Student Apprentice / 15/02/62 DAY #32
วันนี้เจ้านายเราให้เราไปหาอ่านเกี่ยวกับ สรุป 6 Modes of Documentary เราเลยเอาข้อมูลมาแชร์กัน

•แนวกระจกหกด้าน (Expository Mode)
-เสียงบรรยาย = พระเจ้า
-เน้นให้ความรู้
-ภาพซัพพอร์ตเสียงบรรยาย

จุดเด่นของหนังโหมดนี้การบรรยายประกอบภาพ หรือถ้าให้เข้าใจง่ายขึ้นให้ลองนึกถึงรายการ กระจกหกด้าน ที่จะมีเสียงผู้บรรยายประกอบ โดยโหมดนี้จะเน้นการให้ความรู้ เน้นสื่อสารทางตรง กระชับ ตรงประเด็น และมีภาพเป็นการซัพพอร์ตเสียงบรรยาย

ข้อควรระวัง!
แน่นอนว่าผูกขาดมุมมอง ต้องระวังอีกเรื่องคือความเที่ยงตรงของข้อมูล และอาจมองซับเจคด้วยความเหยียด หรือสงสาร

•แนวกีวี่ๆๆๆกวี (Poetic Mode)
-เน้นอารมณ์ และสุนทรียะ
-ใช้การเปรียบเปรยทางภาพและเสียงเพื่อสร้างความหมายใหม่

กีวี่ๆๆๆกวี แนะนำให้ออกเสียงตามแล้วจะอินมากยิ่งขึ้น! สำหรับสารคดีในโหมดนี้ เราจะเน้นอารมณ์และสุนทรียะเป็นหลัก เน้นการตีความตามมุมมองของผู้เล่าเอง ใช้การเปรียบเปรย/ขัดแย้งทางภาพและเสียงเพื่อสร้างความหมายและมุมมองใหม่

ข้อควรระวัง!
อาจจะนามธรรมไป และเวอร์ไปในบางที

•แนวมนุษย์ล่องหน (Observational Mode)
-มุมมองคนธรรมดา
-คนทำหนังล่องหน
-ให้คนดูตัดสินจากสิ่งที่เห็น

สำหรับโหมดนี้ เป็นการเข้าสู่ช่วงยุคที่เริ่มมีเทคโนโลยีกล้องเบาพร้อมอัดเสียง ทำให้คนทำหนังกันได้สะดวกและง่ายขึ้น คนทำหนังจะล่องหนตามติดชีวิตคน ด้วยมุมมองของคนธรรมดา ซึ่งจะให้คนดูตัดสินจากสิ่งที่เห็น และฟัง

ข้อควรระวัง!
สำหรับโหมดนี้อาจพาเราไปบันทึกเหตุการณ์ที่อันตราย หรือผิดกฎหมายได้ และก็มีมุมมองที่จำกัดเฉพาะที่เกิดขึ้นหน้ากล้องด้วย

•แนวฅน ค้น ฅน (Participatory Mode)
-คนทำหนังไม่ล่องหน
-มุมมองของคนอื่น
-ปฏิสัมพันธ์/สัมภาษณ์

นึกไม่ออกให้นึกถึงหน้าพี่เช็ค! แล้วจะร้องอ่อ! แนวนี้คนทำหนังจะไม่ล่องหนเหมือนอันก่อนหน้า จะเน้นเรื่องของปฏิสัมพันธ์ การสัมภาษณ์ซับเจค โดยเน้นเป็นมุมมองของคนอื่น

ข้อควรระวัง!
ในโหมดนี้อาจใช้ประโยชน์จากคำให้การคนอื่น และอาจเกิดคำสารภาพที่อาจทำให้เสียใจภายหลัง

•แนวเรื่องของกู (Performative Mode)
-คนล่า = ซับเจค
-ความจริง = ประสมการณ์ส่วนตัว
-เน้นอารมณ์ทั้งภาพและเสียง

ใช่ นี่แหละเรื่องของกูแท้ๆ เลย คนเล่าเป็นซับเจคของเรื่อง และความจริงก็เท่ากับประสบการณ์ส่วนตัวของผู้เล่าเอง ใครเป็นใครฉันไม่รู้ล่ะ แต่กูจะเล่าแบบนี้! แนวนี้ก็จะเน้นทั้งอารมณ์ของภาพและเสียงเท่าๆ กัน

ข้อควรระวัง!
เรื่องของกู อาจทำให้เราไม่เที่ยงตรง หรือง่ายๆ ก็คือหลอกตัวเอง แล้วก็เป็นมุมส่วนตัวแบบสุดๆ จริงมั้ยไม่รู้ แต่นี่คือประสบการณ์ของตัวเองคนเดียว

•แนวฟอร์จูนทาวน์ (Reflexive Mode)
-โชว์ Process การทำหนัง
-สร้าง awareness ในฐานะคนดู
-ตั้งคำถามกับนิยามของ ‘สารคดี’

โหมดนี้เหมือนการโชว์โครงสร้างตึก! ง่ายๆ ก็คือการโชว์ Process ของการทำหนังนี้แหละ โดยจะเน้นการตั้งคำถามต่อขนมและนิยามของสารคดี รวมถึงสร้าง awareness ในฐานะคนดู

ข้อควรระวัง!
อาจทำให้เกิดระยะห่าง คนดูอินกับซับเจคตั้งต้นได้น้อยลง

สามารถติดตามเพจได้ที่ Clapper CLUB

คนที่เป็น Creative เค้าจะเอาโครงสร้างมาสร้างเรื่อง แล้วมาเขียนบท

เราควรที่จะทำอะไรใหม่ๆ ไม่ควรทำอะไรที่มันซ้ำๆอยู่ตลอด ถ้าเรายังทำอะไรที่ซ้ำๆอยู่ตลอด เราจะไม่มีวันเป็นสิ่งที่คนจำได้ เราจะต้องเป็นสิ่งที่ใหม่และจะต้องเป็นคนที่เป็นก่อนคนอื่นเสมอ
SHARE

Comments