กอดสุดท้าย
ไฟจากจากปลายบุหรี่สว่างวาบอยู่ในความมืด ควันลอยละล่องไปอย่างไร้ทิศทาง เขาดับบุหรี่ลงกับที่เขี่ยและเริ่มจุดตัวใหม่ ที่เขี่ยบุหรี่ด้านหน้าของเขาเต็มไปด้วยก้นบุหรี่จำนวนมาก ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เหมือนกัน ที่เขามักใช้มันดับความว้าวุ่นในจิตใจ
“เราขอโทษนะ แต่เราพอแค่นี้ดีกว่า”
เธอพูดขึ้นมาในช่วงบ่ายของวัน 
หลังจากพยายามรวบรวมความกล้าอยู่นานสองนาน
“อืม ในที่สุดก็กล้าพูดนะ”
เขาตอบด้วยท่าทีเรียบเฉย
“รู้อยู่แล้วหรอ?”
เธอทำหน้าประหลาดใจ
“ก็พอรู้อยู่แล้วแหละ”

มันก็ไม่น่าแปลกใจนักหรอก เพราะช่วงหลังมานี้ท่าทีของเธอเริ่มเปลี่ยนไป ด้วยระยะห่างระหว่างเธอกับเขาที่ดูมากขึ้นจากภาระหน้าที่ต่างๆ และดูเหมือนว่าระยะห่างนั้นมันจะมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นหากเธอจะไปเจอใครที่ทำให้เธอรู้สึกมากกว่าที่เธอจะรู้สึกกับเขาในตอนนี้ ก็คงไม่แปลก ที่เธอจะเลือกคนคนนั้น 

แม้เขาจะรู้สถานะของตนเองมานานแล้ว ว่าสำหรับเธอ คนรักเช่นเขาไม่ใช่ส่วนที่สำคัญในชีวิตมากขนาดนั้น ดังนั้นการเลิกราสำหรับเธอก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องฟูมฟายมากนัก ประกอบกับที่เธอเคยพูดไว้ ว่าถ้าหากวันใดเขารู้สึกเหนื่อยในการปรับเข้าหาเธอ เขาก็ควรจะรู้จักพอ
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเผื่อใจไว้อยู่ตลอด

แต่เอาเข้าจริงมันก็เจ็บปวดมากอยู่ดี

บุหรี่ตัวสุดท้ายของซองหมดลงแล้ว
แต่เขายังยืนอยู่ตรงระเบียงห้อง
รอให้เธอเก็บของออกจากห้องไป
เพื่อที่เขาจะได้ปล่อยโฮน้ำตาที่อัดอั้นเอาไว้ตั้งแต่ช่วงบ่ายเสียที  

แต่เธอยังคงนั่งอยู่บนเตียงที่เคยนอนซบกับเขา แม้ว่าจะเก็บของเสร็จแล้วก็ตาม
เขาเปิดประตูเข้าไปในห้อง 
เธอชิงเอ่ยปากพูดก่อน
“สูบเยอะเลยใช่มั้ย?” 
“ก็พอสมควร”
“แล้วหลังจากนี้เธอจะสูบมากขึ้นมั้ย
ตอนที่เราไม่อยู่ห้ามเธอแล้ว”
“ไม่รู้สิ เดี๋ยวก็เลิกได้แหละ”
“ก็เห็นพูดแบบนี้ตั้งแต่ก่อนคบเลยนะ”
เขายิ้ม จริงอย่างที่เธอพูด
“สูบให้มันน้อยๆหน่อยนะ จะได้ตายช้าๆ
แล้วก็เลิกกินขนมแทนข้าวด้วย รู้มั้ย?”
“รู้แล้ว ลงไปข้างล่างกันเดี๋ยวช่วยยกของ”
เขาตัดบท เขารู้ว่ายิ่งให้เธอพูดต่อไป 
เขายิ่งตัดใจจากเธอยากมากขึ้น

มือทั้งสองของเขาถือสัมภาระของเธอ
เหมือนกับวันแรกที่เธอเข้ามาอยู่กับเขา

ในลิฟต์ตัวเดิมที่ทั้งสองเคยหยอกล้อกัน
วันนี้กลับมีแต่ความเงียบงัน

“ไม่ลืมอะไรแล้วใช่มั้ย?”
เขาถามหลังจากยกสัมภาระของ
เธอเข้ารถแท็กซี่
“ไม่ลืมหรอก ขอบคุณนะ”
“โชคดีนะ” เขาบอก
“กอดหน่อยได้มั้ย?”
เธอถามพร้อมกับอ้าแขนออก
“ได้ดิ” เขาเดินเข้าไปหาเธอ
“กอดแน่นๆเลยนะ”
“ก็ครั้งสุดท้ายแล้วนี่เนอะ”



ไม่มีอีกแล้ว เสียงหัวเราในลิฟต์
ไม่มีอีกแล้ว คนที่จะบ่นเรื่องบุหรี่
ไม่มีอีกแล้ว คนที่ชอบกัดมือของเขา
ไม่มีอีกแล้ว


เขาโอบกอดเธอ 
น้ำตาเริ่มไหลรินที่สองแก้ม
SHARE
Written in this book
ความรักสองสามมวน
เราสูบบุหรี่โดยที่รู้ว่าร่างกายถูกทำร้าย มวนแล้ว มวนเล่า เพียงเพื่อเยียวยาหัวใจ ร่างกายที่ทรุดโทรมลงทุกครั้งเพื่อแลกกับ หัวใจที่ถูกปลอบประโลมจากความสุขจอมปลอม และบ่อยครั้งที่ความรักรสชาติเหมือนควันบุหรี่
Writer
iamrobotbutifeelblue
Overthinker
ในความสัมพันธ์ ผมเป็นไบโพลาร์

Comments