หมากเตะ รีเทิรน์ส (2006) เส้นขนานระหว่างความฝันกับเป้าหมายในกีฬาลูกกลมๆ

(1)

กีฬาฟุตบอล อาจจะไม่ใช่กีฬาที่คนเขียนชอบเหมือนคนอื่นๆ แต่ด้วยความที่บ้านชื่นชอบดูบอล นานๆทีหนหนึ่งที่จะดู โดยเฉพาะบอลโลกหรือบอลนัดพิเศษ หรือนัดปกติแล้วแต่ว่าที่บ้านจะดูคู่ไหน (ฮ่า)

ถ้าพูดถึงความบันเทิงขอลกีฬาลูกกลมๆ ส่วนใหญ่จะชอบเพราะมาจากการ์ตูน โดยเฉพาะกัปตันสึบาซะ ที่น่าจะเข้าใกล้มากที่สุด ส่วนหนังที่เกี่ยวกับฟุตบอล ก็จากเท่าที่ดูมี Goal กับ Goal of the dead ที่สนุก ส่วนหนังไทยที่เล่าถึงฟุตบอล ที่ดูบ่อยและหยิบดูซ้ำๆ จนคุ้นเคย ก็มีเรื่อง หมากเตะรีเทิร์นส ของค่าย จีทีเอช (จีดีเอช ปัจจุบัน) 

อย่าที่ทราบว่า แต่เดิมมันคือหนัง หมากเตะโลกตะลึง ที่เตรียมเข้าฉายต้อนรับศึกบอลโลกในปี 2006 แต่ทว่ากลายเป็นประเด็นโด่งดัง เพราะภายหลังหนังถูกสั่งระงับฉาย เพราะ อาจจะเกิดปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน แต่อย่างไรก็ตามหนังก็ได้มีการแก้ไขยกเครื่องและเข้าฉาย แม้รายได้จะไม่ประสบความสำเร็จก็ตาม 

พอได้ดูจริงๆ ก็รู็สึกสนุกและอินเพราะหนังพูดถึง Lucky Loser หรือ มวยรองบ่อน เหมือนหนังกีฬาอื่นๆที่เคยได้ดูและชอบแนวนี้เป็นอย่างมาก 

(2)

หนังเล่าถึง เจ๊มิ่ง เจ้าของร้านอาหารอีสาน ที่มีหลานชายคือ โค้ชพงศ์นรินทร์ โค้ชฟุตบอลชาวไทยที่โด่งดังในระดับประเทศ ซึ่งทั้งสองคนมีความฝันคือ อยากเห็นทีมชาติไทยไปฟุตบอลโลก จนกระทั่งวันหนึ่ง เจ๊มิ่ง ถูกสลากชุดใหญ่ 184 ล้านบาท ที่ไม่ใช่แค่เปลี่ยนชีวิต แต่มันคือจุดเริ่มต้นความฝันของน้ากับหลานที่จะเป็นจริง โดยเจ๊มิ่งตัดสินใจนำเงินรางวัลที่ถูกสลาก มอบให้กับสมาคมฟุตบอลทีมชาติ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องให้หลายชายได้คุมทีมชาติ 

ข่าวนี้กลายเป็นจุดสนใจของวงการกีฬาลูกหนังทั้งไทยและต่างประเทศ เพราะโค้ชพงศ์นรินทร์ เป็นโค้ชที่โด่งดังและเป็นที่รู้จักในวงกว้าง  ซึ่งดูเหมือนว่าประสบการณ์คุมทีมในต่างแดนคงจะเป็ฯโปรไฟล์ชั้นเยี่ยมที่ทางสมาคมจะพิจารณา 

แต่ทว่าเมื่อถึงวันประกาศรายชื่อโค้ชทีมชาติ น้าหลานก็ต้องผิดหวังแบบไม่ทันตั้งตัว เพราะทีมชาติไทยได้วางตัวโค้ชจากบราซิลมารับหน้าที่คุมทีมชาติไทย ทำให้ ทั้งคู่รู้สึกผิดหวังและไม่คิดว่าทีมชาติไทยจะให้สำคัญชัยชนะ โดยที่ไม่ได้ให้โอกาสให้กับเขาเลย 

 และทำให้สองน้าหลานตัดสินใจ หอบเงิน แล้วไปช่วยทีมในประเทศเล็กๆ ที่ชื่อ "ราชรัฐอาวี" 

ราชรัฐอาวี ตั้งอยู่ในทะเลจีนใต้ ส่งออกหอยลาย ดำเนินนโยบายเป็นกลาง
มีประชากรราวแสนคน แต่ติดหนึ่งในสิบประเทศ ที่คลั้งไคล้ลูกหนังมากที่สุดจากการจัดอันดับประจำปี 2006 ทีมฟุตบอลของพวกเขา ถือเป็นสมันน้อยของโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พกสถิติแจกแต้มแหลกไม่เคยชนะทีมใดเลยในการแข่งขันระดับชาติ
แต่เด็กๆ ชาวอาวีก็เช่นเดียวกับเด็กๆ ทั่วโลก นั่นคือ
ฝันอยากเห็นทีมชาติตัวเองลงเตะในมหกรรมระดับโลกนี้สักครั้ง  
 
แต่ทว่าทีมอาวีกลายเป็น Lucky Loser เมื่อได้สิทธิ์ลงแข่งคัดเลือกฟุตบอลโลก เนื่องจากมีสองทีมถอนตัว แต่ทันใดนั้นขณะเดินทางไปเก็บตัวซ้อมที่เมืองไทย เกิดประสบอุบัติเหตุทำให้ดูเหมือนว่าจะเป็ฯอีกทีมที่ต้องถอนตัว 

งานนี้สองน้าหลาน จึงต้องเฟ้นหาผู้เล่นชุดใหม่มารวมชุดเดิม โดยมี แสงเหล็ก ผู้เล่นอาวีที่มาค้าแข้งในไทย และรู้จักเจ๊มิ่ง คอยช่วยหาลูกทีม ก่อนจะเริ่มปฏิบัติการพาทีมรองบ่อนผงาดสู่ฟุตบอลโลก 

(3)

ภารกิจ Lucky Loser ดูเหมือนจะเป็นปัญหาที่ โค้ชพงศ์นรินทร์ ต้องแก้ไข ทั้งปรับแผนการเล่น รวมถึงระบบการซ้อม แต่ในช่วงแรกทีมยังคงประสบความล้มเหลว ในขณะที่ทีมชาติไทย ประเดิมรอบคัดเลือกสวยงาม 

แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้โค้ชพงศ์นรินทร์ ได้รับรู้เรื่องราวของทีม มาจากกำแพงที่เด็กชายสองคนจะชอบเอาลูกบอลจุ่มแอ่งน้ำ แล้วแปะที่ผนังบันทึกผลการแข่ง ซึ่งทำให้เขารู้เลยว่าทีมอาวีเป็ฯทีมที่ไม่เคยสะกดคำว่าชนะ หรือ มักจะถูกมองข้าม เขาจึงตัดสินใจที่ล้างอาถรรพ์อาวีครั้งนี้แล้วบอกเด็กทั้งสองว่า
ถ้าทีมชนะจะปั๊มอะไร 

แล้วในที่สุดทีมอาวีก็สามารถเอาชนะ อินเดียไปได้เหมือนเป็นการเปิดทางให้ทีมมีความหวัง ส่วนหนึ่งเพราะได้ผู้เล่นชุดใหม่มาเสริมทัพ จนสามารถทะลุเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ได้แต่ก็เหมือนจะมีปัญหาเข้ามาใหม่เมื่อ ทีมอาวี ได้สมาชิกใหม่ คือ สมาน ผู้เล่นชาวไทยเชื้อสายอาวี  ซึ่งได้ชื่อว่าขอบเล่นแบบวันแมนโชว์ ซึ่งทำให้ทีมประเดิมรอบ 8 ทีม ไม่ค่อยสวยเท่าไร ก่อนจะเกิดผิดใจหลังการแข่ง 

แต่เมื่อหลังจาก ที่ปรับความเข้าใจ ทีมอาวีก็ได้เจอกับทีมชาติไทย ซึ่งจบลงด้วยการเสมอ ซึ่งทำให้นัดต่อไป ที่เป็นนัดตัดสินชี้ชะตาว่าทีมไหนจะคว้าตั๋วไปบอลโลก ซึ่งกลายเป็ฯหัวข้อที่ถกเถียงในแวงวงลูกหนัง เพราะศึกครั้งนี้ โค้ชพงศ์นรินทร์ ต้องกลับมาเยือนบ้านเกิดเพื่อพาทีมมาสู้ในถื่นของทีมชาติไทย 

กลายเป็นความกดดันที่เขาไม่อยากให้เจอ มันคือความฝันทีเป็นเส้นขนานกับเป้าหมาย

จนเมื่องานแถลงข่าวก่อนเกมจะแข่งพรุ่งนี้ โค้ชพงศ์นรินทร์ได้เผยความในใจว่า

ความที่เขาเป็นคนไทย และเป็นหนึ่งในคนไทยหลายคนที่ฝันอยากเห็นทีมไทยไปบอลโลก รวมถึงน้าของเขาก็เช่นกัน แต่เมื่อเขาที่ซึ่งเป็นในฐานะโค้ชทีมอาวี เขาจะพาทีมสู้สุดใจและจะไม่ยอมแพ้อย่างแน่นอน 

(4)

ฉากความในใจของโค้ชพงศ์นรินทร์ ก็คงเหมือนกับอีกหลายๆคน ที่ต้องมาถึงทางเลือกที่กดดันที่สุด 

มันคือความฝัน กับ เป้าหมาย แต่สองอย่างนี้ไม่สามารถไปด้วยกันได้ 

แต่ถ้ามันต้องให้เลือกเพียงเส้นทางเดียว ก็๕งไม่มีอะไรที่จะต้องกังวลและลุยออกไปให้ได้มากที่สุด 

นั่นคือสิ่งที่ได้จากหนังเรื่องนี้.....   
SHARE
Written in this book
POPCORN DIARY
เรื่องราวสนุกๆ ในโลกภาพยนตร์
Writer
DreamerWriter25
Rookie Writer
นักเขียน / นักฝัน (สมัครเล่น)

Comments