4. บทเรียนจากเทียนไม่กี่เล่ม |
ตะกี๊นั่งจ้องตากับเทียน
พลางนึกว่า เดี๋ยวพอไฟมา
เราจะยังซาบซึ้งกับคุณค่าของเทียน
เหมือนตอนนี้มั้ย

แม้ไฟดับไม่ใช่เรื่องใหม่ของชีวิต
แต่การไม่ ‘เห็น’ คุณค่าของเทียน
ก่อนไฟดับ และหลังไฟมาในวันที่โตขึ้น
มันบ่งบอกว่าเรามีแนวโน้มเป็นคนเนรคุณ
หรือจะพูดให้สวยหน่อยก็ ..
‘คนที่ทำคุณค่าของบางสิ่งหล่นหายไป’

จริงๆ ‘เทียน’ เป็นตัวแทนของหลายๆอย่างในชีวิต หลายสิ่งทั้งที่มีและไม่มีชีวิต เหล่านี้กระจัดกระจายอยู่ตามซอกมุมต่างๆของชีวิต เราอาจไม่รู้ว่ามันมีอยู่จนสถานการณ์บีบให้เราต้องเห็นและหามันให้เจอ

ช่วงแรกของการใช้ชีวิตท่ามกลางสถานการณ์ไฟดับ เราหาเทียนแทบไม่เจอ นั่นเพราะเราไม่เคยสนใจถึงการ ‘มี’ หรือ ‘ไม่มีตัวตน’ ของมันในบ้านมาก่อน แต่พอไฟหายไปเท่านั้นแหละ เทียนก็กลายเป็นสิ่งจำเป็นขึ้นมาทันที เรียกได้ว่าเทียนอยู่ในความต้องการหลักของมนุษย์ผู้ประสบกับความมืดทุกหนแห่ง ไม่ว่าจะเรารู้ตัวหรือไม่รู้ เราต่างวิ่งไปยังร้านสะดวกซื้อที่อยู่ใกล้เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ทำให้การต้องอยู่กับความมืดเป็นเรื่องไม่เลวร้ายนัก..อย่างไม่ลังเล ตอนนี้เองที่คุณค่าของเทียนประจักษ์ชัดต่อเราทุกคน

รู้อะไรมั้ย
ว่าบางครั้ง ‘เทียน’ ในชีวิตจริงของเรา
ก็คือ ‘ใครสักคน’ ที่อยู่ในวงกลมที่ใกล้กับตัวเรามาก มากจนเราหลงลืมคุณค่าของการมีเขาอยู่ในชีวิต
นกไม่เห็นลมใต้ปีกของตัวเอง จึงไม่เห็นค่าของลม
ปลาไม่เห็นน้ำที่พยุงร่างมันอยู่ จึงไม่รู้ว่าน้ำมีค่ากับมันแค่ไหน

ขณะที่นั่งพิมพ์อยู่นี้ ไฟมาแล้ว แต่ฉันนึกอยากมองแสงจากเทียนนานแบบที่ไม่เคยมองมันมาก่อน จึงไม่เป่ามันลงทันทีเหมือนที่แล้วๆมา แม้จะมีแสงจากหลอดไฟดวงใหญ่กลางบ้านแผ่ความสว่างทั่วทั้งหลังแล้วก็ตาม นั่นเพราะต้องการเตือนตัวเองว่า ตอนอยู่กับความมืด ตอนไม่มีใคร มีเทียนเล่มนี้ไงที่อยู่ข้างๆเรา

..

ลองมองเทียนใน ‘ชีวิตจริง’ ของเราดีๆ
บางทีมันอาจกำลังรอให้เราเห็นคุณค่าก่อนจะมีสถานการณ์มาบังคับให้เรา ‘เพิ่งเห็น’ คุณค่าของมัน

ที่สำคัญ
ขอให้เราหาเจอมากกว่าแค่ ‘เทียน’

——————————————

๕-๑-๒๕๖๒
บันทึกพิลึก

#ตะกี๊มืดโนะ
#พายุเมื่อคืนหนักดีโนะ
#ปั่นงานกันต่อโนะ
SHARE

Comments