เรื่องเล่าเขย่าขวัญ : ห้องอ่านหนังสือหอใน
ณ ห้องอ่านหนังสือ บริเวณชั้นที่หนึ่ง ของหอพักนักศึกษาหญิงแห่งหนึ่ง ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 
.
น้ำ นักศึกษาปี 1 กำลังขะมักเขม้นอ่านหนังสือเตรียมสอบกลางภาค ถึงแม้คนอื่นๆจะขึ้นหอนอนกันหมดแล้ว แต่น้ำยังคงอยู่อ่านต่อ เพราะเธอกังวลว่าจะอ่านไม่ทัน แม้เวลาจะล่วงเลยมาถึงตีสี่แล้ว แต่เธอตั้งใจว่าต้องอ่านวิชานี้ให้จบไม่ว่าจะต้องนอนเช้าก็ตาม

ความเงียบสงัดของเวลากลางคืนเข้าปกคลุมรอบๆตัวเธอ มันเงียบจนทำให้น้ำเริ่มสงสัยว่า มีเพียงเธอหรือเปล่าที่ยังอยู่ชั้นล่างนี้ มันเงียบขนาดที่เธอได้ยินเสียงวิ้งๆในหูของตัวเอง 
มันเงียบเสียจนเธอเริ่มวังเวง..

แต่ทันใดที่เธอเงยหน้าขึ้นจากหนังสือ สายตาเธอเหลือบไปเห็นคนเดินผ่านหน้าประตูมุ้งลวด ใจชื้นขึ้นมาหน่อยอย่างน้อยก็มีเพื่อนอยู่ด้วย น้ำคิดว่าเธอคนนั้นคงลงมาซักผ้า เพราะเมื่อเดินผ่านทางเดินหน้าห้องอ่านหนังสือไป สุดทางเดินจะเป็นเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญวางเรียงรายประมาณสี่ถึงหน้าเครื่อง 
วันก่อนน้ำอ่านหนังสือเพลิน จนลืมซักผ้าที่ซุมกองในตระกร้า น้ำเลยต้องลงมาซักตอนประมาณเที่ยงคืน โชคดีที่ยังมีนักรบไฟนอลบางส่วนสิงอยู่ในห้องอ่านหนังสือและนั่งเล่นบริเวณที่นั่งหน้าห้องอยู่บ้าง
ต่างจากคืนนี้ที่น้ำอยู่ดึกเป็นพิเศษ และมีเธอเพียงคนเดียวในห้องอ่านหนังสือ 


แต่น่าแปลกนะ..
ทำไมเธอคนนั้นไม่เดินกลับมาสักที..

ไม่รู้ทำไมอยู่ๆน้ำถึงรู้สึกว่าอากาศรอบๆห้องเย็นยะเยือกลงพร้อมกับความอึดอัดที่ไม่สามารถอธิบายได้ มันเหมือน.. เหมือน..มีใครบางคนกำลังแอบมองเธออยู่ในความมืด

จากที่ก่อนหน้านี้สมองตื้อเพราะอากาศเย็นบวกกับการฝืนอ่านหนังสือโต้รุ่ง ตอนนี้ประสาทสัมผัสทุกส่วนของเธอทำงานราวกับอะดรีนารีนสูบฉีดทั่วร่าง สมองเริ่มทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ถ้ามีใครเดินลงมาจากบันได สิ่งแรกที่จะสังเกตได้ คือ เสียงฝีเท้า เพราะคงไม่มีใครเดินลงมาจากห้องเท้าเปล่า หรือถ้าเดินเท้าเปล่าจริงๆ ด้วยบรรยากาศที่เงียบสงัดเช่นนี้ น้ำควรจะได้ยินอะไรบ้าง


แต่นี่ไม่มีแม้กระทั่งเสียงฝีเท้า เสียงวางตะกร้าผ้า หรือเสียงใส่เหรียญเลย 

ที่สำคัญคือตอนนี้ยังไม่มีใครเดินกลับมาจากสุดทางเดินด้วย ถ้าจะไปทางอื่นต้องเดินตัดผ่านสนามหญ้าซึ่งเส้นทางก็มาบรรจบที่หน้าประตูห้องอ่านหนังสือเหมือนกัน เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะเดินกลับทางเดิมหรือเดินลัดสนาม น้ำต้องเห็น

หรือน้ำจะตาฝาด เธอใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะได้เงยหน้าขึ้นมาจากตัวหนังสือ ดวงตาเหนื่อยล้าจากการใช้งานอย่างหักโหมจนอาจทำให้เธอปรับสายตาไม่ทันในช่วงแรกๆที่เงยหน้าขึ้นมาพัก ทำให้เห็นอะไรไปเรื่อย

เมื่อคิดแบบนี้แล้วค่อยสบายใจขึ้นหน่อย 

แต่หัวใจของเธอกลับยังรู้สึกถึงความอึดอัดภายในห้องอ่านหนังสือ รู้สึกถึงสายตาลึกลับจากมุมมืดนอกหน้าต่าง 

น้ำกวาดตามองรอบห้องอีกครั้ง
เธอนั่งอยู่โต๊ะแรกสุด สามารถมองเห็นโต๊ะและเก้าอี้ทุกตัวในห้อง

มันก็ไม่มีใคร..

แครกกกกก
จังหวะนั้นเองที่เสียงขาเก้าอี้ครูดกับพื้นกระเบื้องดังก้องชัดในห้อง 

น้ำนั่งนิ่ง เธอไม่ได้ขยับตัวเลยสักนิด แล้วเสียงขยับเก้าอี้เมื่อกี้....

น้ำลุกพรวด เธอไม่รอให้สมองประมวลเหตุการณ์ด้วยซ้ำ เธอไม่คิดจะหาคำตอบกับสิ่งที่ตัวเองเจอ เพราะเธอรู้แล้วว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ธรรมดาอยู่ในห้อง
น้ำกวาดของมีค่าใส่เป้อย่างร้อนรน เหลือไว้เพียงกองหนังสือและปากกาเมจิก อ่านไม่จบบทวันนี้ก็ช่างมันแล้วกัน หนีก่อน เธอคิดกับตัวเอง แล้วรีบวิ่งไปปิดไฟ เปิดประตูมุ้งลวด แล้วรีบวิ่งขึ้นห้องอย่างไม่คิดชีวิต ไม่สวมแม้กระทั่งรองเท้า.


เรื่องราวนี้ เป็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจริงกับผู้เขียน แต่ได้นำมาถ่ายทอดในรูปแบบเรื่องสั้นเพื่อฝึกฝนการเขียนนิยาย ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน 
SHARE
Writer
NoOnEcAnSeVeMe
writer , student
ฉันชอบฟังเพลงเศร้า

Comments