[SF] untitled (Kaeun x Yuki)

"อิกรอะเหรอ ช่วงนี้มันติดเด็ก" 


เสียงของเพื่อนสนิทเอ่ยขึ้นกลางโต๊ะกลมสิบที่นั่งในงานเลี้ยงรุ่นของคณะ ซึ่งบุคคลที่นั่งหน้าสลอนอยู่บนโต๊ะนี่ก็เป็นกลุ่มเพื่อนที่ตบตีทำงานกลุ่มมาด้วยกันตั้งแต่เข้าปีหนึ่งทั้งนั้น เมื่อหัวข้อสนทนาวนมาถึงเรื่องรักๆใคร่ๆ เป้าหมายของทุกคนก็ดูเหมือนจะเบนมาที่กรวินทร์เพียงคนเดียว


ก็แหม ตลอดห้าปีในรั้วมหาวิทยาลัย กรวินทร์เคยไปสุงสิงอะไรกับใครที่ไหนกัน วันๆก็อยู่แต่กับอัศรีและมยุรินสองเพื่อนสนิทที่สนิทจนแก้ผ้าอาบน้ำด้วยกันตอนอายุยี่สิบก็ทำมาแล้ว แม้ว่าจะมีคนมาเข้าแถวขายขนมจีบยาวเท่าระยะทางจากโลกถึงดวงจันทร์ดวงสุดท้ายของดาวพฤหัส เพื่อนทุกคนก็ยังเห็นกรวินทร์อยู่แต่กับสองคนนั้นเหมือนเดิม พออัศรีพูดขึ้นมาว่าดูเหมือนหล่อนจะมีความรัก แถมดูจะเป็นรักที่กรวินทร์เป็นฝ่ายไปชอบเขาก่อนอีก มันก็น่าเสือกรึเปล่าเอ่ย


"อิศรี หุบปาก"


กรวินทร์ถลึงตาใส่อิเพื่อนตัวดีที่เริ่มจะเผากันอีกแล้วในทันทีที่เหล้าเข้าปาก


“ไม่ทันแล้วปะกร อิศรีมันพูดขนาดนี้แล้ว ทุกคนเขารอเสือกอ่า”


กรวินทร์มองสายตาเจ็ดคู่ (ไม่รวมอัศรีและมยุริน) ที่พุ่งตรงมาหาอย่างพร้อมเพรียงแล้วถอนหายใจ เหล่มองอิตัวต้นเรื่องที่ปากสว่างไม่เลือกที่ก็ขยับขาไปข้างๆแล้วใช้ส้นรองเท้าพื้นแดงยี่ห้อดังที่ใส่มางานวันนี้ขยี้ลงไปที่หัวแม่โป้งตีนมันไปแรงๆจนอัศรีกรี๊ดออกมา


“อิก๊รรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร กุเพื่อนมึงไงงงงงงงงง” 


เพราะมีแต่อัศรีคนเดียวที่ทำงานอยู่ตึกเดียวกันแม้ว่าจะเป็นคนละบริษัท ถ้าไม่ได้มีประชุมนอกสถานที่หรือต้องออกไปไซต์งาน ทุกเช้าทุกเที่ยงอิที่มานั่งแย่งกากหมูถ้วยเดียวกันเวลากินก๋วยเตี๋ยวเรือในแคนทีนก็คือมันนี่แหละ รวมถึงเรื่องที่กรวินทร์แวะอ่อยน้องบาริสต้าวันละสามเวลาก็เป็นมันที่สาระแนตามมานั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋อด้วย อยากจะเลิกคบก็ไม่ทันแล้วเพราะเลิกไปก็คือ ไม่มีเพื่อน


“เล่าเหอะกร อยากรู้ ไม่เห็นเม้ามอยเลยมึงอะ รู้กันสองคนกะอิศรี น้อยใจแล้ว”

พอมยุรินทำหน้าหงอย ยัยคนรูดซิปปากเงียบก็เริ่มจะใจอ่อนขึ้นมาเพราะไม่เคยหรอกที่จะขัดใจเพื่อนตัวเล็กได้สักที กรวินทร์ก็เลยเอื้อมหยิบแก้วเบียร์มาจิบแก้เก้อไปหนึ่งอึก

“ที่ไม่เล่าเพราะมันยังไม่มีอะไรไงมะ อิศรีมันก็ขี้เว่อตามปกติป้ะ มันพูดไรมึงก็หารห้าหารสิบก่อนค่อยเชื่อ”
“งั้นมึงหารมาเลย แล้วก็เล่าตอนนี้”

มีเสียงหัวเราะคิกคักดังมาจากอีกข้าง ก็คือนังอัศรี

“เออเนี่ยควีนสั่งมาแล้วอะกร สนองพระราชโองการสิ ท้าทายเหรอ”
“ยังไม่หยุดอีกลูบูแตงเนี่ยจะไม่ขยี้ตีนมึงละนะ จะขึ้นไปขยี้บนหน้า จะเอาโหนกแก้มซ้ายหรือขวา เลือก!!!!!!!!”
“เล่าซักทีอะกรวินทร์ เรียกกรวินทร์แล้วนะ”
“หยุดทำหน้าหมาหงอยก่อน โตเป็นควายละนะมะ คือมันยังไม่มีอะไรอะ ก็ใต้ตึกมันมีร้านกาแฟประจำอยู่ แล้วมีบาริสต้ามาใหม่ ละนังชงดี ก็เลยชอบ.. กาแฟ”

พอกรวินทร์เล่าถึงตรงนี้อัศรีก็เบ้ปากมองบนเมื่อนังตัวดีเลือกจะลดทอนดีเทลของเรื่องไปประมาณ 99 เปอร์เซนต์ได้ 

มาค่ะ กูเอง

“รำคาญอิกรอะ พูดจริง สมัยเรียนคือเขี่ยผู้ชายทิ้งเหมือนเขี่ยแตงกวาในจานข้าวมันไก่ เทเก่งเหมือนเทน้ำล้างตีน ทำงานแล้วก็ยังเขี่ยเก่งเทเก่งเหมือนเดิม แต่มาตกม้าตายเพราะเจอน้องบาริสต้างานดียิ้มตาหยีให้มันพร้อมถามว่า ลูกค้าชอบโคลด์บรูวเหรอคะ เห็นสั่งบ่อยๆ วันนี้ลองตัวใหม่มั้ย เพิ่งคั่วเสร็จเมื่อคืน อาฟเตอร์เทสต์ดี๊ดีน้า เอนด์เกมค่ะ อิกรยอมตื่นเช้ากว่าเดิมชั่วโมงนึงเพื่อไปนั่งหัวปักหัวปำตรงเคาท์เตอร์บาร์ในร้าน รู้เลยนะคะว่าอยากโดนเด็กมันคั่วบ้าง”

กรวินทร์ได้แต่จิบเบียร์แห้งๆเพราะไม่รู้จะเอาอะไรมาแย้งสิ่งที่เพื่อนเล่า คิดในใจว่าถ้ามันเผลอเมื่อไหร่จะทุบหน้าให้จริงๆ ฝากไว้ก่อนเถอะนังศรี

“อยากเห็นหน้าน้องเขาเลยอะ เนี่ยพอกรมันไม่ได้คบใครจริงๆจังๆก็เดาไทป์ไม่ถูกเลย อิที่มาจีบก็คือแวรี่มาก ตั้งแต่นักกีฬามหาลัยกล้ามใหญ่ไปจนหนุ่มตี๋นุ่มๆผู้ชายดอกไม้”
“นี่งะยุ้ย กูบอกให้ ไทป์อิกรคือเด็กสาวสายผัวจ้า เพื่อนมึงน่ะเป็นเบี้ยน ละกำลังจะเป็นอมตะด้วย”
“พอก่อนมั้ยศรี พรุนไปหมดละนะตัวกูเนี่ย”
“อยากเจอออออ ศรีพากูไปเจอหน่อยยยย”

มยุรินร้องตะแง้วข้ามหัวเธอไปวอแวอิปากสว่างที่รีบพยักหน้ารัวเร็วพร้อมนัดวันเวลาเสร็จสรรพ

“เนี่ยเที่ยงวันจันทร์มาสิ อิกรมันออกไปไซต์งานตั้งแต่สิบโมงโน่นแน่ะ”
“จังหวะดีเว่อ วันจันทร์กูว่างจ้า ตื่นเต้นแล้วนะกรจะมีผัวเด็กอ่า”
“รู้ไปถึงตารางงานกูขนาดนี้เป็นผัวกูมั้ยอะศรี”  
“เก็บตัวไว้เสียให้น้องบาริสต้าเถอะค่ะคุณกรวินทร์”

กรวินทร์ได้แต่ด่ามันในใจ อิเพื่อนนรก



 


เช้าวันจันทร์ กรวินทร์ทำทุกอย่างตรงกับที่อัศรีเล่าให้เพื่อนฟังในงานเลี้ยงรุ่นแบบไม่มีผิดเพี้ยนเมื่อกระดิ่งประตูกระจกร้านกาแฟลั่นดังกรุ๋งกริ๋งตอนแปดโมงตรงเผง และกรวินทร์ก็พาตัวเองในเสื้อเชิ้ตผ้าชีฟองสีเข้มกับกางเกงสแลคสีเทามาทิ้งตัวลงบนเก้าอี้สูงติดกับเคาน์เตอร์บาร์หลังจากนวยนาดไปยืนกอดอกชี้สั่งกาแฟที่อยากกินตรงแคชเชียร์เสร็จเรียบร้อยแล้ว นั่งมองยัยเด็กหน้าแฉล้มที่เพิ่งรับออเดอร์กับเงินของเธอเดินเข้าไปด้านหลัง ชะโงกหัวเข้าไปในช่องประตูแล้วพูดเสียงดัง

“พี่ก้าว ทำงานค่ะ!!” 


อืม ทำไมเหมือนกัปตันเรียกเด็กในตู้กระจกหลังจากลูกค้าเลือกเบอร์ดีลราคาเสร็จแล้วเลยนะ


มีเสียงชนอะไรก๊องแก๊งดังออกมาอีก เวลาเปิดทำการของร้านตามป้ายข้างหน้าคือเจ็ดโมงครึ่ง แน่นอนว่านอกจากกรวินทร์ น้องแคชเชียร์ กับบาริสต้าก็ไม่มีใครอื่นอีกเพราะออฟฟิศส่วนใหญ่บนตึกนี่ก็เริ่มงานเก้าโมงเช้าทั้งนั้น มีแต่เธอเนี่ยที่ต้องขุดตัวเองขึ้นมาจากเตียงอาบน้ำแต่งตัวพรมน้ำหอมเหมือนอาบเพื่อจะมานั่งกอดอกคีพลุคมอง (ว่าที่) ทูนหัวผัวเด็กยืนกดนู่นผสมนี่ง่วนอยู่กับเครื่องชงกาแฟตัวยักษ์ตั้งแต่แปดโมงเช้า


เจ้าของคำเรียกพี่ก้าวโผล่ออกมายืนตรงช่องประตูทั้งที่ผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาลเข้มยังผูกไม่เสร็จดี หล่อนเป็นหญิงสาวร่างสูงประมาณร้อยเจ็ดสิบได้ แขนขายาวดูเก้งก้างแต่ตอนชงกาแฟกลับดูเข้ากันไปหมด ผมสีน้ำตาลไหม้สั้นประบ่าถูกรวบไว้ข้างหลังแบบลวกๆ พอเด็กมันเห็นหน้าเธอ นัยน์ตากลมก็หรี่ลงจนยิบหยีพร้อมรอยยิ้มสว่างไสวยิ่งกว่าพระอาทิตย์ ก็อิรอยยิ้มที่ทำกรวินทร์ตกม้าตาย หลงรักรังสีผัวสาดแสงของเด็กมันหัวปักหัวปำจนเพื่อนฝูงเอามาล้อให้เป็นท็อปปิคในวงเหล้านั่นแหละ น่าอายจริงๆ


“วันนี้ออกไปไซต์งานเหรอคะ”

บาริสต้าเอ่ยถามทั้งที่สองมือง่วนอยู่กับการตักน้ำแข็งใส่แก้ว กรวินทร์มัวแต่เหม่อไม่ทันฟัง

“หะ หา ว่าอะไรนะคะ”


เจ้าหล่อนชะโงกหน้ามายิ้มให้ เธออยากขอให้น้องเลิกยิ้มก่อน ใจเต้นจนเหนื่อยแล้วค่ะ ได้โปรด

“เห็นวันนี้คุณกรใส่กางเกงน่ะค่ะ เลยเดาว่าไปไซต์งานหรือเปล่าน้า”
“อ๋อ.. ใช่ค่ะ พอดีกำลังจะเริ่มงานก่อสร้าง เลยต้องไปดู.. เอ๊ะ นี่เราเล่าทำไมนะ”


เสียศูนย์ที่แท้ทรู กรวินทร์รับแก้วกาแฟมาจากหล่อนที่เอ่ยตอบด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ
“เล่าได้นะคะ ถึงจะฟังไม่ค่อยเข้าใจก็เถอะ เราชอบฟังเสียงคุณกร”


แพ้!!!!! แพ้ตั้งแต่อิที่ใส่ใจถามไถ่ สังเกตแม้กระทั่งการแต่งตัว อาทิตย์ก่อนลองเปลี่ยนน้ำหอมใหม่ก็โดนเด็กมันทัก เธอเกลียดความละเมียดละไมนั่น เกลียดตัวเองด้วยที่รู้ทั้งรู้ว่าจะแพ้แต่ก็ยังดึงดันจะเดินเข้ามาเจอให้ตัวเองเสียอาการ กรวินทร์อยากบอกเด็กมันว่าให้หยุดก่อน ขอร้องล่ะ มานั่งนี่ทุกวี่ทุกวันก็ไม่ได้แปลว่าภูมิต้านทานความอบอุ่นอ่อนโยนเหมือนแดดตอนเจ็ดโมงเช้านั่นจะแข็งแรงขึ้น แถมข้างในตัวกรวินทร์นี่ก็ยวบยาบร้อนฉ่าเป็นขี้ผึ้งลนไฟไปหมดแล้ว เธอก้มลงจิบกาแฟเพราะไม่อยากสบตายิ้มนั่นแต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อกาแฟรสชาติไม่เหมือนเดิม

“นี่ใส่อะไรตอนคั่วกาแฟหรือเปล่าคะ ปกติมันไม่หอมขนาดนี้นี่”


บาริสต้าพยักหน้ารัวเร็ว กระตือรือร้นเหมือนลูกหมาได้ของเล่น
“ว่าแล้วคุณกรต้องรู้ มันดีไหมคะ หรือว่าแบบเดิมดีกว่า”

“ดีมากค่ะ” อันนี้กรวินทร์ค่อนข้างแน่ใจว่าไม่ได้หมายถึงกาแฟ
“คุณกรได้ชิมเป็นคนแรกเลยนะเนี่ย” เจ้าหล่อนว่าด้วยน้ำเสียงทะเล้น

“แปลว่าถ้าลูกค้าคนแรกไม่ใช่เรา คนแรกที่ได้ชิมก็เป็นลูกค้าคนนั้นหรือเปล่าคะ”

อิเxี้ย..

กรวินทร์อยากตีปากตัวเองแรงๆ เป็นอะไรกันเอ่ยถึงกล้าตัดพ้อเด็กมันขนาดนี้ แต่เจ้าเด็กรีบส่ายหน้าแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“คุณกรมาตอนไหนคนแรกก็ยังเป็นคุณกรค่ะ”

พ๊อออออ พอแล้ว จะตายแล้ว ใครสั่งใครสอนให้พูดจาแบบนี้กัน ตั้งแต่อิที่บอกว่าชอบฟังเสียง!!! 

อยากฟังเสียงอย่างอื่นที่ไม่ใช่เสียงพูดด้วยไหมล่ะฮื้อ!!!  


อัศรีเปิดประตูร้านเข้ามาพอดีในตอนที่กรวินทร์กำลังเลิ่กลั่กเพราะโดนเด็กมันหยอดเอา มันเดินไปสั่งกาแฟพลางมองมาทางเธอด้วยความหวาดระแวง สักพักก็สับขามาพร้อมบิลลาเต้ร้อนไซส์ใหญ่แบบเทคอะเวย์ ทิ้งตัวลงที่เก้าอี้ว่างข้างๆระหว่างรอกาแฟ


“ส่องกระจกดูสีหน้าตัวเองไหมกร ทำไมทำหน้าแบบนั้นน่ะ”


กรวินทร์พยักเพยิดไปทางบาริสต้าตัวดีที่หันกลับไปทำงานต่อหลังจากมีลูกค้าเข้าร้านมาเพิ่ม ใกล้จะเก้าโมงเช้าแล้ว เสียงกระดิ่งห้อยประตูก็เริ่มดังถี่ขึ้น พอดีกับกาแฟหยดสุดท้ายในแก้วตรงหน้าถูกเธอสูบเข้าไปจนหมด กรวินทร์ถึงได้ย้ายตัวเองลงจากเก้าอี้บาร์ เตรียมจะไปทำงานทำการหลังจากแวะมาสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงานด้วยการเอาตัวเองมายวบยาบกับบาริสต้าหน้ามน


“ไปแล้วเหรอคะคุณกร คุณศรีด้วย”

หันมองน้องบาริสต้าที่ยืนตาละห้อยหลังจากเสิร์ฟกาแฟแก้วสุดท้ายเสร็จไป

“คุณกรไปดูไซต์งานแปลว่าเที่ยงนี้ก็ไม่มาใช่ไหมคะ”
“ก็ใช่ค่ะ ทำไมเหรอคะ”

โดนเด็กมันส่งรอยยิ้มพิฆาตให้เป็นรอบที่สามล้านของเช้านี้ เธอน่ะเหนื่อยกับการใจเต้นให้รอยยิ้มนั้นที่สุดเลย


“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่อยากเจอ”
 
กรวินทร์จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าพาตัวเองขึ้นลิฟท์มาถึงโต๊ะทำงานในออฟฟิศได้ยังไง





 


“นี่พี่ก้าว”
“หือ”
“แอ๊วลูกค้าอะ ก้อยจะฟ้องแม่นะ”

กณิศหยุดมือที่กำลังสตีมนมแล้วหันหาแม่ตัวแสบที่ยืนทำหน้าจับผิดกันอยู่ข้างๆ นึกไปถึงลูกค้าประจำที่เจอเป็นรายแรกในทุกเช้าแล้วก็ส่ายหน้า

“ไม่ได้แอ๊วสักหน่อย อย่ามากล่าวหาพี่”

หันกลับไปเปิดสวิตช์สตีมนมต่อโดยไม่สนใจอาการถอนหายใจแรงพร้อมมองบนของน้องสาว ยินเสียงแว่วๆแทรกมากับเสียงเครื่องอัดไอน้ำว่า


“ก้อยอยู่กับพี่ก้าวมาทั้งชีวิตนะ หนอย แอบคั่วกาแฟสูตรใหม่ไม่ถามแม่ แถมมุบมิบไว้ตั้งแต่วันเสาร์ ไหนจะแอบส่องคอสตูมเขาอีก ชอบเขาแล้วทำไมไม่ตีสนิทเล่าเจ้าขายาวเอ๊ย”
“น้อยๆหน่อยจ้ากณิการ์ นี่พี่นะ”
“ทีแม่กับพี่กฤตยังเรียกได้เลยอ้ะ”
“อะๆ ไม่เถียงแล้วก็ได้ค่ะเจ้าหญิง ไหนมาคุยกันหน่อยซิ”

กณิศดึงตัวแม่คนป่วนให้นั่งลงที่เคาน์เตอร์บาร์ เวลาสิบโมงครึ่งแทบไม่มีลูกค้าใหม่ด้วยย่านนี้เป็นย่านธุรกิจที่คนจะเยอะในช่วงเช้าเที่ยงเย็น สายๆแบบนี้มีแต่พวกลูกค้าที่แวะเข้ามานั่งคุยงานสั่งกาแฟแก้วเดียวนั่งยาวสามสี่ชั่วโมงเท่านั้นแหละ เธอถึงได้จับแม่ตัวดีที่ไล่เดินเช็ดโต๊ะและสอบถามความพึงพอใจของลูกค้าในร้านมานั่งคุยได้สั้นๆ

“คุยอะร้ะ เห็นๆกันอยู่ว่าพี่ก้าวน่ะชอบคุณกรวินทร์จะตายแล้ว เป็นก้อยก้อยไม่คุยแล้วนะ ถ้าถึงขนาดแค่เค้าเปลี่ยนกลิ่นน้ำหอมก็รู้เนี่ย ทำไรสักอย่างได้แล้วมั้งคะคุณกณิศ พี่กฤตมาคาบไปก้อยไม่รู้ด้วยนะ”

กณิการ์พาดพิงไปถึงพี่ชายคนโตที่มีสาวในสเปคไทป์เดียวกับเธอ แย่งกันจีบสาวมาตั้งแต่เริ่มแอ๊วใครเป็นจนมีเรื่องให้แม่ปวดหัวได้ตลอดเวลา


“คนนี้พี่กฤตไม่จีบหรอก เพราะพี่กฤตจีบเพื่อนเราอยู่ไง เด็กวัยนี้นี่แก่แดดกันจริงๆ”

อดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปขยี้กลุ่มผมดำตรงหน้าด้วยความหมั่นเขี้ยวสักทีจนคนน้องร้องตะแง้วเสียงดัง

“ไม่คุยด้วยแล้วพี่ก้าวอ้ะ เค้ารู้หรอกว่าตัวเองน่ะจะเปิดคอร์สเวิร์คช็อปลาเต้อาร์ทละจะชวนคุณกรมาเรียนด้วย ทำมาเป็นปกปิดหนอย เอ๊ะนั่นคุณกรนี่นา”

กณิศมองตามสายตาน้องสาวออกไปข้างนอกก็เห็นกรวินทร์เดินฉับๆผ่านหน้าร้านไป เหลือบมองนาฬิกาไปด้วยและพยายามเรียกแท็กซี่ริมถนนแต่ก็คว้าน้ำเหลว


“เรียกแท็กซี่เวลานี้คงมีคนไปหรอกน่ะ” กณิการ์พึมพำ ส่วนกณิศรีบปลดผ้ากันเปื้อนแล้วคว้ากุญแจรถแล้ววิ่งออกไปโดยไม่ลืมสั่งงานน้องสาว

“ก้อยดูร้านให้ด้วยนะ เดี๋ยวพี่มา”
“พี่ก้าว ด-- โอ๊ยบทจะทำอะไรขึ้นมาก็โยนภาระมาให้น้องเลยเหรอ ก้อยจะฟ้องแม่ ฟ้องพี่กฤตด้วยยยยย”





 


กรวินทร์มาถึงหน้าไซต์งานแถบชานเมืองได้ทันเวลาพอดี เผลอยืนเหม่อมองซีอาร์วีสีขาวมุกที่ขับเลยออกไปนั่นนานเกินไปหน่อยจนถูกคนในทีมเข้ามาสะกิด


ระหว่างทำงานเธอก็หยุดนึกถึงเจ้าเด็กบาริสต้านั่นไม่ได้แม้แต่อึดใจ เมื่อตอนสายเธอมีปัญหาเพราะรถส่วนกลางที่มักจะเหลือว่างหนึ่งหรือสองคันเสมอในวันนี้กลับไม่ว่าง และกรวินทร์ก็เป็นหนึ่งในผู้โชคร้าย การจราจรในเมืองหลวงทำให้กรวินทร์ยอมแพ้แก่โชคชะตา เลิกขับรถส่วนตัวมาทำงานแล้วอาศัยขนส่งมวลชนสาธารณะมาเป็นปีๆแล้ว เพราะฉะนั้นการจะออกไปไซต์งานวันนี้ก็ต้องพึ่งขนส่งมวลชนสาธารณะที่คาดเดาไม่ได้เลยอย่างแท็กซี่ที่วิ่งกันเกลื่อน ซึ่งแน่นอน เธอถูกปฏิเสธ


นู่นก็ไม่ไปนี่ก็ไม่ไป ไม่อยากไปก็นอนอยู่บ้าน จะมาขับแท็กซี่กันทำไมโว้ย!!!! 


จนกระทั่งเด็กบาริสต้าคนนั้นวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาทักแล้วยื่นข้อเสนอที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้อย่างการอาสาไปส่งถึงหน้าไซต์ กรวินทร์ที่ใจเต้นแรงจนเหงื่อออกฝ่ามือฝ่าเท้าไปหมดถึงยอมตกลงอย่างเสียไม่ได้ เพราะถ้าไม่มีหล่อนก็ไม่มีใครพาเธอไปไซต์ให้ทันสิบเอ็ดโมงได้อีกแล้ว


พอตกเย็น แทนที่เมื่อถึงออฟฟิศจะเก็บข้าวเก็บของแล้วรีบกลับคอนโด กรวินทร์ก็เลยขอแวะมาตอบแทนคนมีน้ำใจเสียหน่อย


ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทรงสูงที่ประจำพลางมองหล่อนกุลีกุจอทำงานอยู่ในพื้นที่ที่กว้างพอให้คนสองคนสวนกันได้แบบไม่เบียดไหล่ ได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วของน้องแคชเชียร์ตัวเล็กที่ดูเหมือนจะเป็นน้องสาวเอ่ยบอกชื่อเมนูที่ถูกออเดอร์มาจากลูกค้ากับเสียงตอบรับในคอของหล่อน และเสียงขานชื่อเมนูที่ทำเสร็จสลับไปมาอยู่พักใหญ่ จนกระทั่ง.. 


“อ้าวคุณกร มานานหรือยังคะเนี่ย” เป็นกณิการ์ที่เอ่ยทักเธอก่อนเพราะงานแคชเชียร์ที่ว่างลง ส่วนแม่บาริสต้าพระอาทิตย์เจ็ดโมงที่ยังง่วนอยู่กับเครื่องชงกาแฟ แค่พอได้ยินชื่อเธอก็มีแก่ใจชะโงกหน้ามายิ้มทักทาย


ยิ้มอะไรพร่ำเพรื่อขนาดนี้ เปลือง!!! 


“สักพักใหญ่แล้วล่ะค่ะ เห็นยุ่งๆอยู่เลยไม่ได้ทัก” เธอเอ่ยตอบน้องแคชเชียร์ เสตาหลบรอยยิ้มนั่นไปทางอื่น เอ้อคนเรานะ ก็รู้อยู่ว่าทานทนไม่ค่อยจะได้ก็ยังจะพาตัวเองเข้ามาให้ใจเหลวเล่นๆ



“ดื่มอะไรไหมคะ” เสียงน้องแคชเชียร์ดึงความสนใจของกรวินทร์ไปจากคนพี่ได้สำเร็จ
“เย็นแล้วไม่อยากได้คาเฟอีนแล้ว ขอชาเขียวแล้วกันค่ะ”

คล้อยหลังคนน้องที่เดินไปประจำตรงแคชเชียร์ไม่เท่าไหร่ เสียงคนพี่ก็ลอยมาจากอีกฟาก

“ชาเขียวก็มีคาเฟอีนนะคะ”
“ก็น้อยกว่ากาแฟล่ะค่ะ” กรวินทร์ว่า
“ยอมค่ะ รอแป๊บหนึ่งนะคะ เสร็จแก้วคุณกรจะเดินไปคุยด้วยค่ะ”

ยอมเยิมอะไรของหล่อนไม่ทราบ แล้วมาส่งมาเสร็จอะไรกันเอ่ย คิดดีไม่ได้สักประโยคเลยเนี่ย!!!!!!!

ชาเขียวเย็นมาเสิร์ฟพร้อมรอยยิ้ม (ที่กรวินทร์คิดว่า) พร่ำเพรื่อของคนชง หล่อนนั่งลงบนเก้าอี้ตัวข้างๆก่อนจะเริ่มการสนทนา

“เมื่อตอนบ่าย คุณศรีกับเพื่อนอีกคนแวะเข้ามาด้วยแหละค่ะ”

กรวินทร์เขี่ยวิปครีมพลางพยักหน้า 
“มันบอกเราไว้แล้วล่ะค่ะว่าจะเข้ามา ปกติสองคนนั้นเสียงดังมากค่ะ รบกวนคุณกับน้องสาวหรือเปล่า”

“คุณกรเรียกเราว่าก้าวได้ไหมคะ เรียกคุณฟังดูห่างเหินมากๆเลย”

สงสัยว่าอาการนิ่งไปครู่ใหญ่ของเธอจะทำให้อีกคนเข้าใจผิดเมื่อหล่อนทำหน้าหงอยเหมือนหมาหูลู่หางตก “ถ้าคุณกรไม่สะดวกใจก็ไม่เป็นไรนะคะ”

“พี่กรค่ะ” 
“คะ?”
“งั้นน้องก้าวก็เรียกเราว่าพี่กรค่ะ”

กรวินทร์ได้รับยิ้มพระอาทิตย์เจ็ดโมงเช้าอีกครั้งในเวลาเกือบสองทุ่ม

นี่ถ้านังศรีนังมะมาเห็นเธอตอนนี้ กรวินทร์มั่นใจมากว่าจะต้องโดนพวกมันล้อ เพราะเธอน่ะคีพลุคจนจะเสียสติแล้วน่ะสิ!!! อิบ้าเอ๊ย!!!!!!




#พี่กรน้องก้าว 

.เธอเห็น #กองเรือระหว่างประเทศ นั่นไหม แมสนะเรือเนี้ย
.Thai AU นะคะ แคสติ้งตามนี้
- กรวินทร์: คาชิวากิ ยูกิ
- อัศรี: ซาชิฮาระ ริโนะ
- มยุริน: วาตานาเบะ มายุ
- กณิศ: อีกาอึน
- กณิการ์: โอกุริ ยุย
.แคสติ้งมีแต่คนญี่ปุ่นเว้ย อะไรเนี่ย 55555
.จริงๆมันควรจะเป็นวันช็อตแหละค่ะ แต่สาระแนยัดนู่นยัดนี่เข้าไปจนล้น ต้องหั่นครึ่ง
.ครึ่งหลังยังเขียนไม่เสร็จอะแต่อยากลงวันนี้ แหะ
.ขอบคุณที่อ่านเหมือนเดิมจ้า ชอบก็ฝากติดแท็กหวีดให้ข้าด้วย ลัฟๆ
.สุขสันต์วันวาเลนไทน์ค่ะ

 
SHARE
Written in this book
[SF] untitled (Kaeun x Yuki)
Writer
309TIME
black-red human
support me >> https://ko-fi.com/309time

Comments

snsdsonekarn
4 months ago
บ้า ยัยคนน้องอ่ะ พระอาทิตย์อะ ยิ้มเก่ง อบอุ่น แต่ด๋อย เต๊าะเก่งมากพ่อ แต่น้องยุให้จีบๆไปเลย ก็ไม่ มันน่าทุบ
คุณกรเสียอาการมากค่า~ สงสารเท้าพี่ศรีแปปนึง 55555555 คือต้องโดนล้อในวงเหล้าไปอีกพักนึงอะค่ะ เพื่อนถึงกับต้องมาเจอหน้าแล้วเด้อ ต้องเทเก่งเบอร์ไหนเธอ
Reply
Ashira
4 months ago
กองเรือระหว่างประเทศจะยิ่งใหญ่!!!
เกรียงไกร!!!
กองเรือเลาจะแมสแล้ว!!!!!
Reply
sky_H
4 months ago
กร เทอจะมาอยากให้เขาฟังเสียงอื่นง่ายๆ แบบนี้รึปะ เสียงอื่นนอกจากเสียงพูดคืออะไร ก็คืออยากโดนคั่วโดนบดแทนเมล็ดกาแฟใช่ไหม ล้ายมาก ชอบความอ่อยนิดๆ ด้วยการเปลี่ยนกลิ่นน้ำหอม ยอมตื่นแต่เช้ามานั่งดูแม่ทูนหัวผัวเด็กชงกาแฟ อ่านไปแล้วก็เสียอาการตามพี่กรไป แต่พอเขาบอกให้เรียกพี่กร ชั้นเองที่เสียอาการแทนแม่บาริสต้า ศรี มาดูเพื่อนเทอเดี๋ยวนี้นะศรี!!!!!!

อ่านไปแล้วก็อยากกินกาแฟ จนต้องไปชงมาตั้งไว้ข้างตัว ว่าจะงดคาเฟอีนแล้วเชียว!
Reply
Nagato_Yoshimi
4 months ago
ชั้นชอบอินเนอร์ของการโฮกเด็กของคุณหญิงกรวีมากเลยค่ะ ยัยบาริสต้สก็หยอดเช้าหยอดเย็น หยอดเก่งกว่าหยอดกาแฟ(?) อิยิ้มพระอาทิตย์นั่นอีก ไม่ให้พี่สาวคลานออกจากร้านได้ทุกเช้านี่ถือว่าพี่เค้าเก่งมากเลยนะคะ นั่งอ่านไปยิ้มไป เขินว้อยยยย
Reply
309TIME
4 months ago
กรวินทร์ค่ะพี่!!!!!!!!! กรวีมันอีกเรื่องนึง!!!!!!!

Diagonal
3 months ago
น่ารักชิบเป๋งเลยบ้าจริง เรียบเรียงคอมเมนต์ไม่ถูกเลย ในหัวมีแต่คำว่าน่ารักๆๆๆๆๆๆๆ แงงงงงงงงง
Reply