สิ่งที่คิดขึ้นได้จากการคุยกับหมอ (ในตอนนั้นกับในตอนนี้)
มีครั้งนึงมี่เราเคยคุยกับหมอ

เราเคยบอกกับหมอว่า
เราอิจฉาคนอื่น คนที่กล้าโดดตึก คนที่กล้าตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง
เพราะเขาคงไม่เจ็บปวดอะไรอีกแล้ว มันคงดีมากๆเลย

แต่หมอตอบกลับเรามาทันทีเลยว่า
ไม่จริงหรอก
มันก็เหมือนกับการเปลี่ยนงานนั่นแหละ

ตอนที่เราทำงานเดิมอยู่ แล้วคิดจะออกจากงาน
มันก็เพราะเรารู้สึกว่างานเดิมมันไม่ดี เราไม่โอเค เลยอยากจะย้าย
และความคาดหวังจากการย้ายไปที่ทำงานใหม่ก็คือ
อะไรๆมันจะต้องดีขึ้น ซึ่งหลายครั้งมันไม่ได้เป็นแบบนั้น
บางทีดันแย่กว่าเดิมอีก

เหมือนกับเรานั่นแหละ ที่คิดว่าการจบชีวิตคือทางออก
พอไปทางออกนั้นแล้วมันน่าจะดี
แต่ความเป็นจริง มันอาจจะไม่ใช่
เราไม่รู้เลยว่าถ้าเราจบชีวิตตรงนี้ไปแล้วจะเจออะไร จะดีกว่าเดิมจริงๆไหม

แต่ถ้าเราอยู่ตรงนี้ เรายังรู้นะว่าเรามีอะไรที้ไม่โอเค
เรารู้แล้วเรายังพอจะแก้ไขได้
ซึ่งตอนนั้นเราก็เห็นด้วยกับหมอนะ

แต่พอมาตอนนี้ เราว่ามันไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว
ความเจ็บปวดที่สุดของการอยู่บนโลกตอนนี้ของเรา
คือการที่เราหันไปแล้วเราไม่เจอใครเลยต่างหาก
ทั้งที่หลายคนรู้ว่าเรากำลังเจ็บปวด แต่เรากลับกลายเป็นสุญญากาศของหลายคน
เราอยู่บนโลก แบบที่เราไม่รู้สึกว่าเราสำคัญกับใครเลยด้วยซ้ำ
สำคัญที่แบบว่า ไม่มีผลประโยชน์ สำคัญแบบว่า อยากรักษาใจเรา
ตอนนี้ใจเรามันแหลกแล้วแหลกอีกจนเราเสียใจจนไม่อยากมีความรู้สึกอีกแล้ว

จนเราเกิดคำถามว่า
หรือการที่จะเจ็บปวดจากโลกใบนี้น้อยที่สุด คือการที่เราไม่ต้องอยู่บนโลกใบนี้อีกแล้วหรือเปล่านะ

ส่วนอีกข้อนึงที่เราเคยถามหมอคือ
เรากลัวอยู่ไม่ได้ ถ้าแฟนเราไม่อยู่ในชีวิตเราอีกแล้ว
แต่หมอบอกเราว่า
จริงๆแล้วแฟนของเราก็เหมือนเป็นแค่กระจกที่สะท้อนคุณค่าในตัวเรา
ให้ตัวเรามองเห็นเท่านั้นเองนะ
แล้ววันนึงแน่นอนว่าถ้ากระจกหายไป คุณค่าในตัวเราก็จะยังอยู่กับเราเหมือนเดิม

แต่เราก็เกิดคำถามขึ้นมาในวันนี้อีกว่า
แล้วถ้าเราไม่ได้มีคุณค่าอะไรเลยมาตั้งแต่ต้นล่ะ
เราจะอยู่ต่อไปทำไม

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในวันนี้ของเรา อาจจะไม่ใช่การต้องต่อสู้กับโรคซึมเศร้าอีกต่อไปแล้วล่ะ
มันอาจจะเป็นการที่เราเรื่มไม่รู้สึกกลัวความตายอีกต่อไปแล้วมากกว่า
SHARE
Writer
pxxxx
Survivor
ex-exchange student in Mexico. Now, full-time uni student and major depressive disorder.

Comments

rainclouds
5 months ago
อย่าคิดว่าไม่มีใครอยู่ข้างๆ คุณนะคะ ต้องมีแน่นอนค่ะ หนึ่งในนั้นก็เราแล้วนะ เข้าใจใช่มั้ย ; )
Reply
pxxxx
4 months ago
ขอบคุณมากๆเลยนะคะ (:
thipatkarn
3 months ago
เหมือนอ่านความคิดตัวเองเลยค่ะ กอดนะคะ.
Reply
pxxxx
2 months ago
อ่า อย่างน้อยก็มีคนที่กำลังเผชิญความรู้สึกเดียวกันเนอะ กอดนะคะ (: