๆ)

จังหวะนี้เอง เกาะแห่งนี้เริ่มสั่นไหว พร้อมกับยืดบางสิ่งคล้ายรากไปยังเกาะเบื้องหน้า โดยที่เกาะนั่นก็ยืดรากออกมาเช่นกัน จากนั้นจึงหลอมรวมจนกลายเป็นสะพานเชื่อม

“....สมกับเป็นโรงเรียนเวทมนตร์จริงๆ”

ผม และคนอื่นๆ เริ่มข้ามฝั่งไปยังหอพักด้วยสัมภาระติดตัวที่มีไม่มากนัก บ้างก็เดิน บ้างก็บิน หรือไม่ก็วาร์ป(?)เอา

ตัวหอเป็นอาคารสีดำสูงราว 6 ชั้นมีลวดลายตามขอบระหว่างชั้น ดาดฟ้าตึกและหน้าต่างเป็นสีขาว ให้อารมณ์เหมือนคฤหาสน์ในป่าลึกในเกมๆนึง ซึ่งดูน่าสะพรึง

เมื่อมาถึงด้านหน้า ผมหยิบเอาบัตรประจำตัวออกมาเช็คข้อมูลที่ถูกบันทึกลงไป

“ รหัสประจำตัว: 156046

ชื่อผู้ถือครอง: ฮานเนส ครูเกอร์

สังกัด: กลีภูต 700 “

700 นี่... เลขห้องสินะ

ผมจึงเดินต่อไป เข้าสู่ภายในหอพักอันมีบรรยากาศของโรงแรม.... ใช่ครับ โรงแรมระดับ 5 ดาวเลยแหละ ต่างจากภายนอกลิบลับ

สุดทางเดินมีลิฟท์อยู่จำนวน 3 ตัว และมีบันไดอยู่ด้านข้าง ซึ่งตามปกติแล้ว ผมคงขี้เกียจรอลิฟท์ แล้วเดินขึ้นไปยังชั้น 7 ในทันที แต่วันนี้นั้น... ขอลองดูหน่อยละกัน



เพราะแต่ละคนมีสัมภาระไม่มาก ทำให้สามารถระบายแถวของลิฟท์ได้รวดเร็ว รู้ตัวอีกที ผมก็ได้อยู่หน้าสุดแล้ว

(ติ๊ง)

ประตูลิฟท์ได้เปิดออก ผมจึงเดินเข้าไป พร้อมกับเตรียมจะกดปุ่มชั้น 7.... เว้นแต่อย่างเดียว

มันไม่มีชั้น 7 ให้ผมกดนี่สิ

“ไรฟะเนี่ย” ผมถามตัวเองเบาๆ ก่อนจะกดปุ่มชั้น 6 เพื่อแก้สถานการณ์นี้

(ติ๊ง)

เมื่อมาถึงชั้น 6 สิ่งแรกที่เห็นเมื่อเดินออกมาคือป้ายแขวนซึ่งนำทางไปยัง <ชั้น 7>

โอเค อย่างน้อยๆ ก็รู้ว่ามีชั้น 7 อยู่จริง

เมื่อเดินขึ้นมา ผมก็ต้องประหลาดใจอีกครั้ง

ชั้น 7 ที่ว่า มันก็ดาดฟ้าของหอนี่แหละ แต่แค่...

พื้นที่ราว 1 ใน 4 ของดาดฟ้าถูกสร้างขึ้นเป็นห้องพักขนาดใหญ่พิเศษ 1 ห้องซึ่งตั้งอยู่กลางชั้น(?)นี้

ครับ.... ระบบสุ่มห้องมันเล่นอะไรรึเปล่าเนี่ย จะเรียกว่าโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่



ผมเดินไปยังหน้าประตูห้อง พร้อมกับสแกนปลดล็อค และเปิดเข้าไป

“ว้าว!”

เมื่อเข้ามา พบว่าห้องนี้มี 2 ชั้นย่อยอยู่ภายใน ด้านบนมีห้องนอนขนาดกลาง 2 ห้อง กับห้องน้ำห้องหนึ่ง ส่วนชั้นล่างมีครัว ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำอีกที่ และมุมหนังสือที่มีเปลแขวนอยู่และขยับไปมา

ขยับไปมา? น่าจะเป็นรูมเมทล่ะมั้ง

ผมขึ้นไปสำรวจชั้นบน พบว่าข้างห้องนอนห้องแรกมีอุปกรณ์การช่างแบบครบชุด พร้อมกับลังวัสดุจำนวนมากกองอยู่

เอ่อ.... ให้มาอย่างงี้เลยเหรอ แต่ก็ดี ได้ไม่ต้องไปซื้อของเพิ่มมาก

(ตุบ)

เหมือนมีอะไรบางอย่างหล่นลงมา ต้นเสียงมาจากข้างล่าง

ผมเดินลงมาดู จึงพบกับเด็กหนุ่มผมสีดำ ปลายล่างสีขาว สวมหูฟัง กำลังนวดหลังของตัวเองอยู่ หากให้เดาก็คือ นอนดิ้นจนตกลงมาจากเปล

เมื่อผมเข้าไปใกล้ หมอนั่นหันกลับมาก่อนจะทักว่า

“...ใครอะ”

“รูมเมทไง”

“ที่เป็นคนรับใช้อะนะ ขอบคุณๆ”

“ไม่ใช่เมดเฟ้ย!”

“เข้าใจละๆ ฝันดี” แล้วหมอนี่ก็ลงไปนอนต่อที่พื้น

“ตื่นมาคุยกันก่อน!” ผมทั้งเขย่าคอเสื้อและตะโกนใส่ แต่กลับไม่เป็ฯผลเลยซักนิด ช่วงเวลานั้นเอง

(เอี๊ยด...)

ประตูห้องกลับถูกเปิดออกโดยไม่ทราบสาเหตุ ก่อนจะปิดกลับไป



เดี๋ยวนะ ตูปิดประตูไม่สนิทเหรอ ก็ไม่นะ

ผมไม่ได้สนใจอะไร จึงพยายามปลุกเจ้ารูมเมทต่อ

“ทำอะไรอยู่เหรอ?” เสียงปริศนาดังขึ้น ซึ่งเป็นคนละน้ำเสียงกับรูมเมทผม

“น...นั่นใครอะ”

“ก็เป็นนักเรียน... เหมือนพวกนายไง” เสียงดังมาจากใกล้ๆ โซฟา แต่ผมกลับไม่เห็นใครเลย

จะว่าไป ทั้งต่างโลก ทั้งเวทมนตร์มันยังมีจริงๆ เลยนี่หว่า... ไม่ คงไม่ใช่มั้ง



“หมอนั่นเป็นอะไรรึเปล่าน่ะ หลับเป็นตายเลย”

(บรู๋ววว~)

นั่นไง ชัดเลย เสียงประกอบชัดเจนขนาดนี้

“เมิงตื่นขึ้นมาอยู่เป็นเพื่อนตูก๊อนนนนน!” ผมเขย่าหมอนี่อีกครั้งแบบแรงๆ ด้วยความที่เข้าใจว่าโดนผีหลอกเข้าให้แล้ว





“สรุปก็คือ มันเป็น พลัง ของนายที่ยังควบคุมไม่ค่อยอยู่... สินะ” ผมชงกาแฟอยู่ในครัว พร้อมๆ กับถามคำถามไปยังเด็กหนุ่มแปลกหน้าซึ่งโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้

“ตามนั้นแหละ มันดั๊นมาคุมไม่อยู่ตอนจะเข้าห้องพอดี โทษทีที่ทำให้เข้าใจผิดนะ”

“ไม่เป็นไรๆ เอาเป็นว่า ยินดีที่ได้รู้จักนะ ผมฮานเนส ครูเกอร์ เรียกฮานก็ได้”

“ยินดีเช่นกัน ฮาน ผมอัชชู เค่อ กุสตาฟ เรียกว่าอัชชูละกัน”

“แล้วหมอนั่น...”

“ไม่รู้เหมือนกัน เห็นหลับตั้งแต่เข้ามาแล้วน่ะ” ผมตอบอัชชูพร้อมกับยกกาแฟขึ้นซด

“ประกาศจากทางหอกลีภูต นักเรียนทุกคนสามารถมารับชุดนักเรียนของตนได้ บริเวณช่องซักรีดที่ประจำอยู่แต่ละชั้น ยกเว้นห้อง 700 ให้ลงมารับที่ชั้น 6 นะครับ”

อื้ม! พิเศษจริงๆ ห้องนี้ ผมบอกตัวเองในใจก่อนจะกระดกกาแฟเพิ่มอีกแก้ว

“ฮาน นี่มันก็มืดแล้วนะ ยังจะดื่มกาแฟอีกเหรอ”

“วันนี้ว่าจะนอนดีกหน่อย จะว่าไงดี มันเป็นนิสัยเสียน่ะ ฝากปลุกตอนเช้าด้วยนะ”

“อะ... ได้ๆ” อัชชูตอบตกลง พร้อมกับหยิบของใช้ส่วนตัว และเข้าไปในห้องน้ำ

ส่วนผม ก็เดินไปยังข้างห้องนอนผม พร้อมกับนั่งทำงานที่ผมถนัด







-03.00 น.-

“เฮ่อ! เสร็จซะที ไปอาบน้ำนอนดีกว่า” ผมลุกออกมา และนำอุปกรณ์ต่างๆ ใส่ลงในลัง







-06.00 น.-

“ฮานๆ ฮาน! ตื่นได้ละเฟ้ย!”

“อ... อรุณสวัสดิ์ อัชชู”

“ตื่นแล้วก็ดี ฝากหยิบชุดมาให้ด้วยนะ”

ผมเดินออกจากห้องไปหยิบชุดที่ชั้น 6 แบบงัวเงีย พบว่าเหลือชุดอยู่เพียง 2 ชุด

หมอนั่น... มาเอาไปตอนไหนฟะ ช่างเถอะ รีบเอาไปเปลี่ยนดีกว่า

ผมหยิบชุดออกมา โดยไม่ได้สังเกตว่ามีบางสิ่งติดมาด้วย


SHARE
Written in this book
Zel-Themis มหาศึกมนตรา
เรื่องออริจินอลโดยผมเองครับ จะคอยอัพทุกๆครั้งที่ว่างนะ ;)

Comments

Bonnie
4 months ago
Waiting in the dark corner for the next chapter
Reply