เรื่องเล่าของอาหาร #04 “โรตีสายไหม”
       
        'โรงอาหาร' ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นแหล่งรวมของอาหาร จุดประสงค์ของคนที่เดินทางเข้ามาก็เพื่อตามหาอาหารมายาไส้เกือบทั้งสิ้น…แต่บางครั้งเราก็ต้องการอย่างอื่นนอกจากอาหาร

         “เท็มป์ น้ำ ใจคอมึงสองคนจะไม่มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนที่นั่งหัวโด่ตรงนี้หน่อยหรอ”

         เช่น เพื่อนที่จะคุยด้วย เป็นต้น

         “…..”

        ไร้เสียงตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก เมื่อหนึ่งชายหนุ่มกำลังทำหน้านิ่วคิ้วขมวดกดโทรศัพท์มือถือยิกๆ อีกหนึ่งหญิงสาวก็ชายตามองโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะด้วยอาการเบื่อหน่ายขั้นสุด ทิ้งให้เกลือที่นั่งกินข้าวคั่นกลางระหว่างคนทั้งสองมองซ้ายที มองขวาที

         บรรยากาศอึมครึมสุดๆ ไปเลย… 


        “เฮ้อ” เกลือรวบช้อนส้อมอย่างสุดทน “แค่วันหยุดหมดก็เซ็งจะตายอยู่แล้ว นี่กูต้องมานั่งดูพวกมึงทะเลาะกับแฟนด้วยเหรอเนี่ย”

        พูดแล้วเกลือก็ได้แต่เหม่อมองท้องฟ้าผ่านมุ้งลวดที่เอาไว้กันนกของโรงอาหาร เวลาช่างผ่านไปรวดเร็ว โดยเฉพาะเวลาที่เป็นวันหยุดยาว

       “ก็มึงดูดิ ตั้งแต่เมื่อคืนแม่งยังไม่ตอบไลน์เลย นี่จะสายแล้วนะเว้ย”

      “คนเราก็ต้องมีเวลาส่วนตัวบ้างรึเปล่าคะ ทำไม ต้องรายงานตลอดเลยหรือไง”

      เสียงจากด้านขวาดังขึ้นก่อนจะต่อด้วยเสียงจากทางด้านซ้ายแทบจะในทันที เรียกได้ว่าเรื่องบรรจบเหมาะ ลื่นไหลแทบเป็นเรื่องเดียวกัน เว้นก็แต่ว่า…

        “มึงพูดกันรู้เรื่อง ยังกับมึงเป็นแฟนกันและกันเลยเนอะ”

       “พ่อง!” 

       ใช่ สองคนนี้ไม่ได้เป็นแฟนกัน แล้วบทสนทนาก่อนหน้านี้คือการกล่าวถึงบุคคลที่สามที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลย

      “มึงก็ปล่อยแฟนมึงไปบ้างปะ เทมป์ เขาอาจจะยังไม่ตื่นก็ได้”

      “จริงค่ะ เป็นผู้ชายอย่าจู้จี้ได้ปะ ใช่ไหมไอ้เกลือ”

      เกลือเบือนหน้าหันมามองเพื่อนอีกคนที่ถามความเห็นอย่างช้าๆ มองอย่างรู้ทัน

      ...แม่ง บวกด้วยเฉย... 

      “ไม่ได้จู้จี้ นี่เขาเรียกว่าเป็นห่วง คนเป็นแฟนกันถ้าไม่ห่วงกันจะมีแฟนทำไมวะ” เกลือหันขวารับสารจากเพื่อน ทันใดนั้นเสียงจากด้านซ้ายก็จู่โจมกลับมาทันควัน

       “แฟนนะคะ ไม่ใช่เงา จะตามติดอะไรนักหนา แกเคยได้ยินปะ เสาของวิหารต้องอยู่ห่างกัน วิหารถึงจะอยู่ได้”

        “วิหารแกคงใหญ่มากสินะ เสาถึงห่างกันเป็นกิโล ถามจริง เป็นผู้หญิงประสาอะไร ไม่มีมู้ดหมงมู้ดหวานกะเขาเลย แฟนไม่เฉาตายไปแล้วรึไง”

        “เอ้า หวานให้เบาหวานกินหรือไง คนเรามันต้องอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงเว้ย ชีวิตมีอะไรต้องทำอีกเยอะ จะมาโฟกัสแต่เรื่องหวานไม่หวานทำไม”

       “สงสารแฟนแกชะมัด ยัยน้ำ”

      “ฉันต่างหากต้องสงสารแฟนแก ไอ้เท็มป์!”

      เกร๊ง!! 
      เกลือเหมือนได้ยินเสียงระฆังเริ่มยกทันทีหลังจากประโยคนั้น โทรศัพท์มือถือที่เคยจดๆ จ้องๆ กันอยู่ถูกเมินโดยสิ้นเชิง เมื่อมวยคู่เอกเริ่มชกกันด้วยคำพูดและเหตุผลของตัวเอง จนคนที่นั่งอยู่ตรงกลางได้แต่หันซ้ายหันขวาคอแทบเคล็ด

       “เถียงกันอย่างนี้ก็ไม่มีวันจบหรอก ถามไอ้เกลือมันเลยว่าเห็นด้วยกับใคร”

       ในที่สุดเกลือก็มีเพื่อนคุยตามที่ปรารถนา

       มั้ง



      “ทำไรกันอยู่อะ…เกลือทำไมทำหน้าตาแปลกๆ”

       “แป้ง…” เหมือนเสียงระฆังหมดยกมาช่วยชีวิต เกลือมองเพื่อนสาวด้วยดวงตาเป็นประกายจากความรู้สึกขอบคุณสุดหัวใจ จนแป้งขมวดคิ้ว

      “อย่าทำหน้าอย่างงั้น มันน่าขนลุก”

      เกลือแยกเขี้ยวให้แป้งแทบจะในทันที ถึงแม้อีกฝ่ายจะมีบุญคุณช่วยเขาจากสถานการณ์เฉียดตาย แต่ก็มันทดแทนกันไม่ได้!

      “เลิกทำหน้าประหลาดได้แล้ว เอ้า ของฝาก” แป้งพูดขึ้นมาอย่างไร้เยื่อใยต่อคนที่กลอกตาบนใส่เธอ แต่ทันทีที่เธอยกถุงของฝากที่มีสกรีนหน้าถุงว่า ‘ของดี อยุธยา’ สายตามองบนก็กลายเป็นประกายวิ้งๆ อีกครั้งทันที

      “โรตีสายไหม”

      เพราะของฝากมันคือของโปรดของเกลือ


      เกลือรีบเลื่อนจานข้าวตรงหน้าออกไปทันที แล้วเปิดพื้นที่ให้ห่อแป้งแผ่นกลมนุ่มๆ หอมใบเตยเข้ามาแทนที่ เจ้าตัวค่อยๆ ลอกแผ่นแป้งเบาๆ อย่างไม่สนใจใคร แล้วหยิบสายไหมสีสันสดใสออกจากถุงมาวางด้วยปริมาณพอเหมาะ ก่อนจะม้วนแล้วนำเข้าปากด้วยความสุขใจ

     ทิ้งให้เพื่อนๆ ที่เหลือกลอกตาบนแทน

     ...พอได้ของโปรด มันก็ไม่แยแสใครเลยวุ้ย.... 


      “ว่าแต่แกไปเที่ยวอยุธยามาเหรอแป้ง ไม่เห็นรูปเลย” จนใจกับคนไร้มารยาท น้ำเลยหันมาชวนเพื่อนคุยแทน แป้งส่ายหน้าก่อนจะตอบออกมา

     “เปล่า ซื้อมาจากงานโอท็อปแถวบ้าน”

      อ่า ก็พอเข้าใจได้

      “เออ แป้ง แกมาก็ดี มาช่วยตัดสินให้ฉันกับไอ้เทมป์หน่อยว่าแฟนกันควรจะตามติด จู้จี้ใส่กัน หรือควรมีระยะห่าง”

     “เฮ้ย แกพูดงี้มันมีอคติเว้ย ความจริงคือ คนเป็นแฟนกันควรหวานใส่กัน หรือจืดชืด เมินเฉย ไม่ห่วงใยกัน”

     “แหม…แกไม่มีอคติเลยนะ ไอ้เทมป์”

     “ก็มันจริง”

     “จริง ไม่จริงให้แป้งตัดสินเลยดีกว่า!”

     .

      “อืม” แป้งเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะตอบออกมา “ไม่รู้สิ”

     “แต่ถ้าพวกแกยังเถียงกันไม่เลิก ต้องอดกินแน่” ว่าแล้วแป้งก็พยักเพยิดไปที่คนเนียนห่อโรตีเข้าปากไม่หยุดหนึ่งอัตรา จนน้ำกับเทมป์เปลี่ยนจากสู้กันเองไปตบเกลือแทน

     “ไอ้เกลือ แบ่งคนอื่นบ้างสิเว้ย”

      “แป้งอะ ไม่น่าทักเลย”เกลือส่งเสียงจิ๊จ๊ะอย่างขัดใจ “เออ มาๆ เดี๋ยวห่อให้”

       ว่าแล้วผู้เชียวชาญก็ลอกแผ่นแป้งออกมา พร้อมวางสายไหมจำนวนพอเหมาะลงไป

       “เฮ้ย ขอสายไหมอีก เอาเยอะๆ” เทมป์ทักท้วง ส่วนน้ำก็รีบส่ายหน้า

        “อันนี้ก็เยอะแล้ว เอาออกๆ เดี๋ยวหวานตายพอดี”

       “ไม่มึง เท่านี้แหละกำลังพอดี” เกลือเถียงอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน “เยอะกว่านี้สายไหมก็ล้นแป้ง กินยาก แถมแสบคอ น้อยกว่านี้ก็ไม่ได้รสสายไหมดิ เท่านี้แหละ กำลังอร่อย พอดีๆ”

       “ไม่ สายไหมต้องเยอะกว่านี้”

       “ไม่ ต้องน้อยกว่านี้”

       “ไม่ ต้องเท่านี้เว้ย!”


        เกร็ง 
        แป้งส่ายหน้าอย่างระอากับยกใหม่ที่ดูเหมือนจะมีผู้เล่นเพิ่มอีกหนึ่ง แต่ก่อนที่จะเริ่มได้ชกกัน เสียงริงโทนจากมือถือที่วางทิ้งไว้ก็ดังขึ้นมาพร้อมกันสองเครื่อง เทมป์และน้ำหยิบมือถือของตนขึ้นมาดู ก่อนจะแยกไปคนละทางเพื่อรับสาย

      แล้วหน้าบึ้งๆ ของทั้งคู่ก็กลายเป็นหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

     .

     ทิ้งให้เกลือทำหน้ามึนอยู่ที่โต๊ะ

      “อะไรวะ เมื่อกี้ยังโกรธกะแฟนจะเป็นจะตายทีตอนนี้ยิ้มหน้าบานเป็นจานดาวเทียม แล้วสรุปเรื่องโรตีสายไหมยังไงเนี่ย มาคุยกันให้รู้เรื่องก่อนดิ”

      แป้งส่ายหน้าให้กับคนที่ไม่ยอมจบง่ายๆ มือก็ดึงถุงโรตีสายไหมมาที่หน้าตัวเอง

     “ไอ้ใส่เท่านี้มันก็อร่อย พอดีจริงๆ แหละ” พูดไปพลางม้วนโรตีแล้วหยิบขึ้นมา “แต่…แต่ละคนก็มีความชอบและความพอดีไม่เหมือนกัน มันก็ช่วยไม่ได้หนิ” 

      “แกหมายความว่าไงวะ”

      แป้งกลอกตาเล็กน้อยกับคนหน้ามึนก่อนจะยัดโรตีสายไหมเข้าปากเกลือไป

      “ช่างเถอะนะ แกก็กินแบบที่แกชอบ แกรู้สึกพอดีไปนั่นแหละ พอแล้ว”

      แป้งยิ้มออกมาจางๆ เกลือมองรอยยิ้มนั้นแล้วยักไหล่กับตัวเอง

      “…ก็ได้”

 
SHARE
Written in this book
เรื่องเล่าของอาหาร
"เรื่องเล่าของอาหาร" - เรื่องสั้นจบในตอนของเกลือกับแป้ง และกลุ่มคนรอบตัวที่เกี่ยวพันกับอาหาร
Writer
m--mm-m
Lazy person
ทุกอย่างที่อยากเล่า ทุกเรื่องที่ไม่อยากพูดตรงๆ

Comments

SanK-One
6 months ago
อ่านแล้วได้อารมณ์เหมือนตอนดูการ์ตูนวันพีช
Reply