ชัยชนะชั่วเสี้ยวแวบวินาทีของเสรีนิยมประชาธิปไตย...น่าจะนะ
ผมเคยได้ยินคำประกาศชัยชนะของลัทธิเสรีประชาธิปไตยไม่กี่ครั้ง เท่าที่จำได้ก็มาจากงานเขียนอันโด่งดังของคนอเมริกันเชื้อสายญี่ปุ่นคนหนึ่ง เขาถ้อยแถลงต่อสังคมรอบข้างว่าประวัติศาสตร์ถึงจุดสิ้นสุดแล้ว สังคมจะไม่มีพัฒนาการก้าวหน้าไปมากกว่านี้อีกแล้ว หนังสือเล่มนั้นท่านเจ้าสำนักเกาะดอกท้อแห่งเมืองพระพิษณุโลกสองแควเคยอ้อนวอนขอร้องและยืนกรานให้ผมแหกตาตะบี้ตะบันอ่าน ผมยังจดจำความอหังการของคนเขียนกับความกล้าในการใช้แนวคิดแนววิถีประวัติศาสตร์ที่เป็นเส้นตรง พุ่งไป สู่สังคมเสรี...

แต่สังคมเสรีคงไม่นับเหมารวมถึงความสัมพันธ์ของคนในบ้าน

อย่างที่บอก...ใครจะกร้าวประกาศว่าเสรีนิยมประชาธิปไตยได้รับชัยชนะดังแค่ไหน ความสัมพันธ์ระหว่างคนในบ้านผมก็ไม่อาจจะกล่าวได้เต็มปากว่าเป็นความสัมพันธ์แบบเสรีนิยมประชาธิปไตย ลองคิดดูละกัน ทุกคนในบ้านคิดไม่เหมือนกันสักคน แต่เราไม่เคยพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้อย่างสบายใจ ระบอบของความเงียบงัน...เอ...อาจจะเรียกว่าเป็น regime of ignorance ระบอบส่งพลังอำนาจเพื่อครอบงำสนามของปฏิสัมพันธ์ บรรยากาศชวนอึดอัดเกิดขึ้นทุกครั้งเมื่อสมาชิกในบ้านอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน เรามักจะเลี่ยงการสนทนาประเด็นทางสังคมที่ซีเรียส และหันไปพูดถึงสายลมแสงแดดในชีวิตประจำวันเสียมากกว่า ไม่งั้นบางคนก็จะหยิบสายหูฟังออกมา เสียบเข้ากับโทรศัพท์ ปล่อยให้เพลงสักเพลงเดินทางผ่านสายหูฟังทางกระแสไฟฟ้าไปสู่โสตประสาทไปเสีย

แต่คงอย่างที่นักปราชญ์หัวล้านแซ่ฝรั่งเศสเคยบอกว่าทุกระบอบล้วนมีการต่อต้าน ดังที่ซาตานยังลุกขึ้นมาท้าทายพระเจ้า ผีเหาะเจาะปากตัวไหนไม่รู้ดันดลใจให้ผมถามที่บ้านว่าเดือนหน้าจะเลือกพรรคอะไรระหว่างที่ทุกคนกำลังนั่งรถ

"ต้องอนาคตใหม่เท่านั้น...แม่ต้องเลือกลุงตู่แน่เลย" พี่ชายเอ่ยขึ้นคนแรก

"อนาคตใหม่คืออะไร...แม่ไม่รู้จัก"

"อนาคตใหม่ที่มีธนาธรน่ะ" ผมเสริม

"อ่อ ธนาธรที่เป็นพวกทักษิณสินะ"

แล้วบทสนทนาต่อจากนั้นก็เป็นการแลกเปลี่ยนความคิดว่าแต่ละคนสนใจพรรคไหน ในช่วงเสี้ยวแวบวินาทีนั้น ผมเห็นชัยชนะของเสรีนิยมประชาธิปไตย อุดมการณ์การยอมรับความแตกต่าง หรืออะไรมิต่ออะไร เป็นความตื้นตันชั่วครู่ ดั่งนักบวชเซ็นบรรลุซาโตริหรือทิพยวิมานแก่งบรมสุข แต่ก็แน่ล่ะ ช่วงเวลาที่ดีมักจะเกิดขึ้นในชั่วเวลาแสนสั้น เป็นแค่เศษของเศษเสี้ยวของคำว่า "ตลอดกาล" ทันทีที่ทุกคนรู้สึกตัว ทุกคนก็เปลี่ยนเรื่องสนทนาหรือกลับมาเลี่ยงหลีกการแสดงความคิดเห็นเช่นเคย

ปฏิกิริยาชั่วเสี้ยวแวบวินาทีนั้นคืออะไร? นักวิทยาศาสตร์คงไม่สามารถหาอัตราการเกิดปฏิกิริยา และไม่รู้แม้แต่สาเหตุ ที่แน่ๆ ผมรู้แน่นอนว่า "จุดจบของประวัติศาสตร์" ไม่น่าเกิดขึ้นในขวบปีนี้ แต่ที่แน่ๆ ผมมีภาระต้องสะสาง "จุดจบของประวัติศาสตร์" ให้สมกับเจตนารมณ์ของเจ้าสำนักเสียที

แก่ขวบ
17 ก.พ. 62
12:10 น.
SHARE
Written in this book
หลากฝัน
รวมงานเขียนปี 2562
Writer
Moreyearold
Normal person
แก่ขวบ...คนธรรมดาที่ชอบเสพความคิดผ่านตัวอักษร และขีดเขียนบ้าง นาน นาน ที

Comments