ขาดกำลังใจ
ขอให้เป็นงานที่ดีของเรานะ
   เช้าวันนี้เป็นวันแห่งการเดินทางไปถิ่นฐานใหม่​ ที่ที่ไม่เคยนึกฝันว่าจะมา​ ที่ที่ไม่มีแม้คนรู้จักสักคน
   
   ระหว่างการเดินทาง​ ระหว่างที่นั่งข้างกระจกรถ​ เราก็มองออกไปนอกกระจกรถ​ มองวิวที่สลับสับเปลี่ยนไปเรื่อยเรื่อยของสถานที่ใหม่ใหม่​ ธรรมชาติสร้างเองบ้าง​ มนุษย์​สร้างเองบ้าง​ จากท้องทุ่งนา​ เป็นป่ามันสำปะหลัง​ เป็นไร่อ้อย​ เป็นบ้านเรือน​ เป็นเขตชุมชนเมือง​ วนไปเป็นภูเขา​ เป็นแม่น้ำ​ วนกลับไปมาแบบนี้เรื่อยเรื่อย

   ตลอดระยะการเดินทาง​ กินเวลาเกือบ​ 5​ ชั่วโมง​ ในใจก็นึกหวั่น​ ว่าที่ใหม่ที่จะอยู่นั้นจะเป็นแบบไหน​ จะกันดาร​ จะเจริญ​ หรือจะหรูหราในแบบที่ไม่เคยอยู่มาก่อน​ แล้วเพื่อนร่วมงานหล่ะ​ พวกเขาจะเป็นคนยังไง​ เราควรจะปรับตัวยังไงก่อนจะทำความรู้จักเขาดี​ แล้วเขาจะยอมรับเราในแบบของเราตอนนี้ได้ไหม​ แล้วงานที่จะทำหล่ะ​ เป็นงานแบบไหน​ จะเป็นงานที่เคยทำมาก่อนมั้ย​ หรือจะเป็นสิ่งใหม่ที่ไม่เคยรู้จัก​ แล้วมันจะยากเกินตัวเราไปไหม​ แล้วหัวหน้าหล่ะ​ เขาจะเอ็นดูเรารึเปล่า​ เรายิ่งเป็นคนไม่ค่อยพูด​ เขาจะคิดว่าเราหยิ่งมั้ย​ เราควรจะเตรียมตัวตรงไหนก่อนดีนะ? 

   และแล้วการเดินทางก็เสร็จสิ้น​ คนที่มาส่งก็กลับกันไปหมดแล้ว​ เหลือแต่เรา​ เหลือเพียงแต่เรา... ที่ยืนอยู่หน้าประตู​ พร้อมข้าวของที่ขนมาบางส่วนจากที่บ้าน​ เราก็ค่อยค่อยเปิดประตูเข้าไป​ ในเขตพื้นที่เซฟโซนแห่งใหม่ของเรา​ ที่ที่มีแต่เพียงเรา​กับความเงียบ... 

   หลังจากที่จัดข​องเข้าไปไว้ในที่ที่ของแต่ละชิ้นมันควรจะอยู่เรียบร้อยเเล้ว 
   เราก็ได้นั่งคิดทบทวนการมาสู่จุดนี้​ และสิ่งที่จะเกิดขึ้นพรุ่งนี้​ คิดอยู่คนเดียว... ลำพัง​ ​ ใจนึงก็เศร้าเนอะ​ ที่ต้อ​งใช้ชีวิตอยู่คนเดียว​ แต่ก็พยายามคิดว่า... ช่วงที่เริ่มอะไรใหม่​ มักจะยากเสมอ   วันเริ่มงานวันแรกก็มาถึง​ วันนี้เลยตื่นเช้าเป็นพิเศษ​ จากนั้นก็บรรจงอาบน้ำ​ และก็มีประโยคที่เคยได้ยินลอยมาว่า​ ''​คนเหงา​ช​อบอาบน้ำนาน''​ เอิ่ม... คงจะใช่
อดทนเอานะ​ แรกแรกมักยากเสมอ... 

   เช้าแรกของการทำงานเริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็ว​ ทั้งการทำความรู้จักหัวหน้า​ เพื่อนร่วมงาน​ และสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน​ ซึ่งถือเป็นข้อดีของการทำงานร่วมกับชาวต่างชาติ​ ที่ไม่มีเวลาให้โอ้เอ้​ ตั้งแต่วันแรกก็ลุยงานเหมือนคนผ่านโปรมาแล้ว​ แต่ก็รู้สึกสนุกนะ​ กับสิ่งใหม่ใหม่ที่ได้เรียนรู้​

   หัวหน้าใจดี​ เพื่อนร่วมงานน่ารัก​ นี่ถือเป็นพรวิเศษที่ได้เกิดขึ้นแล้ว​ ทำให้มีความรู้สึก​อุ่นและชื้นอยู่ในใจ​ เพราะแม้เราจะเริ่มจากศูนย์​ แต่มีคนต้นแบบที่ดี​ ก็ถือเป็นเลขศูนย์​ที่พร้อมจะเปลี่ยนขั้นเป็นสอง​ เป็นสาม​ และเป็นค่าที่เพิ่มขึ้นเรื่อยเรื่อย

  จนตอนนี้​ วันแรกของการทำงานก็ได้ผ่านมานานสักพักแล้ว​ ปรับตัวกับอะไรหลายหลายอย่างได้มา​ก​ ชีวิตแต่ละวันก็ดูเหมือนจะง่ายขึ้น​

   แต่ทำไมยังมีความรู้สึกเหมืิอน​ 'มันยังไม่พอ'​ เป็นอารมณ์​ประมาณ​ว่าเบื่อกับสิ่งที่ทำอยู่​ เบื่อกับการใช้ชีวิตที่เหมือนไดอะล็อก​ที่วนกันซ้ำซ้ำของวันนี้ที่เหมือนกับเมื่อวาน​ แต่ก็ยังคงไม่รู้ว่าเพราะอะไร​ ที่อยู่ดีดีก็มีความรู้สึกแบบนั้นขึ้นมา​ เลยลองหยุดเล่นโซเชียล​ แล้วกลับมามองตัวเองดีดี​ ว่าแต่ละวันเราทำอะไรบ้าง​ เอาไปเทียบกับอดีตในช่วงที่อะไรก็ใหม่​ อะไรก็ตื่นเต้นและสมหวังไปหมด​ เลยได้รู้คำตอบว่า 'เรากำลังขาดกำลังใจ'​ ที่เหมือนเป็นสิ่งที่บันดาลให้เรารู้สึกสดใหม่กับอะไรเดิมเดิม​ ที่ทำให้ความรู้สึกน่าเบื่อกลายเป็นอะไรที่ยอมรับได้ง่าย​ และดัดแปลงให้เป็นความสุขง่ายง่ายของชีวิต


   เลยต้องเริ่มค้นหาความต้องการของชีวิต​ ความท้าทาย​ และสิ่งปลุกเร้าระดมใจ​ จนตอนนี้ก็ยังคงวนเวียนกับการค้นหาสิ่งเหล่านี้อยู่​ แม้อาจจะขาดกำลังใจอยู่เหมือนเดิม​ แต่เพิ่มเติมคือเริ่มรู้สึกสนุก​ เหมือนประโยคที่พี่ตูนชอบใช้
ใช้ชีวิตให้สนุกคับ
SHARE
Writer
Faiifaii_1a
Humen
Freedom

Comments