[OS] Dawn Talking (Wonyoung x Sakura)



เสียงคลื่นกระทบฝั่งชัดเจนที่สุดในเวลาใกล้เช้า จาง วอนยอง จุดไฟแช็คจ่อที่ปลายมวนบุหรี่สีขาว สูดลมเข้าเพื่อให้ไฟติด เมื่อการเผาไหม้เริ่มต้นขึ้นจึงเริ่มปล่อยความคิดให้ไหลไปตามควันจาง อากาศในวันปีใหม่ไม่ใช่เล่นๆ เสื้อกันหนาวที่เธอใส่อยู่แทบไม่ช่วยอะไร แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังยืนเกาะระเบียงบ้านพักตากอากาศอยู่อย่างเดิมเพื่อมองน้ำขึ้น

เสียงเปิดประตูทำให้วอนยองหลุดจากโลกส่วนตัว เป็น มิยาวากิ ซากุระ ที่หอบผ้าห่มออกมา เรามองกันด้วยความตกใจอยู่ชั่วครู่ก่อนวอนยองจะรีบบี้บุหรี่ลงบนที่เขี่ย

“ดับทำไม เหลืออีกตั้งเยอะไม่ใช่หรอ”

“…ก็แกไม่ชอบ”

“นานแล้วเถอะ ตอนนี้ก็พอทนได้”

ซากุระว่าพลางทิ้งตัวลงบนเตียงผ้าใบข้างประตู เธอมองคนตัวเล็กด้วยสายตาเหลือเชื่อ คนอย่างซากุระ…ที่เกลียดกลิ่นบุหรี่ถึงขั้นเอาเจ้ามวนขาวของเพื่อนปาทิ้งจากอาคารเรียนอะนะ?

“มองเหมือนเห็นผี”

เธอยิ้มแหยเมื่อโดนซากุระว่าเข้า ถึงเจ้าตัวจะบอกว่าทนได้แต่ก็ไม่เสี่ยงดีกว่า เธอพาร่างของตัวเองขยับมายืนชิดระเบียงอีกฝั่ง แถมเอามือพัดๆไล่ควันออกไปด้วย

“ตื่นเช้าหรือยังไม่ได้นอน” คนที่เล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียงผ้าใบถามขึ้นทั้งที่ไม่มองหน้ากัน

“ยังไม่ได้นอน…แกอะ”

“ตื่นเช้า”

“ตีห้า?”

“เออ ก็ที่ทำงานมันไกล ตื่นเวลานี้ตลอดแหละ”

“เศร้าจัง”

เธอหัวเราะเมื่อโดนเพื่อนถลึงตาใส่ พอจบบทสนทนานั้นเราก็หันออกจากกันคนละทาง มันมีความประดักประเดิดบางอย่างระหว่างเราทั้งคู่อยู่ทั้งที่เคยสนิทกันมากตอนมัธยมแท้ๆ ความจริงมันก็เป็นปกติที่เพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมาสามปีจะรู้สึกแปลกต่อกันในงานรียูเนียนเฉพาะกลุ่มแบบนี้ แต่มันไม่ใช่แค่นั้น เมื่อสามปีก่อนมันมีบางอย่างเกิดขึ้นในวันรับปริญญาของเธอที่ทำให้เธอไม่กล้าพอที่จะคุยกับซากุระอีกเลย

วอนยองแอบมองคนผมสั้นเพื่อสังเกตท่าที ซากุระดูปกติอย่างถึงที่สุด มีเธอคนเดียวหรอที่คิดมากเรื่องเมื่อตอนนั้น?

อยู่ๆคนที่เธอมองก็ลุกขึ้นเดินมาทางเธอ คำบรรยายในหัวตอนนี้เต็มไปด้วยคำว่าล่ก ล่กมาก พอร่างเล็กที่มีผ้าห่มคลุมตัวอยู่มายืนชิดกันวอนยองก็แทบล้มไปกองกับพื้น หัวใจของคนคิดไม่ซื่อเต้นแรงจนเจ็บไปหมด

“ลอนดอนเป็นไงบ้าง” คนผมสีน้ำตาลเข้มถามขึ้น

“อ…เอ่อ ก็ดี ช่วงนี้หนาวจัดเลย ดีที่ได้กลับมาฉลองปีใหม่ที่นี่”

“แกนี่ก็เก่งนะบินกลับมาตอนนี้ได้ ค่าตั๋วแพงปะวะ”

“แทบร้องไห้”

เธอทำเสียงอ่อนแบบคนจะร้องไห้จริงๆเรียกเสียงหัวเราะจากซากุระได้ เธอมองรอยยิ้มนั้นเงียบๆ เธอคิดถึง… รอยยิ้มของคนๆนี้ยิ่งได้เห็นแล้วก็ยิ่งคิดถึงมากกว่าเดิมอีก เธอก้มมองคนที่สูงพ้นไหล่กันมาไม่เท่าไหร่ด้วยความรู้สึกอยากดึงเข้ามากอดแน่นๆ ให้รู้ว่าที่ผ่านมาเธอโหยหาอีกคนมากขนาดไหน

แต่สิ่งที่ทำได้จริงๆก็มีแค่ส่งยิ้มกลับให้เท่านั้น

“มึง กูอยากลองอะ” ซากุระว่าและชี้ไปยังซองบุหรี่ตรงหน้า
 
“ลองบุหรี่?”

“อืม”

“ถามจริง?? แกไปหัวฟาดที่ไหนมาปะเนี่ย ทำไมญาติดีกับบุหรี่ได้วะ”

“ก็ไม่ได้ชอบ แต่มึงสูบอะ อยากรู้นักว่ามันดีขนาดไหน”

หัวใจที่พึ่งจะกลับเป็นปกติของคนตัวสูงเริ่มกลับมาเต้นแรงอีกครั้ง อาการแบบนี้เธอคุ้นๆจากตอนดูการ์ตูนญี่ปุ่นอยู่นะ ซึนเดเระเนี่ย…

“อะ นิ่ง”

เหมือนเธอจะเงียบนานไปซากุระเลยท้วงขึ้นมา เธอส่ายหน้าแล้วหยิบซองบุหรี่เก็บใส่กระเป๋าเสื้อไว้ คนอยากรู้อยากลองมองเธอด้วยสายตาดุเอาเรื่อง

“โกรธที่ไม่ให้ลองหรอ”

ไม่ตอบ

“มันไม่ดีหรอก ที่แกคิดมาตลอดคือสิ่งที่ถูกแล้ว ไม่ต้องเปลี่ยนใจจะมาอยากลองอะไร”

“งั้นมึงก็ไม่ต้องสูบแล้ว”

คนตัวเล็กแบมือมาขอซองที่เธอพึ่งเก็บไป ดูก็รู้ว่าจะปาลงไปเหมือนที่ปาของคนอื่นเมื่อเจ็ดปีก่อน เธอยิ้มก่อนวางมือตัวเองลงไปแทน

“ไม่ต้องปาหรอก สกปรก เดี๋ยวเราเอาไปทิ้งเอง”

วอนยองว่าพลางบีบมือเล็กที่เย็นเฉียบของซากุระไปด้วย คนขี้วีนสีหน้าผ่อนคลายลงแล้วก็ยอมพยักหน้าเออออตาม พอเห็นอย่างนั้นเธอก็ทำเนียนไม่ปล่อยมือ แล้วซากุระก็ทำให้เธอประหลาดใจด้วยการกุมมือกลับ ความอบอุ่นเริ่มก่อตัวจากปลายนิ้วมาสู่หัวใจ มันเหมือนเป็นสัญญาณที่ดีว่าเพื่อนเธอไม่ได้มีปัญหาอะไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อสามปีที่แล้วแล้ว

สามปีที่ความในใจของเธอถูกเปิดเผยออกไป






 



เสียงดังวุ่นวายจากหน้าร้านทำให้วอนยองถอนหายใจเฮือกใหญ่ วันรับปริญญาของเธอโดนเหล้าแย่งซีนไปหมด แต่ก็พอทำใจได้นะ นานๆทีเพื่อนสมัยมัธยมปลายจะมารวมกันเยอะขนาดนี้

“วอนยอง อยู่ไหนวะ วอนยอง”

“อยู่นี่ มีไร”

เธอเดินออกมาจากเขตห้องน้ำตามเสียงเรียก ยูจิน เพื่อนสนิทตัวสูงเดินหน้าตื่นมาทางเธอ ผิวแดงๆบอกให้รู้ว่าเพื่อนคงรับแอลกอฮอล์ไปมากโข

“มึง มึง กูขอโทษ วอนยอง กูขอโทษ”

“ยุจ ใจเย็น เป็นอะไรบอกกู”

วอนยองบีบไหล่ยูจินแน่นเพื่อเรียกสติ ในใจคิดไปถึงว่ามันทำทาวเวอร์เบียร์ตกแตกหรืออ้วกใส่โต๊ะข้างๆ แต่สิ่งที่ยูจินเฉลยมันร้ายแรงกว่านั้นสำหรับเธอ ร่างสูงชาไปทั้งร่าง

“กูเผลอบอกซากุระไปว่ามึงชอบมัน มึง กูขอโทษ”

“ไม่เป็นไร ไม่ต้องร้องไห้”

เธอรีบกอดปลอบเพื่อนที่ร้องไห้เป็นบ้าเป็นหลังอยู่ตรงไหล่เธอ คนเมาอ่อนไหวเป็นพิเศษ เธอโกรธเพื่อนไม่ลงหรอกเพราะรู้ว่ามันเมา ถึงมันจะพึ่งพูดความลับที่เธอเก็บไว้ตลอดหลายปีก็ตาม ตลอดเวลาที่พูดปลอบยูจินเธอก็คิดถึงคำที่จะพูดกับซากุระเมื่อกลับไปเจอกันที่โต๊ะด้วย... เค้าจะว่ายังไงบ้างนะ จะเกลียดคนคิดไม่ซื่อแบบเธอรึเปล่า

แต่แล้วคนที่เธอคิดถึงอยู่ก็มาปรากฏตัวตรงหน้าในตอนที่เธอไม่พร้อมที่สุด เธอค่อยๆดันเพื่อนตัวสูงออกแล้วสะกิดให้มันรู้ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ยูจินปาดน้ำตาตัวเองแล้วบอกขอโทษเธออีกครั้งก่อนหายไปอีกทาง ณ ตอนนี้จึงมีแค่วอนยองและซากุระที่โถงทางเดิน
 
“ชอบกูมานานยัง”

ไม่คิดเลยว่าสิ่งแรกที่ซากุระพูดจะเป็นคำถามนี้ เธอกลืนน้ำลายดังอึก มองประสานสายตาของเพื่อนที่ไม่เหมือนเดิมด้วยความหวาด

“ตั้งแต่มอห้า”

“หรอ...ทำไมไม่บอก”

“เราไม่อยากเสียแกไป”

“มึงก็รู้ ว่ากูไม่ชอบเพื่อนที่แอบชอบกู”

เงียบ

เราทั้งคู่ต่างไม่พูดอะไรออกมาหลังจากประโยคนั้น เกมจ้องตาก็เป็นเธอเองที่พ่ายแพ้ไปก่อน

ใช่ เธอรู้อยู่แก่ใจว่าเพื่อนเกลียดสิ่งที่เธอทำอยู่ขนาดไหน แต่จะให้ทำยังไงได้ ก็ชอบไปแล้ว เป็นเพื่อนไปแล้ว บอกตอนไหนเธอก็กลายเป็นคนแบบที่เค้าไม่ชอบอยู่ดี

“ขอโทษ”

“อือ กูเกลียดมึงไม่ลงหรอก แต่มันไม่เหมือนเดิมแล้ว มึงรู้ใช่ไหม”

เสียงของซากุระเบาลงเรื่อยๆจนเกือบไม่ได้ยินท้ายประโยค แต่ทุกคำพูดก็ชัดเจนอยู่ในใจของวอนยอง ถึงตอนนี้น้ำตาที่อดกลั้นไว้ก็ไหลลงมา ร่างสูงกัดปากแน่น พยายามอย่างถึงที่สุดที่จะไม่ทำตัวน่าสงสารต่อหน้าซากุระ

เราต่างไม่พูดอะไรกันจนคนตัวเล็กทนไม่ไหว เป็นฝ่ายหยุดความเงียบลง
 
“กูกลับก่อนนะ ขอกลับไปคิดอะไรหน่อย”

“อื้อ ขอบคุณที่มานะ”

“ยินดีด้วยนะมึง ไว้เจอกัน”

ไปแล้ว... คนที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นมากขึ้นเรื่อยๆมองหลังเล็กที่เดินออกไปด้วยสายตาพร่าเลือน เธอรู้ว่าคำว่าไว้เจอกันเป็นเพียงแค่คำปลอบใจ เธอเสียซากุระไปแล้วจริงๆ เพื่อนคนเดิมที่คุยทุกเรื่องกับเธอคนนั้นจะไม่มีทางกลับมาอีก

เธอจะไม่มีทางได้เจอกับซากุระคนเดิมอีก






 



“บีบมือกูอยู่รู้ตัวปะ”

เธอหลุดออกจากความคิดเก่าๆเมื่อซากุระเตือน มือใหญ่คลายออกกลับมาวางไว้บนระเบียงอย่างสงบเสงี่ยมเช่นเดิม

เสียงข้อความเข้าจากโทรศัพท์เราทั้งคู่ดังสลับกันอยู่เรื่อยแต่ไม่ได้มีใครสนใจจะเปิดดู ก็คงเป็นข้อความสวัสดีปีใหม่ของพวกไม่หลับไม่นอนนั่นแหละ เธอนึกขอบคุณมันที่ทำให้ตรงนี้ไม่เงียบเกินไป เรายืนนิ่งให้ลมเย็นพัดใส่ ถ้าเป็นเมื่อก่อนซากุระคงกางผ้าห่มออกแล้วเรียกเธอเข้าไปอยู่ด้วยกันแน่ แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้ว คนตัวสูงที่จริงๆก็หนาวอยู่เลยแกล้งทำเป็นไม่สะทกสะท้านเพื่อไม่ให้ซากุระรู้สึกผิดที่ไม่แบ่งผ้าห่มให้

“วอนยอง”

ซากุระเรียกเธอเสียงเบา ไม่รู้ทำไมวันนี้ชื่อเธอถึงได้ฟังดูเพราะเป็นพิเศษ

“ว่า”

“มึงมีแฟนยัง”

คำถามที่ไม่คาดคิดทำเอาเธอหลุดจากอาการเพ้อหันไปมองคนถามด้วยหน้าเหวอๆ การที่ซากุระคำถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในเวลานี้มันหมายถึงว่าเค้าพร้อมที่จะคุยเรื่องวันนั้นแล้วรึเปล่า? เธอพยายามมองหาว่าซากุระรู้สึกยังไงตอนถามเธอ แต่คนที่เอาแต่มองทะเลก็ไม่แสดงท่าทีอะไรให้รู้เลย เธออ้ำอึ้งอยู่ชั่วครู่

“ยัง...
 
แล้วแกอะ”

เธอกำลังก้าวสู่เขตที่เปราะบางที่สุดของความสัมพันธ์ของเรา เขตแดนที่เธอไม่กล้าแตะต้องมันกว่าสามปี เธอไม่รู้ว่าตัวเองคาดหวังคำตอบแบบไหนอยู่ ถ้าซากุระตอบว่ามี เธอควรจะรู้สึกยังไง เสียใจไหม หรือยินดีที่เค้ามีใครสักคนดูแล เธอไม่รู้เลย

ซากุระเงียบอยู่นานราวกับลองเชิงอยู่ สุดท้ายคำตอบก็หลุดออกมาจากริมฝีปากเล็กนั่น

“ไม่มี”



ดีใจ

นั่นเป็นความคิดแรกที่มีหลังได้ยินคำตอบของเพื่อนไม่จริง เธอไม่รู้ว่าจะดีใจไปทำไมในเมื่อท้ายที่สุดแล้วเธอก็ไม่ใช่เจ้าของหัวใจดวงนั้นอยู่ดี แต่ก็นะ คงเป็นความพอใจที่อย่างน้อยก็ยังไม่มีคนยืนอยู่ในตำแหน่งที่เธออยากอยู่ที่สุดละมั้ง...
 
“ดีใจอะดิ ดูออก”

ชิบ... เธอเลิ่กลั่กทันทีที่ซากุระบอก “อาการเราชัดหรอ”

“เออสิ… ทำไม ยังชอบกูอยู่หรอ”

ตรงเป็นบ้า ถ้าเป็นรถนี่คือเท้าไม่แตะเบรกเลย ซากุระเวอร์ชัน 2019 ทำเธอทำตัวไม่ถูกหลายครั้งแล้วนะ

“อืม”

“นานแล้วนะ คนอย่างกูมีอะไรให้มึงชอบวะ”

“นั่นดิ คนอย่างแก มีอะไรให้น่าชอบวะ”

เธอโดนซากุระผลักไปทีข้อหากวนตีน แต่แรงจากคนตัวเล็กก็เบาจนเธอไม่ขยับสักนิด เธอหัวเราะให้คนที่ทำหน้ายุ่งอยู่ พูดให้มันตลกไปงั้นแหละ ถ้าถามว่าอะไรในตัวซากุระที่ทำให้เธอชอบ… คำตอบคงเป็นทุกอย่าง ทุกอย่างที่เป็นมิยาวากิ ซากุระ นั่นแหละ

“ขอโทษนะ ตอนนั้นกูยังเด็ก คิดน้อยไป มึงก็ไม่ได้ผิดที่ชอบกู มันห้ามไม่ได้หนิ”

“อือ แต่เราก็ไม่ได้โกรธแกนะ ไม่ต้องคิดมาก”

“ขอบคุณนะที่…มีความรู้สึกดีๆให้กู”

ร่างเล็กดูขัดเขินที่จะพูดอะไรที่มันเลี่ยนๆขัดกับนิสัยของเจ้าตัว สายตาหลบไปมองทุกสิ่งที่ไม่ใช่เธอ ซึ่งก็ไม่ได้ว่าอะไร ออกจะดีใจด้วยซ้ำที่อย่างน้อยซากุระก็ไม่รังเกียจความรู้สึกกัน
 
“มึงยังอยากเป็นเพื่อนกูอยู่ไหม” 

เสียงของซากุระดูประหม่าในคำถามนั้น เธอเลิกคิ้วขึ้น
 
“ตอนนี้เราไม่ใช่เพื่อนกันหรอ?”

“ไม่ดิ แบบ เป็นเพื่อนเหมือนเดิม เพื่อนที่คุยกันปกติ”

“ได้... ดีใจจังที่แกก็ยังอยากกลับมาคุยกับเราอยู่”

“อย่าพูดแบบนั้น สามปีที่ผ่านมากูคิดถึงมึงนะ”

แสงไฟน้อยนิดจากข้างนอกทำให้เธอเห็นว่าใบหูใหญ่ๆของซากุระที่เธอชอบล้อแดงขึ้นมา ถึงจะรู้ว่ามันไม่ใช่การบอกคิดถึงด้วยความรู้สึกแบบเดียวกันแต่เธอก็ห้ามรอยยิ้มตัวเองไม่ได้เลย เธอยิ้มกว้างก่อนจะลองวางมือลงบนกลุ่มผมของคนตัวเล็กแล้วลูบเบาๆแบบที่เคยชอบทำ ไม่โดนผลักออกจริงด้วย คงเป็นเพราะสถานการณ์ตอนนี้เธอเป็นต่ออยู่ ก็ซากุระกำลังง้อเธออยู่นี่ ง้อแบบซึนๆของเค้านั่นแหละ
 
“ซากุระ”

เธอเรียกเพื่อนให้เงยหน้าขึ้นมามองกัน เธอชอบตอนที่ซากุระมองกันแบบไม่วีนเหวี่ยงอะไรสักอย่างอยู่ ดวงตาของเค้าเหมือนแมวส้มอ้อนเจ้าของที่ทำเธอใจสั่นทุกครั้งที่ได้มอง รวมถึงครั้งนี้ด้วย

แต่ยังไงซะ... เธอไม่อยากกลับไปอยู่ที่จุดเดิมแล้วล่ะ

“ช่วยพูดให้ชัดๆหน่อยได้ไหมว่าตอนนี้เราสำหรับแกคือใคร มีสิทธิ์ในตัวแกขนาดไหน”

ถามไปไม่ใช่ว่าไม่กลัวคำตอบ แต่ก็ดีกว่าการคิดไปเองเหมือนที่ผ่านมา แววตาของซากุระวูบไหว เธอพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาตให้เค้าพูด คำตอบจะเป็นยังไงเธอก็รับได้ทั้งนั้น 

ซากุระสูดหายใจเข้า ให้คำตอบที่หนักแน่นที่สุดกับเธอ 



มึงเป็นเพื่อนคนสำคัญ… ที่กูอยากให้เราเป็นเพื่อนกันตลอดไป



อืม จาง วอนยองคนนี้จะเป็นเพื่อนกับมิยาวากิ ซากุระ จนกว่าเค้าจะไม่ต้องการเลย








#DTหนึ่งสา

SHARE

Comments

PROUDTONE
7 months ago
เพื่อนก็เพื่อนใช่มั้ยวอนยอง 5555 ไม่รู้จะดีใจหรืออะไรดีที่ซากุระอุตส่าห์อนุญาตให้กลับมาอยู่ในเฟรนด์โซนได้ แต่ก็ได้แค่นั้นจริงๆ เอาเป็นว่าถ้าโอเคกับที่เดิมที่เคยอยู่และได้กลับมาอยู่ใหม่แล้วก็ขอให้มีความสุขกับตรงนั้นนะ แต่รู้สึกว่าจะไม่โอเคนี่นา ... เฮ้อ วงการแอบชอบเพื่อนเข้าแล้วโดนไล่ออก อีกสามปีต่อมาโดนเชิญกลับเข้าวงการใหม่ คราวนี้ออกไม่ได้แล้ว 5555 ชอบฟิคนะคะ ชอบชื่อเรื่องด้วย แงแอ

Reply
Nhaisica
7 months ago
โห โคตรเจ็บค่ะไรต์;-; ถ้่เธอขอฉันก็จะทำให้ใช่มั้ยวอนยองงง ซากุระก็ใจแข็งเนาะ คิดถึงเขาเนี่ยดูออก อุตส่ามาง้อขนาดนี้ ต่อจากนี้ก็พยามยามอย่าให้ความหวังเพื่อนคนนี้เลยนะ สงสารใจคนแอบรัก//กอดวอนยอง
Reply