บางความสัมพันธ์ก็เหมือนชานชาลาที่ 9 เศษ 3 ส่วน 4

พ้นผ่านเทศกาลความรัก ไปไม่กี่ค่ำคืน...แม้ไม่ยาวนานนัก
มันก็ทำให้บางคนพานพบรัก  
และบางคนต้องจบแยกจากกัน  
แต่ในทุกความสัมพันธ์นั้น ล้วนมีวัตถุดิบสำคัญอยู่

"ความรัก"...เวทย์มนต์ที่ประจักษ์ต่อคนทั้งโลก แม้จะยังพิสูจน์ไม่ได้ก็ตาม
ในครั้งหนึ่ง ความสัมพันธ์อันหลากหลาย จะผลิดอกขึ้นก่อน แล้วจึงออกผลตามมาเป็นความรัก
ในครั้งหนึ่ง ความรักก็กลับเบ่งบานขึ้นมา นำพาไปสู่ความสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ 

ความรัก และ ความสัมพันธ์
สองสิ่งนี้ฟังดูคล้าย จะขาดกันไม่ได้ หรือ อาจจะเป็นสิ่งเดียวกันด้วยซ้ำ

รักเป็นเหมือนเวทย์มนต์
บางครั้งเหมือนจะจับต้องได้ อยู่ตรงหน้าแท้ๆ แต่กลับว่างเปล่าเมื่อเอื้อมออกไป
บางครั้งเหมือนจะไม่มีตัวตน แต่กลับคละคลุ้งแน่นหนาอยู่ในอากาศ จนเราอึดอัด
มีอยู่ทั้งโลกความเป็นจริง หรือ แม้ในโลกของจินตนาการและอุดมคติ
มีอยู่ทั่วทุกที่ ...แต่การตามหานั้น ช่างยากซะเหลือเกิน

เดิมทีตัวเวทมนต์เองก็มีความน่าสนใจ ชวนใฝ่หาอยู่เป็นทุนเดิม 
ยิ่งเมื่อรวมเข้ากับ ความแตกต่างหลากหลายของปัจจัยต่างๆ ทั้งมิติเวลา ความคิด สถานที่ บรรยากาศ เรื่องราว ฯลฯ และสารพัดสิ่งที่จะแต่งเติมลงไป
เวทมนต์เหล่านั้น มันยิ่งเหมือนเครื่องเงินที่ถูกขัดเงา จนเปร่งประกายและมีเสน่ห์เกินอดใจ

นั่นล่ะ...สิ่งที่ทำให้น้อยคนจะอดใจไหว
หลายคนจึงตกอยู่ในมนต์เหล่านั้น 
ภายในเสี้ยววินาทีแรกที่ได้เห็น 
ภายในชั่วโมงแรกที่ได้คุย
ภายในเดือนแรกที่ได้เรียนรู้
ภายในปีแรกที่ได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกัน 

ถึงกระนั้น...ความสัมพันธ์ก็เปรียบได้หลายอย่าง 
เช่น บางความสัมพันธ์ก็เหมือนชานชาลาที่ 9 เศษ 3 ส่วน 4 
เป็นชานชาลา ที่มีตัวตนอยู่ได้ เพียงในจินตนาการ 
แต่ไม่สามารถจะหามันได้ ในความเป็นจริง
ฟังดูเป็นกฏเกณฑ์ของธรรมชาติ ที่สร้างความน่าหลงใหลพวกนี้ขึ้นมา
ทำให้เรารู้ว่ามีมันอยู่ในที่ต่างๆ
ทำให้เรารู้ว่ามันมีมูลค่ามหาศาล
ทำให้เราสามารถคิด และ ฝัน ถึงพวกมัน
แต่ กลับมีกฏบางอย่าง คอยย้ำสติไว้ 
ว่านั่น "ไม่ใช่ความจริง"

หรือ...
วันหนึ่ง...อาจมีใครบางคนพยายามจะฝืนกฏเกณฑ์งี่เง่าสักเรื่องสองเรื่อง
เช่น การหอบทุกสิ่งทุกอย่าง วิ่งตรงเข้าหากำแพงอิฐของชานชาลานั้น 
ถ้าเขากล้าจะพุ่งตรงเข้าหาความสัมพันธ์ ที่ดูจะไม่มีทางเป็นไปได้ในโลกความจริง
เราก็คงจะห้ามอะไรเขาไม่ได้ 
ทุกคนล้วนมีข้าวของส่วนตัว ซึ่งคงเป็น 
เหตุผล ความรู้สึก และ สัตว์เลี้ยงน่ารักสักตัว ฯลฯ
หากใครสักคน จะเลือกอะไรสักอย่าง ฉันว่าเขาต้องคิดมาดี ในมุมของเขาแล้ว
เพราะถึงอย่างไร 
เราก็ไม่สามารถมองเห็นด้วยตัวเองได้หรอก ว่าการทำแบบนั้นจะพาผลลัพย์แบบไหนมาให้
บางคนอาจจะถอดใจถอยกลับไปก่อนจะได้ลอง
บางคนอาจจะเริ่มออกวิ่ง แล้วหยุดกลางคัน
บางคนอาจจะวิ่งชนกำแพงเข้าจังๆ ไม่ได้สัมผัสเวทมนต์ใดๆ 
หรือ
อาจจะมีใครสักคน ...วิ่งหายเข้าไปในกำแพงนั้น
และได้สัมผัสกับเวทมนต์ที่รอเขาอยู่ 
ดื่มด่ำ มีความสุข เพลิดเพลิน หลงใหลไปกับมัน
ถึงแม้ว่าสิ่งนั้นอาจจะเกิดขึ้นในจินตนาการของเขาก็ตามสุดท้าย...ไม่ว่าความสัมพันธ์ที่เราเจอนั้น จะเหมือนกับอะไรก็ตาม
ระลึกไว้เสมอ ว่าความเหมือน ความคล้าย นั่นเป็นเพียงการเปรียบเทียบ 
มันไม่ใช่ความสัมพันธ์จริงๆ ที่เรารู้สึกอยู่ลึกๆในใจ

แต่ถึงอย่างไร...ความรัก และ เวทมนต์ ก็ยังพิสูจน์ไม่ได้เหมือนกัน

บางครั้ง...ความรักต้องมีช่วงเวลาที่เหมาะเจาะ
บางครั้ง...ความรักต้องการปัจจัยบางอย่าง
บางครั้ง...ความรักก็อธิบายไม่ได้
ฉันคิดว่า...เวทย์มนต์เองก็คงไม่ต่างกัน
SHARE
Written in this book
Emotion 
Writer
KonKean
Rookie Writer
Hi, I'm jame. 22 years old (23/03/1997) I love travel, culture, nature, photography and music. nice to meet yall.

Comments

Faiifaii_1a
1 year ago
ชอบประโยคที่ว่า​
"หากใครสักคน จะเลือกอะไรสักอย่าง ฉันว่าเขาต้องคิดมาดี ในมุมของเขาแล้ว"
เพราะสำหรับเราแล้วคิดทบทวนก่อนตัดสินใจอะไรหลายๆ​ อย่างเยอะมาก​ แต่สุดท้ายผลลัพธ์ไม่เคยเป็นไปตามที่คิดเลย​
Reply
KonKean
1 year ago
สู้ๆนะครับ บางผลลัพธ์ที่เกิด ถึงมันจะไม่ได้เป็นตามหวัง แต่มันอาจพาเราไปหาผลลัพย์ที่ดีมากๆได้นะครับ 
Faiifaii_1a
1 year ago
ขอบคุณ​ค่ะ​ แต่อาจจะด้วยชอบคาดหวังกับแต่ละครั้งที่ตัดสินใจมากไป​ พอผลที่ได้ไม่เหมือนที่คิดไว้​ ก็ชอบคิดว่ามันเป็นความผิดพลาดตลอด​ แต่ต่อจากนี้​ จะพยายามคิดบวกว่าบางที​ ผลที่เกิดแบบนี้​ สักวันมันอาจจะเป็นสิ่งที่เหมาะกับเราจริงจริง​ก็ได้
KonKean
1 year ago
:)