ว่าง(จริงหรือ)เปล่า
คุณครับ มีเวลาว่างสัก 2-3 นาทีมั้ย?

ไม่ได้จะมาขายตรงหรือรบกวนตอบแบบสอบถามอะไรทั้งนั้น..แต่

เราจะมาพูดคุยกันถึง 'ความว่าง'
ก่อนอื่นขอถามว่า 
คุณว่างครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่กัน
คุณอาจตอบว่าตอนนี้ 
เพราะไม่มีอะไรทำก็เลยหาอะไรอ่านอยู่
ถ้าเป็นเช่นนั้น คุณอาจจะยังไม่เข้าใจ
ความหมายของคำว่า 'ว่าง'
เพราะคุณยังไม่ว่างจริง ๆ
ความคิดคุณโลดแล่น พยายามค้น
พยายามที่จะหาสิ่งต่าง ๆ อยู่ตลอด
คุณยังไม่ 'หยุด' 
นั่นก็แปลว่าคุณยังไม่ว่าง

ปัจจุบันพวกเรา คนรุ่นใหม่ 
มีระบบความคิดที่ดีขึ้นมาก 
แก้ปัญญาต่าง ๆ ได้เก่งขึ้น
แต่มันทำให้เราหลงลืมอะไรบางอย่าง
ลืมวิถีที่เรียบง่าย
บางเรื่องไม่จำเป็นต้องคิด ก็เก็บมาคิด
บางเรื่องควรจะวาง ก็เก็บมาคิด
มันเลยทำให้เราไม่เคยว่าง

ธรรมะ เป็นสิ่งที่ดึงเรากลับมา
กลับมายังภายใน กลับมานิ่ง
ความคิดเป็นต้นเหตุของความทุกข์
การเจริญสติและการทำสมาธิ
2 สิ่งนี้จะทำให้เรากลับมาสู่ความว่าง
ความเบา ความสบาย ความไม่ยึดติด
ไม่หลงไปกับสิ่งยั่วยุต่าง ๆ

เราคงจะคุ้นเคยกันดีกับการนั่งสมาธิ
แต่การทำสมาธิเป็นอะไรที่ลึกซึ้ง
กว่าที่เราคิดไว้ มันเป็นสิ่งที่ง่าย
ที่คนไม่ค่อยจะทำ มันเป็นการสะสม
สะสมให้เพิ่มพูน เหมือนเงินตรา
เหมือนทรัพย์สมบัติ
เราอาจนั่งหลับตาและบริกรรม
พุธโท พุธโท หรือคอยดูลมหายใจ
เข้าออก เข้าออก 
เราไม่จำเป็นต้องแค่นั่งหลับตาเท่านั้น
ขณะเดิน เราเดิน ขณะกิน เรากิน
ขณะทำงาน เราทำงาน 
ขณะเดินเราไม่พูด ขณะเดินเราไม่กิน
แค่นี้ก็ถือว่าเป็นสมาธิแล้ว

แต่ละคนก็ถนัดไม่เหมือนกัน
หลวงตาบัวบอกว่าท่านชอบพุธโท
หลวงพ่อปราโมทย์บอกว่า
ท่านไม่ชอบพุธโท แต่ชอบดูลมหายใจ
ที่เรียกว่า อานาปานสติ
ท่านบอกว่ามีหลายสาย
แต่ละคนชอบไม่เหมือนกัน
บางคนชอบดูรูป 
ก็จะสังเกตท้องของตัวเองขณะยุบพอง
ท่านล่ะชอบแบบไหน เคยลองหรือยัง

ส่วนการเจริญสติ ก็คือการที่เรารู้ทัน
ความคิดของเราอยู่เสมอ
คอยสังเกตความคิดที่เกิดขึ้นมา
เมื่อเรานิ่ง เราจะสังเกตได้
สังเกตได้ว่า เรามักจะฝันอยู่ตลอดเวลา
ทุกคนฝันขณะที่กำลังตื่น โดยไม่รู้ตัว
ว่าตัวเองอยู่ในความฝันนั้นแล้ว
เมื่อความคิดแล่นเข้ามา ความคิดนั้น
จะพยายามดึงจิตของเราออกสู่ภายนอก
แล้วดึงเราไปเรื่อย ๆ เราปรุงแต่ง
ความคิดนั้นต่อไปเรื่อย ๆ
จากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสาม
บางคนไปไกลหน่อยอาจเป็นร้อย
ถึงจะรู้สึกตัว ซ้ำร้ายไปกว่านั้น
เมื่อครบร้อย ความคิดใหม่ก็แล่น
เข้้ามาอีก เป็นเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ
หากเราไม่ฝึก ไม่หมั่นสังเกต
นับวันเราก็จะยิ่งฝันมากขึ้น มากขึ้น
แต่ถ้าเราฝึก มันสังเกตความคิด
ที่แล่นเข้ามา ค่อย ๆ สักเกตไป
อาจมีหลุดฝันบ้างก็ไม่เป็นไร
ลองนึกถึงโจรที่กำลังจะขโมยของ
ถ้าเจ้าของบ้านคอยยืนดูอยู่ตลอด
โจรจะกล้าหยิบมั้ยล่ะ
มันสังเกตทุกวัน แล้วเราจะไม่ปรุงแต่ง
ความคิดที่ไม่ดี และโฟกัสเฉพาะสิ่งที่ดี
ต่อชีวิตของเรา

ทั้งหมดที่พูดมาเป็นส่วนหนึ่งของธรรมะ
เป็นส่วนหนึ่งของวิธีการปฏิบัติ
เป็นพื้นฐานที่จะทำให้ท่าน
เข้าสู่และรับรู้การทำงานของจิต
ของตนเอง จงใช้ความรู้สึก
ไม่ใช่ความคิด
ธรรมะ คือวิธีการ เป็นเพียงน้ำหมึก
แต่ความว่าง เป็นเหมือนกระดาษ
กระดาษที่ไม่มีขนาด ไม่มีขอบเขต
เป็นเหมือนผืนฟ้า เป็นเหมือนจักรวาล
เป็นธรรมชาติ เป็นทุกสิ่ง 
และนั่นคือ 'เต๋า'
ไม่มีเหตุผลที่จะต้องอธิบาย
ทุกอย่างเรียบง่าย 
ทุกอย่างเป็นอย่างที่มันเป็น
ไม่มีสุข ไม่มีทุกข์
ไม่มีสูง ไม่มีต่ำ
ไม่มีดำ ไม่มีขาว
ไม่มีเธอ ไม่มีเรา
มีแต่ความ 'ว่างเปล่า' ที่มันเป็น..

หวังว่าท่านจะเข้าใจ 'ความว่าง' ที่แท้




SHARE
Writer
Chakulap
content creator
film / story / scat / 18+

Comments