ความทรงจำของฟูฟู่
“ฟูฟู่” ชื่อสิ้นคิด แบ๊วๆ ติ๊งต๊องแบบนี้
คงไม่พ้นหมา แมว ตุ๊กตาแหละที่โดนตั้งชื่อ

ใช่ค่ะ ฟูฟู่ คือตุ๊กตาหมี Teddy Bear ขนาดเท่าเด็กทารก ที่กอดแล้วพอดีสรีระเราเป๊ะ
เราเลยติดการนอนกอดฟูฟู่มาตลอด

...ตลอด 13 ปี

วันนั้น
เป็นวันที่โรงเรียนเราจัดงานปัจฉิมนิเทศน์
ด้วยความที่เป็นโรงเรียนประจำ งานเลยจัดตอนกลางคืน เราเป็นเด็ก ม.3 ที่จัดว่าเป็นแขกของงานที่น้องๆ จัดงานอำลาให้
แต่เราดันสอบติดชั้น ม.ปลาย ที่โรงเรียนเก่า 
เลยคิดว่าเหมือนเราเองต่างหาก ที่กำลังอำลาเพื่อนๆ ที่กำลังจะย้ายโรงเรียน 

รวมถึงแฟนเราด้วย

แฟนเราก็เป็นหนึ่งในคนที่กำลังจะย้ายโรงเรียน
ไปเรียน ม.ปลาย ที่โรงเรียนใหม่ ซึ่งอยู่กันคนละจังหวัดกับที่เดิม 
เค้าให้หมีตัวนี้มา เพื่อเป็นของขวัญวันวาเลนไทน์
แต่เค้าดันจำผิด เพราะวันนั้นมันวันที่ 13 กุมภา
หมีนิรนามตัวนี้เลยกลายเป็นของขวัญอำลาไปซะงั้น

เหมือนลางบอกเหตุ


ปิดเทอม เราก็ยังไปเรียนพิเศษด้วยกัน 
เค้าก็พาเราไปเจอเพื่อนๆ โรงเรียนใหม่
แล้วหมีนิรนามก็มีชื่อ เค้าตั้งชื่อหมีของเราว่า ฟูฟู่ เพราะเพื่อนใหม่ล้อว่าเราผมฟู


พอเปิดเทอม ม.ปลาย เราก็เรียนที่เดิม 
เพื่อนหลายๆคนก็ยังเรียนที่เดิม เลยเหมือนกับว่าเรายังอยู่ในสังคมเดิมๆ 
แต่แฟนเราสิ เค้าต้องปรับตัวในสังคมใหม่
มีเพื่อนใหม่ สิ่งแวดล้อมใหม่ 

ตอนแรกๆ ด้วยความคิดสมัยนั้นเนอะ
เรารักกันจะตาย ยังไงระยะทางก็ทำอะไรเราไม่ได้หรอก เพราะเราก็โทรหากันทุกวัน เค้ามีเรื่องใหม่ๆ เล่าให้เราฟังตลอด เราก็นอนกอดฟูฟู่คุย

แต่วันนึง ไม่รู้ทำไม 
เค้าก็รู้สึกรักเราน้อยลง

จากที่เค้าเคยบอกบ่อยๆว่าจะกลับมาเยี่ยม
ก็ไม่เคยมา ไม่ว่าจะงานกีฬาสี หรืองานอะไรก็ตาม
เรานอนกอดฟูฟู่ร้องไห้ ร้องทุกคืน
และด้วยความที่เป็นโรงเรียนประจำ
เราทำอะไรไม่ได้เลย จะออกไปหาเค้าก็ไม่ได้
จนเราลองหยุดคุยกัน เพื่อดูความรู้สึกของตัวเอง
แต่แล้วเราก็แพ้ เพราะเรายังคิดถึง คิดถึงมากๆด้วย ทำอะไรไม่ได้ นอกจากกอดฟูฟู่ ร้อง และหลับไป

ปิดเทอม 
เราก็ไปเรียนพิเศษที่เดิม เราก็ได้เจอกัน
แต่มันไม่เหมือนเดิมแล้ว เค้าไม่เหมือนเดิม
ไม่มีอะไรเหมือนเดิม

ก็อย่างว่า เค้าได้เพื่อนใหม่ สังคมใหม่ โลกใหม่
ในขณะที่เราอยู่กับโลกใบเดิม ใบที่เค้าก็เคยอยู่
แต่เค้าออกไป ตั้งแต่วันที่ย้ายโรงเรียนแล้ว

เรากอดฟูฟู่จนติดเป็นนิสัย ห้ามตกพื้น หวงมาก
เพราะเรากลัวกลิ่นของคนให้มันจะหายไป 
ซึ่งจริงๆ มันก็คงหายไปตั้งนานแล้วแหละ
เราแค่ยังรู้สึกอยู่คนเดียว

เราเลิกโทรคุยกัน บางทีเราโทรไป เค้าก็รับบ้าง
บางทีก็ไม่รับ ไม่โทรกลับ ไม่ส่งข้อความ

แล้วพอขึ้น ม.4 เทอม 2 เราก็ย้ายโรงเรียน 
ย้ายไปเรียนจังหวัดเดียวกับเค้า แต่คนละโรงเรียนกัน (ไม่ได้กะจะย้ายตามนะ แต่เราเรียนสายวิทย์หลักสูตรเข้มข้นของที่เดิมไม่ไหว เพราะเรารู้ตัวว่าอยากเรียนต่อพวกศิลปกรรมจริงๆ) 

ใกล้กันแค่นี้ นั่งรถไปหากันแปปเดียวก็ถึง
แต่ไม่ช่วยอะไร ความสัมพันธ์ของเรายังคงเรียกว่า
จะรักก็ไม่รัก จะทิ้งก็ไม่ทิ้ง


ถ้าฟูฟู่พูดได้ นางคงบอกให้พวกเราพอกันสักทีได้มั้ย? นางเบื่อจะเป็นที่ซับน้ำตาให้เรา ฟังเราบ่นเรื่องเดิมซ้ำไปซ้ำมา แต่ความจริงคือ ฟูฟู่ไม่มีชีวิต
มันเป็นหมีที่ทำได้แค่ตาแป๋วตลอดเวลา ไม่มีแม้แต่ปาก (Teddy Bear ไม่มีปาก)

แล้วเวลาที่เราคิดว่าเราควรจะคุยกันให้รู้เรื่องก็มาถึง เพราะเดือนนี้เป็นเดือนเกิดเรา เราจะรอดูว่าเค้าจะจำได้มั้ย? ถ้าได้ ความรักครั้งนี้อาจยังมีทางไปต่อ แต่เค้าลืม 
ไม่ว่าจะจงใจ หรือลืมจริงๆ ก็คือลืม ไม่แคร์แล้ว
เราเลยทักแชท msn ไปบอกว่า 
“ ถ้าเรารู้สึกเท่ากันเมื่อไหร่ เราจะบอกเลิกเองแล้วกันนะ ”


ทั้งๆ ที่เรารู้ก็ว่าวันนั้นไม่มีวันมาถึงหรอก
ฉะนั้น จะยื้อเค้าไว้ทำไม เค้าไม่เปลี่ยนใจกลับมาแล้วแหละ เมื่อถึงวันที่เราตั้งใจไว้ เราก็โทรไปบอกเลิก เรากอดฟูฟู่ไว้แน่น เพื่อไม่ให้ตัวเองร้องไห้ตอนที่คุยโทรศัพท์กัน

จนวันนี้
ผ่านมาหลายต่อหลายปี ต่างคนต่างทำงานกันแล้ว แต่บนเตียงของเราก็ยังมีฟูฟู่ตัวเดิมนั่งอยู่
ถึงจะเก่าลง ขนไม่นุ่มเหมือนแต่ก่อน แต่เราก็ซักทำความสะอาดนะ และยังนอนกอด ไม่ใช่เพราะเรายังรักคนให้ แต่เรารักฟูฟู่ต่างหาก ที่ไม่เคยทิ้งเราไปไหนเลย

ตอนนี้เรากับเค้ากลับมาเป็นเพื่อนกัน คุยกัน ทักทายกัน ไม่สบายใจอะไรก็มาเล่าให้ฟัง เลิกกับแฟนก็มาบ่น และที่สำคัญ อย่างนึงที่เรารู้เสมอ คือ “ เค้าไม่เคยลืมฟูฟู่เลย ”

13 กุมภา 2549 แฟนเราอุ้มตุ๊กตาหมีตัวเท่าเด็ก ซ่อนไว้ในเสื้อแจ็คเก็ตรุ่น ซึ่งดูปัญญาอ่อนมาก เพราะมันซ่อนไม่มิด 55555 ก่อนจะส่งหมีตัวนั้นให้เรา ใส่เสื้อสีขาว มีหัวใจเป็นปีกดวงเบ้อเริ่มอยู่ด้านหลัง ขนนุ่มมมมม และหอมกลิ่นจากตัวเค้า แล้วก็บอกว่า 
“แฮปปี้วาเลนไทน์เดย์”


SHARE

Comments