ถ้านมตุ๋นมันอร่อย ประสบการณ์ของเราจะบอกมันเอง
21 มีนาคม 2562
Tsim Sha Tsui, Hong Kong
23.20 น.

ในขณะที่กำลังเดินไปร้าน Yee Shun Milk Company ที่ตั้งอยู่บนถนน Nathan Road ใกล้กับสถานี Jordan ก๊อยส์ผู้กำกับภาพของภาพยนตร์เรื่อง "นคร-สวรรค์" ก็ถามขึ้นมาว่าทำไมเราถึงยังไม่มีแฟน โดยที่โรส-ผู้กำกับก็สงสัยเช่นกันหันมองมาทางเราในขณะที่เท้าก็ยังคงก้าวต่อ

การเจอคำถามแบบนี้ในหลายๆ ช่วงเวลาเราอาจจะคำนึงถึงจังหวะและโอกาสของชีวิตเมื่อเราใช้มันไปเรื่อยๆ โลกของเรามันจะแคบลงจนเหลือแค่คนไม่กี่คนที่เราคุ้นเลย เวลาที่มันนานวันหมุนผ่านไปคนที่เคยอยู่มากมายก็ค่อยๆ จางหายไปตามโอกาส จากวันแรกที่เราเข้าเรียนมหาวิทยาลัยที่เต็มไปด้วยคนมากหน้าหลายตา วันแรกที่เราเริ่มทำงานที่ยังได้พบเจอคนใหม่ที่แตกต่างจากรั้วมหาวิทยาลัย จนถึงวันนี้วันที่เราผ่านโลกมานานร่วมทศวรรษที่ไม่มีอะไรใหม่ และแทบไม่มีใครใหม่เข้ามาเป็นตัวเลือกในชีวิต คนที่เราสนใจเมื่อสี่ปีที่แล้ว ในปัจจุบันก็คงแต่งงานมีลูกสาวที่น่ารักเริ่มเปล่งเสียงออกมาให้คนที่บ้านตื้นตัน รวมไปถึงคนที่เรารู้สึกดีด้วยเมื่อเจ็ดปีก่อน ตอนนี้ทุกอย่างที่เป็นตัวเธอในช่วงเวลานั้นมันได้ถูกเปลี่ยนแปลงจางหายไปตามสิ่งแวดล้อมที่ปกคลุมการใช้ชีวิตของเธอในช่วงชีวิตนั้น

ร้านนมที่กำลังจะปิดตอนเที่ยงคืน พร้อมกับรถไฟฟ้าที่กำลังจะหยุดวิ่ง เรามาถึงร้านสั่งนมนึ่งแบบออริจินัลที่ถูกแนะนำมาโดยผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยมากินและติดใจจนต้องบอกต่อและผมก็เชื่อเธอจึงได้ตามมายังร้านนี้ เราทั้งสามคนคิดไม่นานในการสั่งนมนึ่งแบบออริจินัล และสั่ง Toast มาเพิ่มเป็นของหวานอีกหนึ่งอย่างเพื่อปิดวันอย่างสมบูรณ์ บทสนทนาที่เกิดขึ้นจากการที่เราไม่ได้พบเจอกันบ่อย มันก็จะเต็มไปด้วยการอัพเดทชีวิต การพูดถึงคนที่เรารู้จักร่วมกัน หน้าที่การงานต่างๆ ที่กำลังทำกันมา รอบ Q&A ของหนังโรสที่พึ่งฉายรวมไปถึงอีกหนึ่งรอบที่จะต้องฉายในวันที่ 22 มีนาคม อีกทั้งการเมืองที่ใกล้ถึงวันเลือกตั้ง 

แน่นอนว่าผมยังคงคิดถึงคำถามนั้นของก๊อยส์อยู่ลึกๆ และก็เริ่มสนใจมันมากขึ้น

จากสถานี Jordan ในฝั่ง Kawloon เราต้องนั่ง MTR กลับไปยังสถานี Causeway Bay เพื่อไปยังที่พัก พอมานั่งนึกถึงการใช้ชีวิตเดินทางที่ปกติเวลาเราอยู่ในกรุงเทพที่เรารู้อยู่แล้วว่าการเดินทางมันจะต้องชะงักด้วยการจราจรเป็นเวลานาน เรามักจะพกหูฟังเพื่อฟังบางสิ่งบางอย่างให้เราสนใจในสิ่งนั้นไม่ใช่ตัวเวลาที่มันเดินไปข้างหน้าอย่างเชื่อช้า พอเราปราศจากหูฟังที่จะทำให้เรานั้นพาตัวเองออกจากโลกความเป็นจริงและไปสนใจในสิ่งที่เราฟัง มันเลยกลายเป็นเราสนใจกับการเดินทางในปัจจุบัน การก้าวผ่านของสถานีแต่ละสถานี การทะลุข้ามฝั่งของรถไฟใต้ดิน การสนใจคำถามของก๊อยส์ที่เรายังไม่มีคำตอบที่แน่แท้ชัดเจนว่าแท้จริงแล้วมันคือเรื่องของคำว่าทำไม?

เราชอบความคิดของคนในช่วงอายุหนึ่ง ในช่วงอายุที่กำลังเติบโตและเปลี่ยนแปลง คีย์เวิร์ดของคำว่า "เติบโตและเปลี่ยนแปลง" มันห็คงหมายถึงช่วงเวลาที่อารมณ์ความรู้สึก รวมไปถึงความสัมพันธ์ต่างๆ มันยังไม่เสถียร พร้อมจะถูกปรับเปลี่ยนไปตามสิ่งที่มันถูกต้องในช่วงเวลามันจะต้องเป็นสิ่งที่มันถูกต้องจริงๆ อีกทั้งคนเรามักเจอช่วงเวลาที่ยาก และช่วงเวลาเหล่านัั้นมักจะเปลี่ยนเราให้กลายเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวตนของตนเองที่เคยรู้จัก 

เหมือนกับเด็กมัธยมต้นตั้งใจเรียนนั่งหน้าห้องที่เคยโดยรังแก พอถึงช่วงมัธยมปลายก็หาทางออกด้วยการเปลี่ยนตัวเองเป็นเด็กหลักห้องทำตัวเกเรเพียงเพราะแค่ไม่ต้องการจะถูกคนอื่นทำร้ายอีก สิ่งเหล่านี้มันอาจจะเทิร์นคนที่เราเคยรู้จักให้กลายเป็นคนแปลกหน้าได้เอาเสียง่ายๆ 

ประสบการณ์ที่แตกต่างของคนแต่ละคน สิ่งแวดล้อมที่เราล้วนแล้วแต่เจอไม่ตรงกัน การเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาที่ใช้ชีวิต การเปลี่ยนแปลงสถานะทางสังคม การสร้างบทบาที่ชัดเจนให้กับความสัมพันธ์ สร้างพันธะผูกพันธ์ให้กับสิ่งที่เราไม่รู้สึกปลอดภัย มันเลยไม่มีอะไรง่ายดายเลยเพราะสิ่งที่เรานั้นต้องการและตามหา มันไม่ได้อยู่ในสภาวะแวดล้อมที่เราสมาารถควยคุมปัจจัยให้เป็นไปตามที่ต้องการได้ เราไม่สามารถกำหนดชะตาชีวิตของใครต่อใครให้มาเป็นอย่างที่เราฝันไว้ รวมไปถึงเราไม่สามารถรั้วใครเอาไว้ให้อยู่กับเราในวันที่สิ่งที่ยึดเหนี่ยวความสัมพันธ์ของเรานั้นมันแปรเปลี่ยนเป็นสิ่งอื่น เป็นสิ่งที่ไม่มีความสำคัญและความจำเป็นที่จะต้องทำให้ความสัมพันธ์นั้นต้องผูกรั้งกันเอาไว้

อายุที่มากขึ้น จังหวะชีวิตที่เริ่มจะลดทอนการเปลี่ยนแปลง สิ่งแวดล้อมที่แทบจะเสถียรและปลอดภัย มันช่างยากเหลือเกินที่จะผลักตัวเองออกไปจากเซฟโซนของความสัมพันธ์ที่มีความสุข ไปหาเรื่องท้าทายที่แปลกใหม่ เพราะมันไม่ใช่เรื่องของความรู้สึกที่ดีมากๆ จนเรารู้สึกว่าเข้ากันได้เพียงอย่างเดียวเหมือนเด็กอายุ 14 ที่ยังมีเวลาลองผิดลองถูกอีกมากมาย แต่พอถึงช่วงอายุหนึ่งเราก็เริ่มรู้จักตัวเองและเข้าใจวิถีของมันมากขึ้นว่าแท้จริงแล้วมันไม่ใช่แค่เรื่องของความรักและการวิ่งหาความสวยงามของสิ่งที่ซ่อนอยู่ แต่มันจะต้องพ่วงไปถึงความสมดุลในการใช้ชีวิตที่เราสร้างขึ้นมาเพื่อที่จะทำให้องค์ประกอบของตัวเรานั้นมันยังคงอยู่ การที่เราทะลึ่งวิ่งออกไปจากเส้นทางที่เราปูไว้มันอาจจะแค่เสียเวลาในการพาตัวเองกลับมา ตอนนี้เราอาจจะต้องมานั่งคำนวนหาสิ่งที่มันสูญเสียไประหว่างที่เวลานั้นหายไปคือสิ่งใด และความคุ้มค่าของมันนั้นมีมากน้อยแค่ไหน

ไม่แน่ใจว่าคำถามนั้นของก๊อยส์เราจะมีคำตอบจริงๆ หรือเปล่า แต่รู้เลยว่าคำถามนั้นมันไม่ใช่คำตอบง่ายๆ เหมือนตอนที่เรารู้สึกกับคำถามนี้เมื่อสิบปีที่แล้วอีกต่อไป ทุกอย่างมันต้องเปลี่ยนแปลงไปจริงๆ ตัวเราก็เปลี่ยนแปลง แต่สิ่งหนึ่งที่ยังอยู่ก็คือความรู้สึกที่มันเกิดขึ้นมาไม่ว่ากับใครก็ตามแต่ มันเกิดขึ้นจริง

ผมกลับมาถึงที่พักในย่าน Causeway Bay เป็นเวลาเที่ยงคืนกว่าๆ ระยะก้าวที่เดินในวันนี้ร่วม 30,000 ก้าวนับเป็นกิโลเมตรก็ใกล้ๆ กับระยะของ Half Marathon ด้วยอุณหภูมิประมาณ 20 องศาเซลเซียสมันเลยไม่ใช่อุปสรรค์ในการเดินเท้าไปยังสถานที่ต่างๆ ผมอาบน้ำอุ่นเพื่อกลบความเย็นภายนอก ชำระร่างกายที่ผ่านการเดินทางมาตลอดทั้งวัน น้ำในฝักบัวไหลออกมาชำระล้างร่างกาย น้ำเสียที่เกิดจากการล้างคราบสบู่ไหลลงท่อระบายน้ำ ผมเช็ดตัวแล้วทิ้งตัวลงไปที่เตียงเชคโทรศัพท์มือถือตอบแชทก่อนที่วางมือถือเอาไว้ตรงหัวเตียง

สิ่งที่ผมนึกออกในช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนที่จะหลับ 
นมตุ๋นอร่อย และมันอร่อยจริงๆ


SHARE
Writer
patzh
Regista
Chamchuri Supporters / Bangkok

Comments

IceDragon
3 months ago
ทำงานที่นี่หรอคะ

Reply
patzh
3 months ago
ปกติคืออยู่ไทยแหละฮะ แค่ช่วงนั้นต้องไปทำงานที่ฮ่องกง > <